1 Min. read

นักวิชาการ ม.ราชภัฏโคราช ระบุหากนายกฯ ‘ตู่’ ตั้งคำถามประชาชนเพื่อต้องการ เลื่อนการเลือกตั้งออกไปจะผิดสัญญาทั้งต่อประชาชนในประเทศและประชาคมโลก ระบุชัดหากรัฐบาลชุดใหม่ขาดธรรมาภิบาลก็ควรใช้กลไกของรัฐธรรมนูญถอดถอน ทหารไม่ควรเข้ามายึดอำนาจบริหารประเทศอีก

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลาย เมื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้พูดในรายการศาสตร์พระราชาและมีคำถาม 4 ข้อไปยังประชาชน มีคำถามดังนี้ ข้อ 1. ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ข้อ 2. หากไม่ได้จะทำอย่างไร ข้อ 3. การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศ และเรื่องอื่นๆ เช่นประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และ ข้อ 4. ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกแล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร

โดยงานนี้ นายอดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ก็ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่งขอตอบคำถามนายกรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้

ข้อ 1.ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่

นายอดิศรฯตอบคำถามนี้ว่า ถ้าพิจารณาจากหลักการพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาลคือ นิติธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วม ตรวจสอบได้ คุ้มค่า คุณธรรม ตนคิดว่าคงไม่มีรัฐบาลไหนไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือยึดอำนาจเป็นรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะได้รัฐบาลที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่สำคัญคือเป็นรัฐบาลที่มีกลไกในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การซื้อเรือดำน้ำก็สามารถตรวจสอบได้ เป็นต้น

ข้อ 2.หากไม่ได้จะทำอย่างไร

นายอดิศรฯระบุว่าเรื่องนี้ให้เป็นไปตามกลไกการตรวจสอบการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญหรือการตรวจสอบของสื่อมวลชน ของภาคประชาชน ทหารไม่ควรยึดอำนาจอีก

ข้อ3.การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศ และเรื่องอื่น ๆ เช่นประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง

นายอดิศรฯกล่าวว่าคนที่ไปหย่อนบัตรเลือกตั้งต้องคำนึงถึงอนาคตตนเองและอนาคตของประเทศอยู่แล้ว รัฐบาลไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือยึดอำนาจย่อมมีภารกิจหลักคือการกำหนดยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องนำเสนอนโยบายยุทธศาสตร์และแผนการปฏิรูปประเทศทั้งก่อนการเลือกตั้งและก่อนการบริหารราชการแผ่นดิน

ข้อ 4.ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกแล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร

นายอดิศรฯชี้ว่าต้องนิยามคำว่านักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้ชัดเจนก่อนว่าคืออะไร และต้องยอมรับความเป็นจริงในสังคมไทยว่า การเลือกตั้งมันมีโอกาสที่เจ้าพ่อ มาเฟีย ที่จะหลุดรอดเข้ามาเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.แต่ก็คงจะเป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็ต้องถูกควบคุมด้วยกลไกของรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งครั้งหน้าชัดเจนอยู่แล้วว่า แนวโน้มรัฐบาลคงจะเป็นกลุ่มขั้วอำนาจปัจจุบันเพราะถูกออกแบบไว้แล้วดังนั้นจึงสามารถจัดการกับกลุ่มนักการเมืองที่นายกรัฐมนตรีเรียกว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมด้วยกฎหมายได้หากเขามีการกระทำผิด จริงๆ แล้วคนที่อยู่ในอำนาจที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมไม่ได้มีแต่นักการเมือง ทหารก็มี ตำรวจก็มี ก็ต้องว่ากันตามกฎหมายไป

นายอดิศรฯกล่าวอีกว่าตนมองโลกในแง่บวกว่าท่านนายกรัฐมนตรีคงนำเรื่องนี้มาพูดเพื่อเตือนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองฮาร์ดคอร์ เนื่องจากเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามากกว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก เพราะถ้ามีการเลื่อนการเลือกตั้งนอกจากจะเป็นการผิดสัญญาทั้งต่อประชาชนในประเทศและประชาคมโลก แล้วยังจะสร้างปัญหาอื่นๆตามมาอีกมากมาย ประกอบกับ คสช.ก็ได้ออกแบบรัฐธรรมนูญรองรับการต่อท่ออำนาจของตนเองไว้หมดแล้ว ไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่จะเลื่อนการเลือกตั้ง นายอดิศรกล่าว


Source : matichon.co.th

Comments

Powered by Facebook Comments