2 Min. read

เรื่องของขยะนี่พูดเลยว่าเป็นปัญหาโลกแตก การจัดการขยะก็เป็นเรื่องที่ต้องครุ่นคิดใส่ใจหนักมาก เพราะถ้าแก้ปัญหาผิดจุด ก็รังแต่จะเพิ่มภาระให้กับโลกและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสุดท้ายสิ่งนั้นๆ ก็จะกลับมาส่งผลกับมนุษย์เราเองไม่มากก็น้อย ล่าสุดกับการเดินเครื่องเตรียมเปิดตัวโรงไฟฟ้าพลังงานขยะแห่งแรกของไทย ขนาด 9.9 เมกะวัตต์ โดย อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส (Eastern Energy Plus) เร่งกำจัดขยะเมืองปากน้ำปริมาณทะลักวันละ 4,000 ตัน พร้อมรื้อร่อนขยะเก่าอีกกว่า 10 ล้านตัน จ่อเซ็นสัญญาขายไฟให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

นายคณพศ นิจสิริภัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์น เอเนอร์จี้ พลัส จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้กู้เงินจากกองทุนต่างประเทศมาดำเนินโครงการกำจัดขยะและผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ โดยได้รับเงินกู้มาเริ่มต้นประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเทกโอเวอร์กิจการฝังกลบขยะเก่า และสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าในพื้นที่หมู่ 5 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีการปรับปรุง บริหารจัดการใหม่ทั้งในส่วนของการรับขยะใหม่ในแต่ละวันควบคู่กับการรื้อร่อนขยะเก่าที่คาดว่ามีปริมาณไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตัน

ที่ผ่านมาการกำจัดขยะของเมืองไทยมี 3 แบบ คือ 1.การเทกองและเผาทำลาย 2.การขุดหลุมฝังกลบแบบไม่ถูกหลักสุขาภิบาล และ 3.การฝังกลบแบบถูกหลักสุขาภิบาล ซึ่งมักประสบปัญหาด้านสถานที่ตั้งโครงการ การทำความเข้าใจกับชาวบ้าน การจัดการขยะภาคครัวเรือน เป็นต้น

นายคณพศกล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทอีสเทิร์นฯ รับขยะใน จ.สมุทรปราการ วันละ 4,000 ตัน ซึ่งมีปริมาณขยะมากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ เพื่อนำมาคัดแยกวันละ 500 ตัน ก่อนนำไปฝังกลบเพื่อนำไปใช้ในโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนขยะเก่า10 ล้านตันจะถูกนำเข้ากระบวนการรื้อร่อน เพื่อนำบางส่วนกลับมารีไซเคิล หากเป็นพลาสติกจะนำไปผลิตเป็นน้ำมัน Pyrolysis Oil ที่เหลือก็จะถูกส่งเข้าโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 9.9 เมกะวัตต์

ในส่วนของการแปรรูปขยะเป็นพลังงานไฟฟ้านั้นใช้อุปกรณ์จากประเทศเยอรมนีและจีน โดยเมื่อต้นปี 2557 ได้ซื้อกิจการบ่อฝังกลบขยะที่ยังเป็นลักษณะการเทกองของผู้ประกอบการรายเดิม มาบริหารจัดการด้วยวิธีฝังกลบแบบมีการควบคุม มีการฉีดน้ำหมักจุลินทรีย์ (EM) วันละ 250,000-300,000 ลิตรทุกขั้นตอนเพื่อกำจัดกลิ่น มีการบดอัดขยะให้แน่นก่อนปิดลานเทขยะด้วยดินเหนียว มีระบบป้องกันไฟไหม้บ่อขยะ กระทั่งได้รับการรับรองมาตรฐานบริหารจัดการด้านคุณภาพ ISO 9001 : 2008 และตอนนี้กำลังพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO14001 : 2015) ต่อไป

ทั้งนี้บริษัทได้วางระบบดูดก๊าซบำบัดกลิ่นและลดการเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงมีกระบวนการบำบัดและปรับปรุงคุณภาพจนทำให้พื้นที่ 150 ไร่ของบริษัทสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและหมู่บ้านจัดสรรได้

“ปัจจุบันอาจพูดได้ว่าบริษัทอีสเทิร์นฯ เป็นโรงไฟฟ้าจากพลังงานขยะแห่งแรกและแห่งเดียวของอาเซียน และจะมีการเซ็นสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในเร็ว ๆ นี้” นายคณพศกล่าว


Source : prachachat.net

Comments

Powered by Facebook Comments