ด้วยภารกิจหลายๆ อย่างที่รัดตัวเสียเหลือเกินทำให้แอบรู้สึกละอายใจนิดๆ ที่นำเรื่องราวดีๆ แบบนี้มาแชร์กับคุณผู้อ่านช้าไป ทั้งที่ก็สัมภาษณ์ไปนานพอสมควรแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ช่วยหักความรู้สึกละอายใจก็คือความคิดที่ว่า ‘สิ่งดีๆ แบบนี้ไม่มีวันตาย ไม่ว่าเมื่อไรหากมีคนทราบข่าวก็ย่อมจะชื่นชมและสนับสนุนอยู่ไม่ขาด’ … ก็พูดไปเรื่อยน่ะเนอะคนเราเพื่อให้ตัวเองดูดี

เรื่องราวดีๆ ที่ผมเกริ่นมาก็คือการที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอันดับหนึ่งแห่งนครราชสีมาอย่าง มทส. ได้ผลิตและพัฒนาแอพลิเคชั่นตัวหนึ่งเพื่อช่วยคัดกรองโรคพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้สำเร็จ … คุณรู้หรือไม่ว่าโรคมะเร็งท่อน้ำดีเป็นชนิดของโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นลำดับต้นๆ ในทุกปี!! แถมน่ากลัวกว่านั้นตรงที่พบแล้วรักษาไม่ได้ (ง่ายๆ) ซึ่งมูลเหตุที่นักวิจัยได้ฟันธงเอาไว้ก็คือ โรคมะเร็งร้ายที่ว่ามีผลโดยตรงมาจากการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ โดยแอพลิเคชั่นที่ว่ามีชื่อว่า SUT OVCCA จะช่วยคัดกรองความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งในท่อน้ำดีได้อย่างอยู่หมัด คุณจะสามารถทราบได้ทันทีว่าตัวคุณและคนที่คุณรู้จักมีโอกาสเป็นเจ้าสองโรคที่ว่านี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเสี่ยงมาก คุณก็สามารถเข้าพบแพทย์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ รู้ตัวเร็ว รักษาก่อน โอกาสมีชัยปลอดโรคก็มีมากขึ้นเท่านั้น

และผู้ที่จะมาเล่าให้เราฟังถึงแรงบันดาลใจ ที่มาที่ไป และวิธีใช้แอพลิเคชั่นตัวนี้จะเป็นใครไม่ได้ นอกเสียจากคณะผู้ผลิตและพัฒนาแอพลิเคชั่นตัวนี้ขึ้นมา นำโดยหัวหน้าโครงการ รศ.พญ.สรญา แก้วพิทูลย์ หน่วยวิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผศ.ดร.ณัฏฐวุฒิ แก้วพิทูลย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล หน่วยวิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อาจารย์ศิววิชญ์ จั้นอรัญ โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ออกแบบและพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย และ อาจารย์ถิรายุ มีฤกษ์สม โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้พัฒนาแอพลิเคชั่น SUT OVCCA (iOS & android และอยู่ระหว่างพัฒนาเวอร์ชั่น Windows 10 และ Windows 10 Phone)

หัวหน้าโครงการ รศ.พญ.สรญา แก้วพิทูลย์ หน่วยวิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

แอพลิเคชั่น SUT OVCCA คืออะไรครับ

ในเบื้องต้นถ้าจะอธิบายง่ายๆ เจ้าแอพลิเคชั่น SUT OVCCA ก็คือแบบวัดประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพยาธิใบไม้ตับและโรคมะเร็งท่อน้ำดีด้วยตนเองและช่วยในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับแล้วก็มะเร็งท่อน้ำดีค่ะ คือถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่อาจจะยังไม่แน่ใจ คุณสามารถโหลดแอพฯตัวนี้มาประเมินความเสี่ยงนั้นๆ ด้วยตัวคุณเองได้ค่ะ โหลดครั้งเดียวสามารถช่วยประเมินและคัดกรองความเสี่ยงได้หลายคนค่ะ ซึ่งแอพลิเคชั่นนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการควบคุมป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี จัดทำโดยคณะนักวิจัยหน่วยวิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีค่ะ

อยากให้อาจารย์หมอช่วยเล่าที่มาที่ไปและแรงบันดาลใจในการสร้างแอพลิเคชั่น SUT OVCCA ครับ

ถ้าจะให้เล่าถึงที่มาที่ไปของการสร้างแอพลิเคชั่นตัวนี้ จุดเริ่มต้นคงต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วค่ะ คือมีงานวิจัยที่ระบุอย่างชัดเจนว่ามะเร็งท่อน้ำดีเป็นปัญหาสำคัญทางการแพทย์และสาธารณสุขของไทย นอกจากนี้ยังมีการค้นพบอีกว่าโรคพยาธิใบไม้ในตับมีความเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญกับโรคมะเร็งท่อน้ำดี พูดง่ายๆ ก็คือคนที่ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับจะมีความเสี่ยงสูงในการจะกลายเป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดี สมมติว่าชาวบ้านที่กินปลาดิบเป็นประจำ พวกเขาติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ในที่สุดหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับนี้จะส่งผลให้กลายเป็นมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต

จริงๆ แล้วถ้าเช็คตามข้อมูลสถิติการเสียชีวิตของคนไทยจะพบว่า สาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยคือมะเร็ง ไม่ใช่อุบัติเหตุ ไม่ใช่อย่างอื่นเลยนะคะ ทีนี้พอมาเช็คดู มะเร็งอะไรที่มันเป็นปัญหาสำคัญ อันดับหนึ่งในคนไทยคือมะเร็งตับ ในมะเร็งตับเนี่ยมันแบ่งย่อยออกไปได้อีก ซึ่งก็ได้พบว่ามะเร็งท่อน้ำดีคือสาเหตุที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตสูงสุด ประเทศไทยได้รับการขนานนามว่ามีผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งท่อน้ำดีมากที่สุดในโลก ถือว่าโรคที่ได้รับการละเลย แต่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งการเสียชีวิตของประเทศไทย ที่สำคัญคือเป็นโรคมะเร็งที่ปัจจุบันยังหาทางรักษาไม่ได้ คือถ้าเจอคนที่เป็นโรคมะเร็งท่อน้ำดีแล้วเนี่ย การรักษานี่รักษาไม่ได้ละ ผ่าตัดก็ไม่มีประโยชน์ ให้รังสีเคมีรักษานี่ก็ไม่มีประโยชน์ ตรงนี้น่าเสียดายมาก เพราะถ้าเราคัดกรองตั้งแต่ต้นว่าคนๆ นั้นมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ไม่ว่าจะเป็นจากโรคพยาธิใบไม้ตับหรืออื่นๆ เราก็สามารถที่จะรักษาได้ทันท่วงที หรือลดโอกาสในการเป็นมะเร็งชนิดดังกล่าวได้ คือว่าไม่ต้องรอให้เป็นมะเร็งท่อน้ำดีแล้วถึงมาหาหมอ แต่ว่าสามารถตรวจสอบตั้งแต่แรกแล้วว่าเราเสี่ยงนะด้วยการใช้แอพลิเคชั่นตัวนี้คอยติดตามต่อเนื่อง ป้องกันดีกว่ารักษา

คำถามคือทำอย่างไรพวกเขาเหล่านั้นถึงจะรู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงในการเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับ หมอมองว่าแค่การประชาสัมพันธ์แบบรวมๆ อาจไม่สามารถเข้าถึงได้ ประกอบกับการพัฒนาของเทคโนโลยีที่แทบทุกคนจะมีสมาร์ทโฟน หมอมองว่าการสร้างแอพลิเคชั่นจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้เขาสามารถประเมินความเสี่ยงของตัวเองได้แบบเรียลไทม์และตรงจุดที่สุด ซึ่งเขาจะรู้ทันทีว่าตัวเองมีความเสี่ยงมาก ปานกลาง หรือน้อย ถ้าเขาเสี่ยงมากก็ให้มาหาแพทย์เพื่อที่จะเราจะได้ทำการวินิจฉัยเพิ่มเติม นอกจากนี้จากการลิ้งค์ของข้อมูลเมื่อมีคนเข้ามาประเมินตัวเองในแอพฯ ทางเราก็จะสามารถเช็คได้ว่า บริเวณใดที่มีกลุ่มคนซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ เราก็สามารถเข้าไปตรวจสอบและตรวจรักษาป้องกันได้อย่างตรงจุดที่สุด

ผศ.ดร.ณัฏฐวุฒิ แก้วพิทูลย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล หน่วยวิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

สมัยนี้ยังมีคนเป็นโรคพยาธิใบไม้ตับอยู่อีกหรือครับ นึกว่าโรคนี้ควบคุมได้เพราะคนน่าจะรู้และเข้าใจมานานแล้วจากการโหมประชาสัมพันธ์ติดต่อกันมานานกว่า 10 ปี

จริงๆ จากงานวิจัยที่อาจารย์ณัฏฐวุฒิทำมาตั้งแต่ต้นเนี่ย คือเดิมทีเราทำวิจัยอยู่ที่อุบลฯ แล้วก็ย้ายมาอยู่ที่ มทส. ปี 52 แต่แรกเริ่มเราก็คิดว่าไม่เป็นปัญหา แต่พอลงชุมชนแล้วอาจารย์ณัฏฐวุฒิได้ลงไปเก็บตัวอย่างปลาแล้วก็ตัวอย่างอุจจาระของประชาชน ปรากฏว่าปัญหายังมีอยู่ และก็มีอยู่มากด้วย ถ้าจะให้เทียบในประชากรทั้งประเทศเนี่ย 100,000 คนจะเจอคนที่เป็นมะเร็งท่อน้ำดีอยู่ประมาณ 20,000 กว่าคน ทีนี้งานวิจัยของเราเองเนี่ยปรากฏว่าพื้นที่ที่มีพยาธิใบไม้ตับเป็นรอยต่อระหว่างขอนแก่นกับโคราช อย่างเช่น อำเภอประทายหรืออำเภอแก้งสนามนางที่ติดลุ่มน้ำ ชาวบ้านบริเวณนี้ยังมีพฤติกรรมที่ติดการรับประทานตัวปลาน้ำจืดดิบอยู่ โดยล่าสุดปี 2557 มีผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี 85 คน รองลงมาคือ ภาคเหนือที่ 44.6 จากประชากรแสนคน ตรงนี้คือข้อมูลของมะเร็งท่อน้ำดี แต่ถ้าเป็นพยาธิใบไม้ตับตัวที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งท่อน้ำดีเนี่ย ประเทศไทย ณ ปัจจุบันมีความชุกอยู่ที่ 5.1% อันนี้รายงานจากกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข หมายความว่า ประเทศไทยเนี่ยจะมีคนที่เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับประมาณสามล้านสามแสนคน โดยเกือบทั้งหมดมีโอกาสที่จะพัฒนาโรคไปเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ตรงนี้ทำให้งานวิจัยตรงนี้มีความสำคัญมาก

แสดงว่าโรคพยาธิใบไม้ตับยังเป็นโรคที่สร้างปัญหาให้กับคนไทย โดยเฉพาะทางภาคเหนือและภาคอีสานใช่ไหมครับ

ต้องบอกว่าคนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพฤติกรรมการกินแบบสุกๆ ดิบๆ หรือไม่ก็ดิบไปเลยมานานแล้ว ปัจจุบันอาจจะน้อยลงแต่ก็ยังนิยมกินกันอยู่ จริงๆ คือลักษณะการกินแบบนี้ยังไม่หมดไปจากพฤติกรรมคนไทย ซึ่งนอกจากปลาดิบแล้วมันก็ยังมีปลาส้มนะคะที่ยังมีพยาธิใบไม้ตับอยู่ ไหนจะการกินปลาร้าซึ่งในบางครั้งก็ใช้เวลาในการหมักไม่มากพอ การหมักก็ใช้ความเค็มไม่มากพอ ทำให้ปลาร้าที่ได้ไม่ใช่ปลาร้าที่ผ่านการหมักแบบถูกต้อง เป็นอันตราย อันนี้ก็เป็นงานวิจัยของทีมเราเหมือนกันค่ะว่าถ้าหมักปลาร้าไม่นานและเค็มไม่มาก ปลาร้าจะยังมีพยาธิใบไม้ตับอยู่ ตรงนี้แสดงให้เห็นว่าคนไทยยังมีการกินปลาน้ำจืดแบบสุกๆ ดิบๆ ทั้งแบบตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่างไปกินส้มตำที่ร้าน เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าปลาร้าที่ใช้เป็นปลาร้าที่หมักอย่างถูกกรรมวิธีหรือผ่านการต้มให้สุกเพียงพอหรือยัง นี่จึงเป็นปัญหาว่าประชาชนรู้ เข้าใจ แต่ก็อาจไม่เท่าทันและรอบคอบเพียงพอ

อาจารย์ศิววิชญ์ จั้นอรัญ โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้ออกแบบและพัฒนาสื่อมัลติมีเดีย

หลักการทำงานของแอพลิเคชั่นตัวนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ

แอพลิเคชั่นตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจากอาจารย์ถิรายุ มีฤกษ์สม โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาค่ะ โดยทำให้ใช้งานง่ายที่สุด ซึ่งคือจริงๆ ในแอพลิเคชั่น SUT OVCCA เราวางเอาไว้หลักๆ 5 ส่วนด้วยกัน แต่ว่าพอแตกย่อยออกมามันจะได้ประมาณ 7 ส่วน คือ ส่วนที่ 1. ข้อมูลพื้นฐานโรค คือบอกว่าโรคตรงนี้มันเป็นยังไง มันมีปัญหาอะไรบ้าง ทำไมเราถึงต้องสนใจกับมัน ซึ่งเราจะไดปรับมาเป็นผู้พัฒนาตัวอนิเมชั่นสื่อเข้ามาให้ โดยส่วนนี้เราได้ อาจารย์ศิววิชญ์ จั้นอรัญ โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มาช่วยออกแบบและพัฒนาสื่อมัลติมีเดียให้

สำหรับส่วนที่ 2. คือส่วนของแบบคัดกรอง ตอนนี้เรามีแบบคัดกรองอยู่ 2 ตัวหลักๆ คือแบบคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดีกับแบบคัดกรองพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งแบบคัดกรอง 2 อย่างนี้จริงๆ แล้วเราต้องทราบเป็นข้อมูลพื้นฐานของตัวบุคคลอยู่บ้าง ถ้าสมมุติเขาเกิดมีความเสี่ยง เราจะได้ติดตามได้ เราก็เลยมีเมนูส่วนที่ 3 ขึ้นมาคือ ข้อมูลส่วนบุคคล จริงๆ เราก็พยายามไม่เก็บข้อมูลเชิงลึกมากเกินไป เพราะว่าเราก็เข้าใจถึงสิทธิส่วนบุคคล เพราะฉะนั้นเราก็จะเน้นแค่ส่วนของข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เช่น ชื่อ-สกุล แล้วก็สำคัญที่สุดคือพิกัดที่อยู่ว่าอาศัยใกล้แหล่งน้ำหรือไม่ คือถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เราตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าค่อนข้างจะมีความเสี่ยง

ในส่วนที่ 4 ก็จะเป็นเรื่องของแบบวัดต่างๆ ซึ่งเราก็จะมีการวัดอยู่ 3 ส่วน มีการวัดความรู้ การวัดเจตคติ และการวัดการปฏิบัติตัว ก็จะเป็นลักษณะคล้ายกับแบบสอบถามทั่วไป เหมือนเรานั่งทำแบบทดสอบ ซึ่งทั้งส่วนที่สองและส่วนที่สี่นี้เรามีการทำวิจัยมาก่อนแล้วค่ะ และนำหัวข้อคำถามที่ผ่านการทำวิจัยและประเมินอย่างดีแล้วมาใช้ตั้งคำถามเพื่อนำมาคัดกรองความเสี่ยงต่อการเป็นโรคดังกล่าวค่ะ

อาจารย์ถิรายุ มีฤกษ์สม โปรแกรมวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น SUT OVCCA (iOS & android และอยู่ระหว่างพัฒนาเวอร์ชั่น Windows 10 และ Windows 10 Phone)

ในเบื้องต้นผลการสำรวจวิจัยเป็นอย่างไรครับ

เบื้องต้นเราทราบว่าจริงๆ แล้วคนไทยมีโอกาสติดเชื้อพยาธิในตับตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าวัฒนธรรมการกินของเขามันเป็นลักษณะที่สืบต่อมาจากพ่อแม่ผู้ปกครอง เรียกได้ว่าที่บ้านกินอย่างไรก็กินอย่างนั้น เช่นถ้าผู้ใหญ่กินแบบสุกๆ ดิบๆ เด็กก็จะมีพฤติกรรมการกินที่ใกล้เคียงกัน โรคพยาธิใบไม้ในตับจึงมีโอกาสติดเชื้อได้ตั้งแต่เด็กๆ แต่สมัยก่อนกว่าที่เราจะรู้ตัวว่าเราเป็นมะเร็งเนี่ย ก็ใช้เวลาตั้ง 20-35 ปี ซึ่งมันนานมาก เพราะฉะนั้นเราก็เลยคิดว่าแอพลิเคชั่นตัวนี้น่าจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ ช่วยเราคัดกรองตั้งแต่ต้นตั้งแต่เด็กๆ เพราะฉะนั้นกลุ่มเป้าหมายหลักเราเนี่ยมันเริ่มตั้งแต่กลุ่มของวัยรุ่นขึ้นไปที่เริ่มใช้อุปกรณ์พวกนี้เป็น ถ้าคัดกรองแล้วความเสี่ยงต่ำก็โอเคไม่เป็นไร แต่คัดกรองแล้วเจอเสี่ยงสูงเนี่ย ทีมแพทย์เราก็จะดึงข้อมูลออกมาตรวจสอบ เราจะเห็นว่าบ้านเขาอยู่ตรงไหน เราสามารถลงไปดูแลได้ถึงที่บ้านหรือฝากอนามัยแถวบ้านให้ตรวบสอบหรือดูแลคนๆ นี้ต่อได้

สอบถามว่า ถ้าประชาชนกลุ่มเสี่ยงไม่รู้จักแอพลิเคชั่น ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรง ตรงนี้จะทำอย่างไรครับ

แผนในการทำงานของทีมเราคือจะต้องลงไปที่ผู้นำชุมชนในการช่วยคัดกรองตรงนี้ แต่ในเบื้องต้นเราจะนำแอพลิเคชั่นตัวนี้ไปให้เด็กๆ ได้ทดลองใช้ก่อน อย่างที่บอกว่าเด็กจะชอบใช้เทคโนโลยีมากกว่าคนรุ่นพ่อแม่ ซึ่งสมมติฐานของเราก็อย่างที่พูดไปตอนต้นนะคะว่าเด็กมีความเสี่ยงพยาธิใบไม้ตับเพราะเลียนแบบการกินของผู้ใหญ่ในบ้าน หากผลการคัดกรองของเด็กออกมาว่าเสี่ยงน้อย ปานกลาง หรือมีความเสี่ยงสูง ครอบครัวที่บ้านของเด็กก็มีแนวโน้มที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งหลังจากนั้นเราจะนำผลการคัดกรองจากแอพลิเคชั่นที่ได้มาวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อทำการลงพื้นที่และคัดกรองอย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในลำดับต่อไป

อยากฝากผู้อ่านของ MOREmove online ด้วยนะคะว่า สามารถโหลดแอพลิเคชั่น SUT OVCCA ได้ฟรีค่ะ ทั้งระบบปฏิบัติการ ios และ android เพื่อใช้ในการคัดกรองและวัดความรู้ของคุณเองหรือคนที่คุณรู้จัก ยิ่งคัดกรองเยอะเราก็จะยิ่งทราบข้อมูลมากยิ่งขึ้นว่าบริเวณไหนมีความชุกของปัญหาโรคมากๆ ถ้าเราทราบว่าตรงไหนชุกมากๆ เนี่ยเราจะได้รีบเข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหาได้ทันท่วงทีค่ะ สุดท้ายหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อข้อข้อมูลรายละเอียดได้ที่  http://www.suth.go.th/ ค่ะ

ภาพคณะทีมงานพัฒนาและที่ปรึกษาแอปพลิเคชั่น SUT OVCCA ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Special Thanks : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี