1 Min. read

หนุ่มๆ เร่เข้ามา!! เพราะเรามีสาวสวยมาแนะนำให้รู้จักกัน ขอบอกว่าสาวคนที่ว่าเป็นสาวงามเมืองโคราช แถมเป็นผู้สาวขาลุย ไม่ใช่ผู้สาวขาเลาะด้วยนะเออ เธอเป็นอดีตพนักงานบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งที่ลาออกจากงานผันตัวเป็นช่างซ่อมรถ แม้งานจะเลอะก็ไม่หวั่น เจ้าตัวเผยอยากช่วยผ่อนแรงคนเป็นพ่อ

แน่นอนว่า ธรรมชาติของผู้หญิงทุกคนคือต้องรักสวยรักงาม (เอาไว้ก่อน) จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ นางสาวภาวิดา ใยงูเหลือม หรือ น้องข้าวฟ่าง อายุ 24 ปี อดีตพนักงานออฟฟิศที่ลาออกจากงานมาช่วยกิจการของครอบครัวด้วยการผันตัวมาเป็นช่างซ่อมรถ คลุกคลีกับอุปกรณ์ช่างและน้ำมันเครื่องรถยนต์ด้วยความชำนาญชนิดที่ไม่ห่วงสวย จนได้รับความสนใจจากโลกโซเชียล

ที่ร้านสันติผ้าเบรก ริมถนนราชสีมา-จักราช (เพชรมาตุคลา) ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวได้พบกับ น้องข้าวฟ่าง หญิงสาวร่างบางที่กำลังทำงานอย่างคล่องแคล่องไม่แพ้ช่างผู้ชายเลยทีเดียว เธอเล่าให้ฟังว่าในทุกๆ วันจะต้องทำหน้าที่ถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ ซ่อมเบรก เจียรจานดิสเบรก และซ่อมช่วงล่างรถยนต์ของลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการที่ร้าน

“เรียนจบปริญญาตรีด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เมื่อปี 2557 ค่ะ ตอนที่เรียนจบมาใหม่ๆ ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทเอกชนอยู่ได้ประมาณ 1 ปีก็ลาออกจากงาน กลับมาช่วยธุรกิจร้านรับซ่อมผ้าเบรก และช่วงล่างรถยนต์ของที่บ้าน ตอนนี้ทำมาได้ประมาณปีกว่าๆ แล้วค่ะ” น้องฟ่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว

ทั้งนี้น้องข้าวฟ่างยังได้เล่าถึงที่มาที่ไปของการผันตัวมาเป็นช่างซ่อมรถให้ฟังว่า คุณพ่อคุณแม่มีลูกสาวทั้งหมด 3 คน ตนเป็นลูกสาวคนโต ที่ตัดสินใจกลับมาช่วยงานธุรกิจของครอบครัว เพราะตอนเด็กๆ ตนก็คลุกคลีและเคยช่วยงานของคุณพ่อบ่อยๆ ทั้งนี้ไม่เคยกลัวเปื้อนน้ำมัน เพราะถ้าหากเปื้อนแล้วได้เงินตนก็ทำได้ ตั้งใจจะทำงานแบบนี้ไปตลอด ซึ่งตนอยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อ เพราะคุณพ่อทำงานหนักและเหนื่อยมานานแล้ว ต่อจากนี้ไปตนจะช่วยงานของที่บ้านเอง และอยากให้คุณพ่อได้พักผ่อนบ้าง

ด้าน นายสันติ ใยงูเหลือม อายุ 51 ปี พ่อของน้องข้าวฟ่างเล่าว่า ตนมักจะสั่งสอนลูกเสมอว่าถ้าคนเรามีความขยัน อดทน และไม่เลือกงานจะไม่มีวันลำบากแน่นอน โดยช่วงที่่น้องข้าวฟ่างเรียนอยู่ชั้นมัธยมตนก็ได้ให้มาช่วยงานในอู่เป็นประจำ ให้ทำทุกอย่างที่ผู้ชายทำ เช่น การทำเบรก เจียรจารเบรก ย้ำผ้าครัช เปลี่ยนลูกหมาก และถ่ายน้ำมันเครื่อง แต่เมื่อลูกสาวไปเรียนในระดับปริญญาตรี ก็ทิ้งช่วงการมาช่วยงานที่อู่ระยะหนึ่ง เพราะไม่มีเวลา ก่อนที่จะไปทำงานในบริษัทเอกชน กระทั่งลาออกจากงานมา เพราะอยากมาช่วยตนทำงานในอู่

“ตอนแรกก็รู้สึกกลัวว่าลูกสาวจะเสียโอกาสได้ทำงานสบายๆ เหมือนสาวคนอื่น แต่เขาก็ยังยืนยันว่าจะมาช่วยทำงานบริหารอู่แห่งนี้ ให้มีการพัฒนาได้มาตรฐานยิ่งขึ้น เพราะเขาอยากให้ผมได้พักผ่อนบ้าง ผมรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้มาก ก็หวังว่าลูกสาวผมคนนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันนี้เรียนจบมาแล้วตกงานเป็นจำนวนมาก ผมอยากจะบอกว่าถ้าคนเรารู้จักขยัน อดทน และไม่เลือกงานแล้ว ย่อมไม่มีวันอดตายแน่นอน”  นายสันติกล่าวฝากทิ้งท้าย


Source / Photo : sanook.com

Comments

Powered by Facebook Comments