4 Min. read

เรียกว่าเป็นความฮือฮาที่สุดในรอบสัปดาห์ แทบจะเรียกได้ว่าทุกๆ มุมเมืองของประเทศโคราชและหลายๆ จังหวัดต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปให้แซ่ด เรื่องนี้น่าจะจบยาก กับเหตุการณ์ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งบุกปีนเสาสูง 30 เมตรในสนง.ตำรวจฯ ร้องขอความเป็นธรรม คดีดาบตำรวจข่มขืนหลานสาววัย 14 ปี แต่ระยะเวลาผ่านไปเป็นปีคดีไม่คืบหน้า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ร้อนถึงรองผู้ว่าฯ จังหวัดนครราชสีมา นายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ และ พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ต้องออกมาไกล่เกลี่ยทำความเข้าใจจนสาวเจ้ายินยอมลงมาแต่โดยดี

MOREmove online ในฐานะกระบอกเสียงของชาวโคราชไม่นิ่งนอนใจ เร่งติดตามข่าวที่ว่านี้อย่างใกล้ชิด โดยเบื้องต้นจะสรุปเหตุการณ์ต่างๆ ให้อ่านกันไปยาวๆ เพื่อให้เข้าใจเรื่องราวแบบรอบด้าน

หมายเหตุ : โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

สุดทนตร.ข่มขืนดญ.วัย14!!

เวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 4 พ.ค. 2560 เกิดเหตุหญิงสาวคนหนึ่งปีนเสาส่งสัญญาณวิทยุสูง ภายในสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยหญิงสาวคนดังกล่าวปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนตะแกรงเหล็ก บริเวณกลางเสาสัญญาณซึ่งมีความสูงจากพื้นดินกว่า 30 เมตร และทำทีเหมือนจะกระโดดลงมาฆ่าตัวตาย เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถกระเช้าขึ้นไปเจรจา โดยมีนายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และ พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ช่วยกันใช้โทรโข่งพูดเจรจาเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่หญิงสาวคนดังกล่าวจะยินยอมลงมาแต่โดยดี

พบว่าหญิงคนดังกล่าว อายุ 35 ปี ได้ส่งกระดาษแผ่นเล็กให้กับเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเหลือ ซึ่งบนกระดาษได้เขียนข้อความระบุ ขอความเป็นธรรมอ้างว่า ‘ดาบตำรวจคนหนึ่ง สังกัดสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กระทำการข่มขืนอนาจารเด็กหญิงอายุ 14 ปี ซึ่งเด็กหญิงคนดังกล่าวมีศักดิ์เป็นหลาน โดยหลังเกิดเหตุได้แจ้งความดำเนินคดีกับดาบตำรวจผู้ก่อเหตุ แต่ระยะเวลาผ่านไปนานเป็นปีคดีไม่มีความคืบหน้า และเมื่อถึงชั้นอัยการกลับสั่งไม่ฟ้อง นอกจากนี้ทางฝ่ายตำรวจยังมีการเจรจาขอจ่ายเงินค่าเสียหาย และพยายามช่วยเหลือปกป้องพวกตำรวจด้วยกันเอง’

โดยหลังเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือหญิงสาวคนดังกล่าวลงมาได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวหญิงสาวส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา และขณะนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมากำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลที่ระบุภายในจดหมายของหญิงสาวคนดังกล่าวแล้วว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ตำรวจเผยมีคดีเกิดขึ้นจริง ยืนยันตำรวจดำเนินการเป็นกลาง แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง

คืบหน้าสาวปีนเสา ร้องขอความเป็นธรรม ตำรวจเผยมีคดีเกิดขึ้นจริง ยืนยันตำรวจดำเนินการเป็นกลางส่งสำนวนสั่งฟ้องไปยังอัยการแล้ว แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ตำรวจภาค 3 ตั้งคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งไม่เกิน 7 วันรู้ผล

จากกรณี หญิงสาววัย 35 ปี ปีนเสาสื่อสารภายในเขตพื้นที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 เมื่อเช้าที่ผ่านมาเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม อ้างหลานสาวอายุ 14 ปี ถูกตำรวจนายหนึ่งสังกัด สภ.โพธิ์กลาง ข่มขืน คดีไม่ได้รับความเป็นธรรม โชคดีที่เจ้าหน้าที่ช่วยลงมาได้อย่าปลอดภัย

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 พ.ค. 2560 พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3  พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น

โดย พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า มีคดีเกิดขึ้นจริง ซึ่งผู้ก่อเหตุได้เข้าแจ้งความตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา ส่วนคู่กรณีที่เป็นตำรวจ สังกัด สภ.โพธิ์กลาง ตามที่เป็นข่าว ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีการเข้าข้างใคร ได้มีการส่งสำนวนสั่งฟ้องไปยังอัยการตามกระบวนการของกฎหมาย จึงขอชี้แจงว่าในส่วนของตำรวจได้ดำเนินการไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีลำเอียงเข้าข้างพวกเดียวกันอย่างแน่นอน แต่ในส่วนของทางอัยการ อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันไปจึงสั่งไม่ฟ้องดังกล่าว

ด้าน พล.ต.ต.สุรพล แก้วขาว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3  เปิดเผยว่า ในส่วนของอัยการไม่ขอก้าวล่วง เมื่อสำนวนถูกส่งมาที่ กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 จะมีคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งตามเนื้อสำนวน ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 1 อาทิตย์จะสามารถสรุปได้ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม หากคณะกรรมการพิจารณาไม่ฟ้องแล้ว ผู้เสียหายเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ยังมีสิทธิ์ฟ้องศาลด้วยตัวเองได้ ซึ่งทางตำรวจได้เข้าไปแจ้งให้ผู้ก่อเหตุได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว

ตำรวจโพธิ์กลางสุดทน แฉกลับสาวโคราชป่วนปีนเสา

จากกรณีสาวปีนเสา อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา เกิดอาการเครียดหลังทราบผลคดีความในเรื่องที่หลานสาวของตัวเองถูก นายตำรวจรายหนึ่งของ สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ลงมือข่มขืนแล้วอัยการจังหวัดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง จึงตัดสินใจปีนเสาสูงกว่า 30 เมตร ร่อนใบปลิวขอความเป็นธรรมกับฝ่ายงานราชการที่เกี่ยวข้องตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง คู่กรณีของ น.ส.เอ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนก็จริง แต่เพราะกระทบต่อครอบครัวของตนเอง จึงขอชี้แจงเกี่ยวกับข่าวที่เกิดขึ้นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองบ้าง เริ่มจากฝ่ายสาวปีนเสาคนดังกล่าวได้แต่งงานอยู่กินกับสามีชาวต่างชาติและมีบุตรสาวด้วยกัน 1 คน แต่ภายหลังสามีเดินทางไปทำงานต่างประเทศนานๆ จะกลับมาบ้าน พอรู้จักกับตนเองพูดคุยถูกคอจึงสนิทกันในระดับหนึ่ง ขณะนั้นตนยอมรับว่าชอบฝ่ายสาวด้วยเช่นกัน แต่ภายหลังทราบว่ามีสามีและบุตรสาวแล้วจึงได้ตีตัวออกห่าง กระทั่งไปพบรักใหม่ซึ่งก็คือภรรยาคนปัจจุบันที่แต่งงานด้วย

ต่อมาข่าวแต่งงานใหม่ทราบไปถึงฝ่ายสาวคนดังกล่าว ก็ทำให้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก แม้จะพูดคุยเคลียร์กันหลายครั้งก็ไม่เป็นผล สุดท้ายจึงไปแจ้งความกล่าวหาอ้างว่าตนไปข่มขืนหลานสาวทั้งที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เมื่อตำรวจเข้ามาสอบสวนรายละเอียดต่างๆ ปรากฏว่าไม่พบร่องรอยถูกข่มขืน และทางอัยการก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังต้องรอให้ทางคณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนเรื่องแจ้งความกลับหรือไม่นั้น ขอดูท่าทีอีกฝ่ายก่อน


Source : http://thaich8.com / dailynews.co.th / khaokorat.com

Comments

Powered by Facebook Comments