4 Min. read

มีข่าวใหญ่ข่าวดีทางวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์โลกซึ่งเกิดขึ้นที่โคราชบ้านเอ็งอีกแล้วครับท่าน โดยงานนี้เปิดเผยครั้งแรกที่งานแถลงข่าว ‘ซากดึกดำบรรพ์ปลาพันธุ์ใหม่ของโลก ปลาจูแรสซิกโคราช’ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2560 ณ อาคารสิรินธร ชั้น 2 สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ร่วมด้วย รศ.ดร.วิเชียร ฝอยพิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นายสุเมธ อำภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ และ ดร.อุทุมพร ดีศรี อาจารย์/นักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

โดยจากรอยพิมพ์ของหัวและเกล็ดปลาที่ฝังผนึกอยู่ในแผ่นหินทราย 2 แผ่นในยุคจูแรสซิกตอนปลายถึงครีเทเชียสตอนต้นของหมวดหินภูกระดึง ในแหล่งบ้านโนนสาวเอ้ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ที่มอบให้มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ตั้งแต่ พ.ศ. 2540 โดย นายวิโรจน์ ปิ่นปก ชาวบ้านบ้านโนนสาวเอ้นั้น ทำให้เกิดองค์ความรู้ของปลากระดูกแข็งโบราณสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลกที่ชื่อว่า โคราชอิกธิส จิปปัส (Khoratichthys gibbus; โดย Khorat = โคราช, ichthys = ปลากระดูกแข็ง, gibbus = โหนก) ซึ่งมีลักษณะดังนี้ ขนาดรูปร่างยาว 36 ซม. กว้าง 12 ซม. หนา 8 ซม. บริเวณคอแสดงลักษณะเป็นโหนกชัดเจน จนเป็นที่มาของชื่อ ‘จิปปัส’ ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดรูปสี่เหลี่ยมและมีเกล็ดตรงสันกลางหลังที่ยาวแหลมคล้ายหนาม มีกระดูกปิดส่วนแก้ม กระดูกที่ล้อมรอบเบ้าตา มีน้อยชิ้น และกระดูกปิดเหงือกมีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยม

นอกจากการอธิบายลักษณะทางสัณฐานของปลาโคราชอิกธิสแล้ว ดร.อุทุมพร ดีศรี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และคณะผู้ร่วมวิจัยครั้งนี้ ยังทำการศึกษาถึงความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการเพื่อจัดอนุกรมวิธานของปลากระดูกแข็งที่มีก้านครีบในกลุ่มจิงกลีโมเดียน (กลุ่มปลามีเกล็ดสี่เหลี่ยม) ทั้งหมด 25สกุล พบว่า  ปลาโคราชอิกธิส แสดงลักษณะพื้นฐานที่สุดของปลาในอันดับ เลปิซอสติฟอร์ม (Lepisosteiformes) หรืออันดับอัลลิเกเตอร์การ์ (ปลาปากจระเข้) นั่นแสดงว่าเป็นพวกปลากลุ่มแรกสุด หรือมีวิวัฒนาการต่ำสุดในอันดับปลาดังกล่าว นอกจากนี้ ปลาโคราชอิกธิส ยังเป็นหลักฐานแสดงถึงความหลากหลายของปลาจิงกลีโมเดียน ที่พบในหมวดหินภูกระดึงอีกด้วย และจากความหลากชนิดของปลาจิงกลีโมเดียนที่พบในสภาพแวดล้อมน้ำจืดในช่วงเวลาตั้งแต่กลางจูแรสซิกถึงยุคต้นครีเทเชียส ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการครอบครองพื้นที่แหล่งน้ำจืดของปลาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

อนึ่ง ตลอดเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีการค้นพบฟอสซิลปลาจิงกลีโมเดียนในปลายยุคจูแรสซิกถึงต้นยุคครีเทเชียส ในหลายพื้นที่บริเวณที่ราบสูงโคราช ชนิดแรกที่ค้นพบและตีพิมพ์โดย Cavin และคณะ ในปี 2003 มาจากแหล่งภูน้ำจั้น หมวดหินภูกระดึง จังหวัดกาฬสินธุ์ เคยตั้งชื่อว่า ‘เลปิโดส’ พุทธบุตรเอนซิส ซึ่งต่อมาพบตัวอย่างที่สมบรูณ์มากขึ้น จึงทำการศึกษาใหม่โดย Cavin และคณะ ในปี 2013 และตั้งเป็นปลาสกุลใหม่ว่า ไทยอิกซิส อีกชนิดต่อมาคือ อิสานอิกธิส (Cavin & Suteethorn, 2006) พบในแหล่งเดียวกันกับไทยอิกธิส และอีกชนิดคือ อิสานอิกธิส พบในแหล่งภูน้อย จังหวัดกาฬสินธุ์ จากการศึกษาลำดับความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการพบว่า ทั้ง ไทยอิกธิส และ อิสานอิกธิส จัดเป็นพวก เลปิซอสติฟอร์ม พวกแรกๆ (basal) แต่ โคราชอิกธิส (Deesri et al., 2016) นี้ปรากฏลำดับความสัมพันธ์ที่บ่งบอกว่าเป็นพวกแรกสุด (basal most) ทำให้การค้นพบปลากระดูกแข็งโคราชครั้งนี้ เป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงการแพร่กระจายพันธุ์ปลาในอันดับเลปิซอสติฟอร์มจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่ภูมิภาคอื่นของโลก

อย่างไรก็ตาม ปลาโคราชอิกธิส จัดแสดงเป็นนิทรรศการถาวรในอาคารพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ของสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ เปิดบริการให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์

 


Source + Photo : อบจ.นครราชสีมา

Comments

Powered by Facebook Comments