ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของ ‘ตำรวจ’ ในสายตาประชาชนนั้นตกต่ำมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเมื่อสิบยี่สิบปีก่อนที่อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ประชาชนชาวบ้านศรัทธาและรักไว้วางใจอย่างที่สุด ถือเป็นอาชีพที่เด็กผู้ชายไทยแทบทุกคนอยากจะเป็น โดยตีคู่มากับอาชีพทหารผู้กล้า

เราจะไม่ขุดคุ้ยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น เพราะเกินบริบทที่เราจะก้าวล่วงไปถึง เป็นประเด็นที่ซับซ้อนและดูท่าว่าไม่น่าจะได้รับการคลี่คลายในเร็ววันเฉกเช่นปัญหาอื่นๆ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยเวลาและการพิสูจน์แบบยาวๆ

มองเจาะลงมาที่โคราช ผมมองว่าองค์กรจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับว่า ‘ผู้บังคับบัญชา’ เป็นอย่างไร หากผู้บังคับบัญชาเข้มแข็ง องค์กรก็ไม่อาจอ่อนแอได้ หากผู้บังคับบัญชาเก่ง องค์กรก็มีโอกาสที่จะทำอะไรได้สำเร็จโดยง่าย ด้วยเหตุนี้ผมจึงขอเข้าพบกับผู้บังคับบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาคนล่าสุด พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก เพื่อสอบถามถึงรายละเอียดส่วนตัว วิสัยทัศน์การบริหาร การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาประชาชน และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ทำอย่างไรจังหวัดนครราชสีมาจึงจะมีความปกติสุขยิ่งๆ ขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่

พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผู้บังคับบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา

อยากให้ท่านผู้การฯแนะนำตัวเองให้ชาวโคราชได้รู้จักครับ |

ผมเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมาโดยกำเนิดครับ เกิดและโตที่นี่ เรียนชั้นประถมและชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่นี่ สมัยก่อนเขาเรียก มส.3 หลังจากเรียนจบที่นี่ก็ไปเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมทหารในกรุงเทพฯ แล้วก็ไปต่อโรงเรียนเหล่าทัพ ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จังหวัดนครปฐม ในปี พ.ศ 2526 นั่นคือเมื่อ 33 ปีที่แล้ว หลังจากที่จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจแล้วก็รับราชการที่สำนักงานตำรวจนครบาล เป็นพนักงานสอบสวนอยู่ที่ สน.สามเสน แล้วก็ย้ายอีกไม่กี่แห่ง ไปอยู่ที่ขอนแก่นตั้งแต่ปี พ.ศ 2537 นั่นคือเมื่อ 22 ปีก่อน ในช่วงประมาณ 3-4 ที่แล้วมีโอกาสย้ายกลับมารับราชการที่นครราชสีมาช่วงหนึ่งสั้นๆ หลังจากนั้นการรับราชการก็เติบโตก้าวหน้าไปตามจังหวะชีวิตราชการ และก็ความทุ่มเทในการทำงานของเรา ส่วนใหญ่แล้วไปรับราชการทางภาคอีสานตอนบนมากกว่า ก็คือตำรวจภูธรภาคสี่ในปัจจุบัน ไปอยู่ที่นั่น 20 กว่าปี มาครั้งนี้ก็กลับมารับราชการเหมือนเป็นการมารับใช้บ้านเกิดอีกครั้งหนึ่งในตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งก็ถือเป็นเกียรติประวัติที่เป็นความภาคภูมิใจของตนเองด้วย

สำหรับชีวิตครอบครัว ผมสมรสแล้วครับ แต่งงานกับคนโคราชด้วยกัน ภรรยาผมเป็นพยาบาลทหาร และก็มีลูกสาวสองคน ลูกสาวคนโตเป็นหมอ ลูกสาวคนที่สองจบการศึกษาระดับปริญญาโท ซึ่งก็ยังอยู่ร่วมกันอยู่ นี่เรื่องของครอบครัวคร่าวๆ ครับ

ขอย้อนถามอีกสักนิดครับ ทำไมถึงอยากเป็นตำรวจ |

เหมือนเป็นความฝันของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อยากเป็นตำรวจ อยากเป็นทหาร มีฮีโร่ในหัวใจ เราดูหนังดูละครเราก็อยากเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นพอถึงช่วงหนึ่งที่เราจบมัธยมศึกษาตอนต้นแล้วก็ไปสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ส่วนหนึ่งที่มาเป็นตำรวจก็เพราะว่า เรามีฮีโร่ในความคิดวัยเด็กของเรา เราอยากปราบโจรผู้ร้าย เพราะฉะนั้นผมเลยเลือกเหล่าตำรวจ แล้วก็ไปที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจจนจบราชการมาเป็นตำรวจจนถึงปัจจุบัน

แน่นอนตำรวจมีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งเรื่องของการบริการฉุกเฉินต่างๆ การบริการฉุกเฉินต่างๆ หมายความว่าตำรวจเรามีภารกิจครอบจักรวาล ทั้งเรื่องที่เขาได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชญากรรม เรื่องของการจราจร เรื่องของการถูกฉกชิงวิ่งราว ข่มเหงร่างกาย อะไรก็แล้วแต่ มันเป็นหน้าที่ของตำรวจหมดเลยในการที่จะดูแลประชาชน บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ประชาชน เพราะฉะนั้นตำรวจมีหน้าที่กว้างมาก คนท้องแก่ใกล้คลอดไม่มีรถไป งูเห่าเข้าบ้าน หรือเรื่องลูกหายออกจากบ้านไป พ่อทะเลาะกับแม่หนีออกจากบ้านไป สัพเพเหระ ปัญหาอะไรก็ตามที่เป็นความทุกข์ ความเดือดร้อนที่ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บ ประชาชนก็มักจะนึกถึงตำรวจ แจ้งตำรวจก่อน ตรงนี้คือแรงบันดาลใจที่ทำงานผมอยากเป็นตำรวจ เพราะอาชีพตำรวจเป็นอาชีพพิเศษ อาชีพที่ต้องอุทิศตัวเอง ต้องเสียสละ ต้องมีความรับผิดชอบ

ถามถึงเรื่องการบริหารงานบ้างครับ ไม่ทราบว่าท่านมีวิสัยทัศน์ในการบริหารงานอย่างไรบ้างครับ |

ผมอยากให้ตำรวจโคราชเป็นตำรวจมืออาชีพ เพราะฉะนั้นตำรวจโคราชต้องมีความพร้อมทั้งกายและใจ เราให้ความสำคัญในเรื่องของการพัฒนาคนให้มีความพร้อมทั้งกายและใจ เมื่อคนเราพร้อมแล้วเราก็พัฒนาอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย คนที่มีความพร้อมทั้งกายและใจจะช่วยพัฒนาระบบงาน มันจะทำให้โคราชมีตำรวจที่เป็นมืออาชีพได้มากขึ้น

สามารถนำวิสัยทัศน์ดังกล่าวมาปฏิบัติได้จริงมากน้อยแค่ไหนครับ |

คุณคงเคยได้ยินคำว่า “ตำรวจโคราช รู้หน้าที่ มีวินัย ใส่ใจประชาชน” คำว่ารู้หน้าที่หมายถึงว่าตำรวจรู้ว่าเขามีหน้าที่อย่างไร และการปฏิบัติหน้าที่ของเขามีระเบียบ ความรู้ หลักวิชาการอย่างไรบ้าง สายตรวจต้องรู้ว่าการตรวจต้องสังเกตอะไร เครื่องไม้เครื่องมือต้องมีความพร้อม การเข้าถึงที่เกิดเหตุ ไม่ว่างานอะไรก็ตามเขารู้หน้าที่ มีความรู้ที่แตกฉาน รู้รายละเอียดของการทำงานของเขาอย่างชัดเจน ได้รับการพัฒนาอยู่เสมอ ต่อไปก็คือวินัย ตำรวจเรามีวินัยของเราอยู่แล้ว การเชื่อฟังคำสั่ง การตรงต่อเวลา การเคารพต่อคำสั่งของผู้บังคับบัญชา การดำรงภารกิจที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ ความสามัคคีของหมู่คณะ นี่ก็ถือเป็นเรื่องของการมีวินัย สุดท้ายคือเรื่องของการใส่ใจประชาชน หมายถึงการใส่ใจต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน ไม่ว่าประชาชนจะมีเรื่องเดือดร้อน แจ้งเหตุอะไร หรือได้รับปัญหาอะไร ตำรวจจะต้องรีบเข้าไปแก้ไข รีบไประงับยับยั้ง หรือไปช่วยแก้ไขปัญหาที่เขาประสบนั้นโดยเร็ว ด้วยหัวใจ ตรงนี้มันอาจประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่ในเบื้องต้นเราให้นโยบายนี้ไปกับหัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่งของโคราช คำว่ารู้หน้าที่คืออะไร มีวินัยเป็นอย่างไร และก็สำคัญที่สุดใส่ใจประชาชนต้องทำอย่างไร เมื่อหัวหน้าสถานีรับทราบแล้วต้องไปถ่ายทอดต่อ ตอนนี้มั่นใจว่าตำรวจทั้ง 4,700 คนเขารู้เรื่องนี้แล้ว เรื่องการรู้หน้าที่ต้องได้รับการพัฒนา มีการอบรม มีการฝึก มีการทบทวนเรื่องความรู้ต่างๆ อยู่เสมอ ในเรื่องของการใส่ใจประชาชน ปัจจุบันเราเน้นในเรื่องของการให้ประชาชนได้ประเมินกลับมาด้วย ทุกวันนี้ข่าวสารของตำรวจโคราชเรื่องการไปช่วยเหลือประชาชนเรื่องนั้นเรื่องนี้ต่างๆ มีมากมาย ตำรวจไปช่วยคนแก่ ช่วยเด็ก ช่วยเหลือผู้หญิง ช่วยกวาดถนน ทำอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องที่ประชาชนทุกข์ร้อน เราทำทุกวิธี ถ้าจะประเมินเป็นเปอร์เซ็นต์เราคงตอบอย่างนั้นไม่ได้ แต่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงด้วยสิ่งที่ประชาชนเขาสะท้อนกลับมา เรื่องที่เขาให้กำลังใจกับเรา ให้ความร่วมมือกับเรามากขึ้น

ขอถามท่านเรื่องภาพลักษณ์ของตำรวจ ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนในสมัยนี้มองตำรวจในแง่ลบมากกว่าแง่บวก ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ และจะแก้ไขได้อย่างไร |

เป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งของตำรวจ ที่จริงเราพยายามเดินหน้าทำงาน แต่เราอาจขาดการประชาสัมพันธ์ หรือประชาสัมพันธ์น้อยไป แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับทัศนคติของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องข่าวสารที่เขารับการถ่ายทอดกันมา ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่บางครั้งมันเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เหล่านี้เป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจการทำงานของตำรวจ  เพราะฉะนั้นเรื่องทัศนคติที่มีทางลบต่อองค์กรตำรวจเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับ นี่เป็นปัญหาหนึ่ง สิ่งที่เราต้องดำเนินการต่อไปจึงเป็นเรื่องของการปรับทัศนคติของประชาชน สิ่งที่เราทำจะทำให้เขาเชื่อมากน้อยแค่ไหน แต่ตำรวจต้องพยายามนำสิ่งที่เป็นความตั้งใจของตำรวจ เอาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เอาสิ่งที่ประชาชนไม่เข้าใจมาชี้แจงให้เข้าใจ และก็ประชาสัมพันธ์ออกไป เราหวังเพียงให้ประชาชนรับทราบ รับรู้ และเข้าใจตำรวจมากขึ้น

ปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นมันมีปัจจัยเหตุ ปัญหามันเกิดจากสาเหตุ เพราะฉะนั้นเราต้องหาสาเหตุ ปัญหาที่มันเกิดขึ้น ข่าวสารที่มันเกิดทางโซเชียลเกิดจากอะไร เกิดจากความเข้าใจผิด หรือเป็นเรื่องที่เกิดจากที่ตำรวจทำผิดพลาดเอง ก็ต้องแก้ไขที่ตำรวจ และก็แจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบ ถ้าเป็นปัญหาที่มันมองเห็นได้ว่าเกิดจากอะไรแล้วใครเป็นคนรับผิดชอบ ก็ให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบนั้นเข้าไปแก้ไขหรือตอบข้อซักถาม แต่มีบ่อยครั้งที่ปัญหานั้นเกิดในลักษณะที่กระทบต่อองค์กรทั้งหมด ผู้บริหารเองตัวผมเองก็ต้องเข้าไปชี้แจงเรื่องนั้นด้วยตัวเอง ทำความเข้าใจด้วยตัวเอง

ถ้าจะพูดว่าตำรวจสมัยใหม่ต้องเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุดนี่ถูกต้องไหมครับ เพราะเมื่อก่อนอาจจะมีช่องว่างระหว่างประชาชนกับตำรวจ แต่ตอนนี้ตำรวจจะต้องเข้าไปทำความเข้าใจในเรื่องระบบระเบียบการปฏิบัติงานต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจเป็นมิตรไม่ใช่ศัตรู |

ถูกต้องครับ ตำรวจเองก็ต้องปรับตัว จากเดิมเรามุ่งการทำงาน ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่อขาดการอธิบาย เรื่องก็จะลุกลามจากความไม่เข้าใจและไม่อธิบายให้กระจ่าง จริงๆ เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งในภาคของการบังคับใช้กฎหมาย แน่นอนมันเกิดผลกระทบกับประชาชน ไม่มีใครอยากถูกจับ ไม่มีใครอยากจะถูกว่ากล่าว ไม่มีใครอยากจะถูกเรียกตรวจ เพราะฉะนั้นการทำงานของตำรวจเหล่านี้มันกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน เพราะฉะนั้นเราต้องปรับตัว การปรับตัวของตำรวจสร้างความเข้าใจมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มการใช้ดุลยพินิจที่จะอะลุ่มอล่วย แต่ไม่ได้หมายความว่าปล่อยปละละเลยผู้กระทำความผิด แต่ต้องมองเรื่องของความเหมาะสมต่างๆ ด้วย ความตั้งใจเจตนาเขา ผลกระทบที่มันเกิดขึ้น ถ้าเกิดเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตำรวจสามารถใช้ดุลยพินิจที่จะว่ากล่าวตักเตือนได้ และก็กำชับหรือสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในการที่จะเคารพกฎหมาย ไม่ฝ่าฝืนกฎหมายต่อไป

แสดงว่าการสร้างความเข้าใจอันดีซึ่งกันและกัน ให้ประชาชนเข้าใจระบบระเบียบการทำงานของตำรวจ ในขณะเดียวกันตำรวจก็มีการเอื้อเฟื้อ รู้หน้าที่ มีวินัย และใส่ใจประชาชนมากขึ้น ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่น่าจะช่วยให้ภาพลักษณ์ของตำรวจในสายตาประชาชนดีขึ้นใช่ไหมครับ |

ผมว่าเป็นตรรกะที่มีการสอดรับอย่างตรงไปตรงมา หมายถึงถ้าประชาชนเข้าใจการทำงานของตำรวจ เข้าใจถึงสภาพปัญหาที่มันเกิดขึ้น เมื่อความเข้าใจเกิดขึ้นแล้ว ความร่วมมือก็จะตามมา อย่างเรื่องของการแจ้งเบาะแส เรื่องการเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันในสังคม มันก็ตอบโจทย์ในเรื่องของการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ได้อย่างตรงไปตรงมา

อะไรคือสิ่งซึ่งยากที่สุดในการบริหารงานในตำแหน่งบังคับการตำรวจฯ |

ความยากมันอยู่ที่การสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ต้องเข้าใจตำรวจก่อน พอเขาเข้าใจตำรวจแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือตำรวจเองก็ต้องปรับตัวเอง ปรับตัวเข้าหากัน เรื่องนี้ต้องใช้เวลาเหมือนกันเพราะการที่จะปรับความเข้าใจ ความรู้สึกของประชาชน หรือของตำรวจเป็นเรื่องที่ก็ยากอยู่เหมือนกัน

มีต้นแบบในการทำงานบ้างไหมครับ |

ผมคงดูแบบอย่างจากผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายๆ ท่าน จริงๆ คือไม่สามารถบอกได้ว่าดูแบบอย่างมาจากผู้บังคับบัญชาท่านใดบ้าง เพราะตลอดชีวิตราชการตำรวจ ผมพบเห็นผู้บังคับบัญชาที่มีแบบอย่างการทำงานที่แตกต่างกัน บางท่านก็เป็นนักต่อสู้ บางท่านเป็นนักระเบียบกฎหมาย บางท่านเป็นนักบริหาร บางท่านเป็นนักปราบปรามเป็นนักสืบสวนต่างๆ ผมเองในชีวิตราชการตลอด 30 กว่าปี ผมก็ได้เรียนรู้จากท่านเหล่านั้น แต่ว่าจะยกตัวอย่างท่านพล.ต.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช ท่านก็คือผู้ที่มีความสามารถในเชิงบริหาร เป็นผู้ที่มีความคิดในเรื่องของเชิงนักคิดในเชิงบริหารต่างๆ เป็นผู้มีคุณธรรม หรือแม้ในเรื่องของการวางแผน การทำงานรูปแบบใหม่อย่างท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว ความกล้าหาญแบบท่าน ผมก็เรียนรู้จากผู้บัญชาท่านเหล่านี้ รวมทั้งหลายๆ ผู้บังคับบัญชาที่ผมไม่ได้กล่าวถึง

ท่านคิดว่าตัวเองเป็นผู้บริหารในลักษณะไหนครับ |

การประเมินตนเองเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยง เพราะว่าเราจะคิดเข้าข้างตนเอง อย่างที่ผมบอก ผมพยายามดูแบบจากผู้บังคับบัญชาที่มีความนุ่มลึกในการบริหารงาน หรือแบบวิธีการวางแผน การทำงานแนวใหม่จากท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผมก็เรียนรู้สิ่งเหล่านี้มา นำข้อดีของแต่ละท่านมา เพราะฉะนั้นผมก็คงเป็นที่รับฟังปัญหาจากทุกท่าน ฟังปัญหารอบด้าน และก็ศึกษาวิธีการ ศึกษาความผิดพลาด ความบกพร่อง ศึกษาข้อดีต่างๆ และก็ประมวลมานำเสนอและก็เป็นทางออก ทางเลือกในการปฏิบัติ

ในสายตาของท่านผู้การฯ จังหวัดนครราชสีมาประสบปัญหาเกี่ยวกับอะไรมากเป็นพิเศษครับ |

โดยพื้นฐานคนโคราชเป็นคนสงบ เป็นเมืองสงบ แต่จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่ ประชาชนที่เข้ามา คนที่เดินทางผ่าน สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในโคราชมันจึงเป็นเหมือนปัจจัยปัญหาที่มันมากมาย แต่โดยรวมแล้วก็ยังคิดว่าโคราชเป็นเมืองสงบนะ ไม่มีอาชญากรรมรุนแรง ไม่มีคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่มันครึกโครมเหมือนกับหลายๆจังหวัด อาจจะมีบ้างที่โคราชเป็นเมืองโบราณ โครงสร้างของเมืองเก่า เพราะฉะนั้นถนนหนทางต่างๆมันก็ไม่ได้เอื้อสอดรับกับสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นปัญหาที่เราประสบก็เป็นเรื่องของความเจริญเติบโตของเมือง และก็ปัญหาเรื่องการจราจรที่ตามมา ซึ่งตรงนี้มันขึ้นอยู่กับปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่เราไม่สอดรับ ก็ค่อยๆแก้ไขปัญหากัน แต่โดยรวมๆ โคราชเป็นเมืองที่สงบนะ

ในทัศนะของท่าน คิดว่าคุณลักษณะแบบไหนในตัวบุคคลที่น่าจะช่วยให้สังคมมีความปกติสุขเรียบร้อย |

ผมอยากให้คนโคราชมีลักษณะเป็นคนไทย พอพูดถึงคนไทย ผมนึกถึงเรื่องของความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ความเกื้อกูลกันแบบพี่น้อง แล้วก็มีอัธยาศัยไม่ตรีต่อกัน คอยดูแลกัน สิ่งอะไรที่มันนิดๆ หน่อยๆ ก็พูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัยกันได้ คือคนไทยในคอนเซ็ปต์ของผมคือผู้ที่มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ความเอาใจใส่ดูแลซึ่งกันและกัน ความเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลกัน สุดท้ายเคารพสิทธิซึ่งกันและกันและเคารพระเบียบกฎหมายของบ้านเมือง

สุดท้ายอยากให้ท่านผู้การฯฝากถึงชาวโคราชครับ |

ตำรวจเองเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยหน้าที่ของตำรวจมีทั้งในเรื่องของการปราบปราม การสืบสวน การดูแลการจราจร ฯลฯ  เพราะฉะนั้นการทำงานเหล่านี้บางทีมันมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน มีผลกระทบต่อความสะดวกของประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าประชาชนเข้าใจสิ่งเหล่านี้ เข้าใจบริบทของความเป็นตำรวจ ให้ความร่วมมือกับตำรวจ สอบถามก็ตอบคำถาม ขอดูก็ให้ดู หรือในเรื่องของเบาะแสอาชญากรรมต่างๆ ข้างบ้านเป็นอย่างนั้น หลังบ้านเป็นอย่างนี้ หรือได้รับเบาะแสจากทางนั้นมา แจ้งข่าวสารให้กับตำรวจแล้วก็เป็นหูเป็นตาทำงานร่วมกันเพื่อดูแลสังคมเราให้สงบเรียบร้อย


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์