2 Min. read

ถ้าจะพูดถึงอาหารขึ้นชื่อเมืองโคราช แน่นอนว่าขนมจีนประโดกคือหนึ่งในนั้น และเมื่อพูดถึงขนมจีนประโดก ร้านแรกสุดที่ใครหลายคนนึกถึงเพราะขึ้นชื่อลือเลื่องเรื่องรสชาติและงานบริการคือ ขนมจีนครูยอด … หลายเสียงซักค้าน “ฉันไม่ชอบร้านนี้ ฉันชอบร้านนั้น เพราะ …” ซึ่งนั่นก็แล้วแต่รสนิยมและรสลิ้นของแต่ละบุคคลว่ากันไม่ได้ แต่ผมต้องบอกว่าร้านขนมจีนครูยอดเขาดังจริงๆ นะ ไม่เชื่อลองเสิร์ชคำว่า ‘ขนมจีนครูยอด’ ในกูเกิ้ลดูสิ โผล่ออกมามากกว่าสามแสนลิ้งค์สืบค้น การันตี!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าร้านนี้เปิดมานานกว่าสองทศวรรษแล้ว แม้จะเปลี่ยนทำเลที่ตั้งอยู่ลึกไปจากเดิมสักหน่อย แต่ก็ทดแทนด้วยความโอโถงของสถานที่ การตกแต่งร้านที่สวยงามขึ้น ลานจอดรถกว้างขวางขึ้น เป็นส่วนตัวขึ้น ที่สำคัญคือวิวดีไม่อึดอัดพลุกพล่านจนเกินไป

จงกลนี เดชบุญ ผู้บริหารและเจ้าของร้านขนมจีนครูยอด

Did you Know? |

เมื่อพูดถึงขนมจีนครูยอด 9 ใน 10 คนโคราชต้องร้องอ๋อ โดยเฉพาะในเรื่องของรสชาติอาหาร ของเขาอร่อยใช้ได้หลายอย่าง หลายคนชอบปีกไก่ทอดสูตรครูยอด บางคนชอบผัดหมี่โคราช บางส่วนชอบส้มตำ โดยเฉพาะตำข้าวโพดว่าเลิศเลอ แต่ที่จัดว่าเด็ดและทำให้ร้านครูยอดเป็นที่กล่าวขวัญถึงมาช้านานคือขนมจีน โดยเฉพาะขนมจีนน้ำยาแกงปลากะทิและน้ำยาหวาน

แต่ก็อีกนั่นล่ะ ยังมีอีกหลายเรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้ … หรือบางคนอาจรู้แต่เราอยากบอกซ้ำซึ่งมีด้วยกัน 3 เรื่อง เรื่องแรกคือเ้รื่องของชื่อ … ‘ครูยอด’ ไม่ใช่ชื่อเจ้าของร้านหรือตัวแม่ต้นตำรับน้ำยาขนมจีนสูตรของร้านนี้ใดๆ ทั้งสิ้น เจ้าของร้านไม่ได้ทำหรือเคยทำอาชีพครูมาก่อน และผู้หญิงผมซอยสั้นร่างสูงดูคล่องแคล่วว่องไวซึ่งมักยืนอยู่ตรงแคชเชียร์ จับไมค์กระจายเสียงอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าก็ไม่ได้ชื่อครูยอด เธอชื่อ จงกลนี เดชบุญ … พี่จงกลของลูกค้า และแม่จงกลของน้องๆ พนักงานร้าน วันนี้ผมมีโอกาสได้พบและพูดคุยกับเธออย่างสนิทสนมในช่วงบ่ายแก่ๆ หลังจากกองทัพลูกค้าได้ราศึกออกไปบ้างแล้ว (ต้องงัดภาษาไทยโคราชมาพูดกับเธอด้วยนะ เธอบอกว่าถ้าพูดไทยกลางมันไม่ออกรส แหม … ขอมาก็จัดไป จะไปยากอะไร ภาษาโคราชก็ใช้กันมาแต่อ้อนแต่ออก)

เชื่อว่ามีหลายคนเข้าใจผิดว่าพี่จงกลเป็นครูและมีชื่อว่ายอด |

มีหลายคนเข้าใจผิดว่าพี่ชื่อครูยอด จริงๆ ไม่ใช่นะ ชื่อครูยอดนี้พี่ขอยืมชื่อของน้าแฟนมาใช้ตั้งชื่อร้านเพื่อความเป็นสิริมงคล พี่เป็นคนโคราช เป็นสาวบ้านประโดกตั้งแต่เกิด ส่วนตัวพี่จงกลเคยทำงานประจำที่ห้างๆ หนึ่งในโคราช แล้วก็ลาออกมาเปิดร้านขนมจีน ก็ทำมาเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้น

พี่ไม่ได้เรียนมาสูง ที่มาดูแลร้านได้ก็จากครูพักลักจำ จะบอกว่าการทำงานในห้างช่วยพี่ในการดูแลร้านหลายอย่าง อย่างแรกคือเรื่องของบุคลิกภาพที่ดี ต่อไปก็คือเรื่องของระบบการทำงานที่เป็นระบบระเบียบ อย่างที่ 3 คือเรื่องของการบริการ พี่จงกลนำมาใช้ในการบริหารร้านและดูแลทีมงาน พี่มองว่าทีมงานไม่ว่าจะเป็นพนักงานเสิร์ฟหรือหลังครัวต้องมีบุคลิกที่ดี เสื้อผ้าหน้าผมต้องดูสะอาดสะอ้าน มีความเป็นทีม พูดจาเพราะ อันนี้คืออย่างแรก พี่จงกลจะบอกทีมงานเสมอ (พี่จงกลไม่ใช้คำว่าลูกน้องแต่ใช้คำว่าทีมงานเพราะมองว่าพนักงานทุกคนเท่าเทียมกัน – ผู้เขียน) ว่างานบริการเป็นงานที่มีเกียรติ เราช่วยเหลือให้คนอื่นมีความสุขและสะดวกสบาย เป็นอาชีพสุจริต ถ้าเราทำอะไรให้ใครด้วยความตั้งใจดี ผลที่ได้กลับมาก็จะดีตามไปด้วย เรายิ้มให้เค้าเค้าก็ยิ้มให้เราตอบ หรือถึงเค้าไม่ยิ้มตอบแต่อย่างน้อยๆ ใจเราก็เป็นสุข การยิ้มไม่ต้องลงทุนอะไรจริงไหม ถึงไม่ได้ยิ้มตอบเราก็ไม่ขาดทุนอะไร ทุกวันตอนเช้าที่พี่จงกลและทีมงานมาเจอกัน พี่กับพนักงานทุกคนจะไหว้กันเองก่อน ยิ้มให้กันก่อน เอ่ยปากว่า สวัสดีค่ะ ให้กันก่อน เป็นการฝึกตัวเองและทำให้เวลาลูกค้ามาที่ร้านจะได้ทำได้โดยอัตโนมัติ ถ้าแม้แต่เรากันเองยังไม่สวัสดีกันเอง ใครจะมาไหว้มาสวัสดีเรา พี่จงกลไม่เคยใช้วิธีสั่งนะ แต่พี่จงกลทำให้ดูเป็นตัวอย่าง พี่คิดว่าการทำให้ดูเป็นตัวอย่างดีที่สุด ถ้าเราบอกเค้าแต่เราไม่ทำเองใครเค้าจะเชื่อถือ ทุกวันนี้พี่ทำเองได้ทุกอย่าง ซื้อวัตถุดิบ ทำน้ำยาขนมจีน หมักไก่ กวาดพื้น หรือดูแลสวน พี่อยากให้ทีมงานรักงานบริการและรู้สึกว่าร้านขนมจีนครูยอดเป็นของทุกคน ทุกคนร่วมเป็นเจ้าของร้านนี้ พี่ดูแลทีมงานแบบคนในครอบครัว เกินครึ่งของทีมงานคืออยู่กับพี่มาตั้งแต่ต้น เรารักกัน ช่วยเหลือกัน ใครเดือดร้อนพี่ดูแล ใครเกเรพี่ตักเตือน พี่สอนน้องๆ ทุกคนเพราะอยากให้ได้ดี ถึงบางคนจะออกไปทำงานที่อื่น แต่เค้าจะมีต้นทุนทั้งเรื่องของการทำงานและการใช้ชีวิตจากพี่

อันนี้คือบางส่วนที่พี่จงกลได้มาจากการทำงานในห้าง นอกจากนั้นเวลาไปกินข้าวร้านไหน พี่จงกลจะมองแล้ว เค้าบริการยังไง แต่งร้านแบบไหน ถ้าตรงไหนดี พี่ก็จะเอามาปรับใช้ที่ร้าน ตรงไหนที่เรานำมาใช้ได้ที่ร้าน พี่จงกลก็จะหยิบมาลองทำดู แม้ขนมจีนจะเป็นอาหารบ้านๆ แต่พี่ก็อยากให้ลูกค้าได้รับบริการแบบร้านอาหารใหญ่ๆ หรูๆ ลูกค้าก็จะได้มีความสุขเต็มอิ่มกลับบ้านหรือกลับไปทำงาน

อีกเรื่องที่คิดว่าหลายคนไม่รู้และเข้าใจผิดมาโดยตลอดคือ ‘เจ้าของร้านต้องเป็นคนรวยมากๆ เพราะร้านใหญ่โต เพื่อนพนักงานเยอะ มีทุนหนาทำโฆษณาถึงดัง’ จริงไหมครับ |

ไม่จริงเลย พี่ไม่ใช่คนรวย บ้านพี่หาเช้ากินค่ำ สมัยเด็กๆ แม่พี่ก็หาบขนมจีนน้ำยามาขายที่ตลาดเทศบาล พี่ก็หิ้วถังน้ำไปช่วยล้างจาน ก็มีพื้นฐานความเป็นประโดกมาอยู่แล้ว จริงๆ ก่อนมาเปิดร้านแบบนี้พี่เริ่มต้นจากศูนย์เหมือนกัน ขายข้างทาง มีน้ำยาขนมจีนหม้อสองหม้อ จำได้เลยว่าช่วงแรกมีจานอยู่ 12 ใบ แก้ว 24 ใบ พี่ไม่เคยทำแตก โต๊ะก็มีตัวเดียว เป็นโต๊ะวางทีวีที่บ้าน ขายได้วันละสองร้อยนี่ดีใจมาก เก็บอย่างดีเพราะกลัวหาย … ก็ทำมาเรื่อยๆ ที่ขยายออกมาขนาดนี้ก็เพราะลูกค้านี่ล่ะค่ะ พอขายแค่ขนมจีน ลูกค้าก็อยากกินส้มตำ พี่ก็ขายส้มตำ พอมีส้มตำก็อยากกินข้าวเหนียว อยากกินไก่ทอด เราก็ตามใจลูกค้า เค้าอยากมีร้านนั่งกินเป็นสัดส่วนเราก็หาพื้นที่ทำให้ ก็ตกแต่งร้านสวยๆ เพราะอยากให้ลูกค้ามีความสุข กินของร้านเราแล้วมีความสุข อิ่มท้อง อิ่มใจ อิ่มตา ก็ขยายมาเรื่อยๆ ตามทุนที่มี

ย้อนกลับไปถามถึงช่วงที่เปลี่ยนทำเลร้านใหม่ ไม่กลัวลูกค้าหายหรือครับ |

ย้ายมาที่ใหม่ ไกลหน่อย แต่ร้านเราก็กว้างขึ้น เรารับลูกค้าได้มากขึ้น จากร้านเดิมเวลาช่วงเที่ยงหรือช่วงวันหยุดลูกค้าจะแน่นร้านมาก แถมที่จอดรถก็คับแคบ ช่วงย้ายมาแรกๆ ก็กังวลนิดหน่อยว่าลูกค้าจะหาไม่เจอ มาไม่ถูก แต่ตอนนี้ก็คิดว่าน่าจะรู้กันเยอะแล้วว่าร้านขนมจีนประโดกย้ายมาที่ไหน ที่นี่ที่จอดรถกว้างขึ้น ร้านกว้างขึ้น แล้วก็ตกแต่งใหม่ พี่จงกลก็ออกแบบเองตามประสา อะไรที่เราว่าสวยเราก็สรรหามาจัดวางที่ร้าน ทุกวันนี้พี่จงกลมองว่าชีวิตพี่กำไรแล้ว มีหลายคนถามเหมือนกันว่า ทำร้านใหญ่ เปลี่ยนที่ใหม่ ไม่กลัวลูกค้าหายเหรอ ไม่กลัวเจ๊งเหรอ

ถ้าถามว่าย้ายร้านแล้วไม่กลัวลูกค้าหายเหรอ อย่างที่พี่บอกคือกลัวว่าลูกค้าไม่หาไม่เจอแค่นั้น แต่ถ้าอะไรจะเกิดก็ต้องให้มันเกิด พี่จงกลไม่คิดมากเลย ถ้าสมมติร้านจะไม่มี พี่ก็ไม่ขาดทุน เพราะอย่างที่พี่จงกลบอก พี่เริ่มมาจากศูนย์ ถึงจะกลับไปเป็นศูนย์เหมือนเดิมก็ไม่ขาดทุน พี่มีความสุข สุขที่ได้ขายของ สุขที่ได้รับลูกค้า สุขที่ได้แต่งร้านสวยๆ เห็นลูกค้าแฮปปี้ พี่จงกลเน้นทำวันนี้ให้เต็มที่และดีที่สุด

 

เคล็ดลับความสำเร็จคืออะไรครับ |

ตังค์น่ะมีทุกคน คนซื้อก็มี คนขายก็มี แต่ความจริงใจน่ะมีให้กันหรือยัง เชื่อไหมของที่ขายในตลาดน่ะใครก็ขายได้ เหมือนๆ กัน อย่างขนมจีนประโดกก็สูตรเหมือนๆ กัน ตามอย่างโบราณ แต่ที่ลูกค้าเลือกซื้อร้านนั้นร้านนี้ไม่ใช่แค่ติดใจ แต่เพราะเชื่อใจ ไว้วางใจ ซึ่งตรงนี้พี่จงกลว่ามันมาจากการให้ใจกัน พี่จงกลจะบอกว่าทุกคนก็สามารถมีได้เท่าๆ กัน อาศัยความอดทน อดออม เรียนรู้ พยายาม ใส่ใจ และจริงใจ

 


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Comments

Powered by Facebook Comments