6 Min. read

การได้พบผู้คนหน้าใหม่ๆ จากหลากหลายวงการ และนำเอาข้อคิดดีๆ มาฝากผู้อ่านคือหน้าที่ที่เราตั้งใจทำมาโดยตลอด ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใคร ประสบการณ์ชีวิตและการทำงานของเขาย่อมมีค่าเสมอ เฉกเช่นวันนี้ที่ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์สาวสวยที่ผมแอบประทับใจมานานหลายปี คุณปอ – ปานวาด เหรียญมณี ทายาทร้านบ้านขนมไทย ร้านขนมหวานขึ้นชื่อลือเลื่องซึ่งชาวโคราชรู้จักกันดีมายาวนานหลายทศวรรษ (ลูกชุบ-หม้อแกงของร้านนี้คือเลอค่าเหนือระดับ)

ด้วยรูปร่างหน้าตาและวัยวุฒิที่อาจไม่สูงนัก (ติดจะดูเด็กและสวยเกินไปด้วยซ้ำหากเทียบกับบุคคลที่ผมเคยสัมภาษณ์ที่ผ่านมา) เธออาจไม่ได้มีชีวิตซึ่งผ่านเรื่องราวการทำงานอย่างโชกโชน มีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างแหวกแนว มีดีเทลการสร้างฝันของตนที่พิลึกพิลั่น หรือประสบความสำเร็จอะไรมากมาย แต่รายละเอียดบางอย่างซึ่งซ่อนอยู่ในเนื้องานต่างๆ ที่เธอทำ ผมมองว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน โดยเฉพาะคนที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

… คนส่วนใหญ่ไม่อยากให้ใครต่อใครตัดสินกันที่ ‘เปลือก’ อยากให้ดูกันที่ผลงานที่พวกเขาทำได้และได้ทำ หลายคนอาจค่อนขอดว่า คนที่รูปร่างหน้าตาดี มีชาติตระกูลดี มักได้เปรียบและเอาเปรียบคนอื่น แต่ในทางกลับกัน เมื่อผมได้พบและพูดคุยกับคุณปออยู่หลายครั้ง ผมมองว่าเธอเองก็ไม่อยากให้คนมองเธอที่เปลือกเช่นกัน ความสวยและชาติตระกูล บางครั้งก็ให้ผลในทางตรงข้าม มักถูกมองข้ามความสามารถภายใน และมองว่าความสำเร็จที่ได้ไม่ใช่ฝีมือของตัวเอง แต่เป็นเพราะถูกใครต่อใครเอื้อให้ด้วยเสน่หาและไม่เป็นธรรม … 

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

แรกรู้จักกันเมื่อหลายปีก่อน ผมมองว่า เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง เธอดูเรียบร้อยและอ่อนหวาน เป็น ‘กุลสตรี’ เพราะเราเจอกันในงานเดินแบบผ้าไหมไทยโคราชซึ่งจัดขึ้นที่ เดอะมอลล์ โคราช ภายในงานเต็มไปด้วยผู้หลักผู้ใหญ่จากทุกๆ วงการ จึง (น่าจะ) ทำให้เธอดูติดจะคุณหนูๆ หน่อย แต่หลังจากวันนั้น ผมพบว่าเธอไม่ได้เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้อะไรขนาดนั้น ติดจะสนุกสนานและเป็นกันเองมากๆ ด้วยซ้ำ มีลักษณะคล้ายเด็กสาวซึ่งโก๊ะๆ กังๆ ไปตามเรื่อง จากวันนั้นที่เธอเป็นเพียงผู้ช่วยคุณอาและเรียนรู้งานภายในโอบล้อมของอาณาจักรบ้านขนมไทยซึ่งตั้งอยู่บนถนนจันทน์ (ตรอกจันทน์) เธอขยายงานของตัวเอง (ทำร่วมกันกับคนในครอบครัวที่เธอบอกกับผมว่า “สำคัญที่สุดในชีวิต”) ทั้งเป็นอีเว้นท์ออร์แกไนเซอร์ รับจัดงานแต่งงานบนพื้นที่สุดไพรเวทและสวยงามเว่อร์ๆ บนเรือนชมมณีซึ่งหลายคนประทับใจในความสง่างามราวภาพฝัน ล่าสุดกับการเปิดสอนทำขนมและอาหารแบบไทยๆ ที่เธอกำลังเริ่มต้นอย่างช้าๆ และมั่นคง

ช่วงบ่าย ผมพบเธอที่แต่งตัวง่ายๆ หน้าตาถูกผัดแต่งเพียงบางเบาโชว์ผิวขาวๆ ราวหยวกเนื้อดี เธอกำลังสาธิตการทำขนม ‘วุ้นกะทิสายรุ้ง’ แบบง่ายๆ ให้ผมชม ดูตั้งแต่ต้นจนจบก็ถึงกับต้องอุทานว่า “นี่คือแบบง่ายๆ แล้วหรือ!!???!!” ขั้นตอนการเตรียมอาจไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ขั้นตอนการหยอดแต่ละชั้นๆ จนเสร็จนั้นต้องอาศัยความอดทนและละเอียดลออ ต้องอาศัยความชำนาญอยู่ไม่น้อยเลย เห็นแล้วก็ได้แต่รำพึงรำพันในใจว่า “คราวหน้าเวลาซื้อขนมไทยมากิน คงต้องกินแบบพินิจพิจารณาและเห็นคุณค่ามากกว่าที่เคย กว่าจะได้มาแต่ละชั้น … นี่แค่ดูเฉยๆ ยังแอบเพลีย”

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

“การทำขนมไทยอาจจะดูยุ่งยากสักหน่อย เพราะมีรายละเอียดที่ต้องพิถีพิถัน อย่างวุ้นกะทิสายรุ้งที่ปอทำให้ดูวันนี้ จริงๆ เหมือนง่าย แต่ก็แอบปวดหลังนิดนึงเพราะกว่าจะหยอดเป็นชั้นๆ ออกมาได้ก็ต้องใช้เวลาและความอดทน เพราะมันต้องสลับชั้นวุ้นกับชั้นกะทิไปเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละชั้นก็ต้องรอให้แห้งพอสมควร ที่สำคัญคือมันต้องมีทักษะบางอย่างที่ต้องทำบ่อยๆ ถึงจะเชี่ยวชาญ อย่างถ้าหยอดเร็วไป ชั้นก่อนยังไม่เซ็ตตัวดีพอ ก็จะละลายรวมกันเห็นเป็นชั้นที่ดูเลอะๆ ปนๆ ไม่สวย หรือถ้าช้าเกินไป แต่ละชั้นก็ไม่เกาะตัวกัน หลุดร่อนง่าย … คือขนมไทยเป็นขนมที่ต้องใจเย็น ต้องใช้เวลากว่าจะทำได้” 

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ฟังแบบนี้ก็แอบคิดเองเออเองแบบจับแพะชนแกะว่า ขนมไทยก็คงเหมือนกับผู้หญิงไทย ซับซ้อน มากรายละเอียด ดีเทลเยอะ กว่าจะได้มาคือต้องใจเย็นและใช้เวลา แต่พอได้มาก็ต้องบอกเลยว่า คุ้มพะยะค่ะ!!!

INTRODUCING |

สวัสดีค่ะ ชื่อปอ ปานวาด เหรียญมณี ตามจริงสามารถเรียกเราว่าเป็นทายาทของร้านบ้านขนมไทย คุณพ่อของปอเป็นพี่ชายของอาเอ็กค่ะ อาเอ็กคือ คุณสุดา เหรียญมณี เป็นเจ้าของร้านบ้านขนมไทย ปอมีน้องแท้ๆ อยู่อีกคนค่ะ ชื่อปลาย แต่จริงๆ มีลูกพี่ลูกน้องที่สนิทกันมากๆ อยู่ 4 คนก็คือ พี่โน้ต พี่เนย ปอจะเป็นคนที่ 3 แล้วก็ปลาย มีทั้งหมด 4 คน ก็คือสนิทกัน โตมาด้วยกันตลอด อยู่บ้านเดียวกัน เอาจริงๆ ที่บ้านค่อนข้างเรียบร้อยนะ มีปอที่แตกต่างแหวกแนวมาก คือคนอื่นอาจจะคิดว่าปอเป็นลูกคุณหนู ทำอะไรไม่เป็น แต่จริงๆ คือไม่ใช่เลย เราค่อนข้างเป็นคนลุยๆ ค่ะ

เราเป็นครอบครัวใหญ่ อบอุ่น เราไม่ได้อยู่แบบกงสี คนภายนอกจะชอบมองว่าที่บ้านแบ่งอะไรยังไง แบ่งกิจการแบ่งเงินกันยังไง คือปอโชคดีมากที่เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น ทุกคนไม่ได้หวังอะไร เราอยู่กันอย่างเข้าใจ พึ่งพาอาศัยกัน สำหรับเรื่องของการศึกษา ช่วงมัธยมฯปอเรียนที่สุรนารีวิทยาค่ะ สายวิทย์-คณิต แล้วก็ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ปอจบจากมหาวิทยาลัยรังสิตค่ะ เรียนเกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์ ไม่เกี่ยวกับเรื่องขนมอะไรอย่างนี้เลยค่ะ แต่ที่ทำเป็นก็เพราะเราศึกษาซึมซับตั้งแต่เด็ก เห็นมาตั้งแต่เด็กอะไรอย่างนี้ค่ะ ดูอะไรนิดหน่อยก็จะเป็นเร็วค่ะ

STARTING POINT |

พอเรียนจบ ปอก็กลับมาช่วยงานที่ร้านบ้านขนมไทยค่ะ ก็ช่วยงานที่บ้านมาได้ประมาณ 5 ปีค่ะ ซึ่งตอนนั้นก็มีไปช่วยงานของพี่ๆ ที่ร้าน Sisterly by บ้านขนมไทยด้วยค่ะ

ตัวอย่างรูปแบบงานวิวาห์ที่จัดขึ้น ณ เรือนชมมณี โดยคุณปอ – ปานวาดและทีมงาน

ในช่วงนั้นคุณพ่อท่านก็ปลูกเรือนไทยอยู่ในบริเวณที่ตั้งของร้านครัวเก้าคูณเก้าค่ะ เป็นเรือนไม้เรือนไทยทั้งหลัง ชื่อว่าเรือนชมมณี คือคุณพ่อชอบไม้ชอบสะสมไม้ ก็เลยเอาไม้ที่เก็บไว้มาสร้างเป็นเรือน ทีแรกตั้งใจว่าจะทำเป็นบ้านพักของครอบครัว เอาไว้พักผ่อนอะไรแบบนี้ เป็นสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบ แต่พวกเราก็ไม่ค่อยได้ไปพักกันเสียที เพราะก็ยุ่งๆ กัน ทีนี้หลายๆ คนเห็นก็ชอบ ก็มีเข้ามาขออนุญาตใช้เป็นสถานที่ถ่ายพรีเวดดิ้ง คือแบบนี้มันหายากเนอะ ซึ่งช่วงแรกๆ ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่รู้จักกันอย่างนี้อ่ะค่ะ หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาสอบถามเยอะมาก ทั้งอยากถ่ายพรีเวดดิ้งบ้าง อยากขอใช้เป็นพื้นที่จัดงานแต่งงานบ้าง ตอนเช้าเป็นพิธีไทยอะไรแบบนี้ค่ะ เราก็เลยลองมาคิดกันดูว่า ที่บ้านก็ทำขนมไทยอยู่แล้ว ที่ครัวเก้าคูณเก้าก็เป็นร้านอาหาร มีพื้นที่ มีรายการอาหาร มีพนักงานอะไรต่างๆ ครบถ้วน เรือนชมมณีที่แต่เดิมกะจะใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัวก็ไม่มีใครมาใช้งาน จะปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่มีประโยชน์ ประจวบเหมาะกับที่คุณอาของปอ อาต้อย – กานดา เหรียญมณี เกษียณอายุราชการแล้ว ก็เลยมีเวลามาช่วยกันดูแลตรงนี้ เราก็เลยผุดไอเดียจะทำเรือนชมมณีให้เป็นสถานที่รับจัดงานแต่งงานไปพร้อมๆ กับการทำเวดดิ้งออร์แกไนเซอร์ให้ด้วย ทำนองเดียวกันกับเวดดิ้งแพลนเนอร์แต่จะไม่ครบวงจรอะไรขนาดนั้น คือเรามีสถานที่ มีคนจัดเตรียมสถานที่ให้สวยงาม มีอาหาร เครื่องดื่ม ขนมที่ใช้เลี้ยงแขกหรือทำเป็นขันหมากต่างๆ ค่ะ แต่เราจะขาดเรื่องของตากล้อง เสื้อผ้าเครื่องประดับที่ใช้ในงาน แล้วก็พวกเมคอัพอะไรต่างๆ ซึ่งถ้าต้องการให้เราจัดหาให้ เราก็มีในส่วนของคอนเนคชั่นให้ค่ะ

TURNING POINT |

ในส่วนของการเป็นออร์แกไนเซอร์ พูดตามจริง คือตัวปอไม่เคยมีประสบการณ์เลยค่ะ แต่คุณอาต้อยที่ทำอยู่ด้วยกันเชี่ยวชาญด้านนี้ คุณอาเคยเป็นรองผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษา นครราชสีมาค่ะ ก็เลยจะได้รับมอบหมายหน้าที่ในการจัดงานอีเว้นท์ของสถานศึกษาหรือว่าส่วนงานต่างๆ ในจังหวัดอยู่บ่อยๆ ก็คือได้ความรู้ได้อาต้อยเป็นผู้ถ่ายทอดให้เรา เราก็เรียนรู้จากประสบการณ์อะไรต่างๆ จากคุณอานี่ล่ะค่ะ ก็คือคุณอาเป็นแบคอัพว่าเราต้องทำอะไรบ้าง ตอนนี้เราเริ่มทำอีเว้นท์อะไรต่างๆ ที่เรือนชมมณีมาได้ประมาณ 3-4 ปีแล้วค่ะ

GROWING HAPPINESS |

หลังจากที่ปอได้คลุกคลีด้านการทำขนมมาตั้งแต่เด็กๆ ปอก็มองว่าอยากต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวกับขนมไทยค่ะ คือปอมองว่าเดี๋ยวนี้คนที่รู้จักขนมไทยมีไม่น้อยนะคะ แต่คนที่ทำขนมไทยเป็นและอร่อยมีน้อยค่ะ ปอไม่อยากให้งานทางด้านนี้หายไปค่ะ อีกอย่างก็มีหลายๆ คนที่เป็นลูกค้าที่ร้านบ้านขนมไทยแล้วชอบ อยากหัดทำเพื่อเป็นงานอดิเรกบ้าง เป็นอาชีพบ้าง ก็จะมีกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มแม่บ้านมาขอเรียนขนมไทยเรื่อยๆ ปอก็เลยคุยกับที่บ้านแล้วตกลงใจเปิดสอนทำขนมไทยค่ะ ก็เริ่มต้นเปิดเป็นคอร์สเล็กๆ สอนทำขนมไทยค่ะ แล้วก็มีสอนทำอาหาร สอนการจัดแคทเทอริ่ง สอนการแกะสลักด้วยค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มเปิดอย่างเป็นทางการ คือจะมีผู้เรียนเป็นกลุ่มคนที่รู้จักกันมาทดลองเรียน หรือคนที่จะไปเมืองนอก ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนหรือนักเรียนต่างชาติที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมไทยจากการทำอาหารอะไรแบบนี้ค่ะมาขอเรียน

SHARING INSPIRATION |

ทำงานมาหลายอย่าง ถ้าจะถามว่าอะไรที่เป็นตัวเรามากที่สุด ส่วนตัวก็ชอบงานออแกไนซ์ค่ะ คือมันเหมือนได้เจออะไรหลายๆ อย่าง ได้แก้ปัญหา ได้บริหารจัดการ เพราะโดยส่วนตัวหลายคนที่มองเข้ามาจะคิดว่าปอดูเรียบร้อย เป็นหญิงไทยนั่งพับเพียบทำขนมไทยอยู่บ้าน แต่จริงๆ คือไม่ใช่เลย ปอเป็นคนลุยๆ ติดจะห้าวๆ ด้วยซ้ำไป คือการทำขนมไทยอาจจะดูเป็นผู้หญิงหน่อย ก็เป็นตัวเราในส่วนหนึ่ง เหมือนมันติดมาจากครอบครัว จากการทำและเห็นในทุกๆ วันตั้งแต่เด็ก แต่งานออร์แกไนซ์มันจะเป็นอีกพาร์ทของเรา ได้พบเจอสิ่งต่างๆ คนแบบต่างๆ หลากหลาย ขนาดเจอปัญหาหรือเรื่องเครียดๆ เช่นงานไม่รันตามคิว หรือเรื่องของดินฟ้าอากาศที่ไม่เป็นใจ ก็ยังสนุก พอทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีก็จะรู้สึกว่า เราทำได้ ประสบความสำเร็จ เห็นสีหน้าของลูกค้าที่พอใจในเนื้องานที่เราตั้งใจทำเราก็มีความสุขค่ะ ถ้าจะถามว่างานออร์แกไนซ์นี่เหนื่อยไหม บอกเลยว่าเหนื่อยมาก!! แต่พอเสร็จแล้ว เห็นเขามีความสุข เห็นเขารักกัน เห็นเขามีรูปที่มีความสุข รูปที่จะอยู่กับเขาไปตลอด ก็มีความสุข

ในอนาคตก็อาจจะมีการต่อยอดให้เป็นเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่สมบูรณ์แบบกว่านี้ เรียกว่าครบวงจรกว่านี้ ช่วงนี้เรารับเฉพาะงานที่จัดที่เรือนชมมณีเสียเป็นส่วนมาก จะมีพิเศษๆ ที่ออกไปจัดนอกสถานที่อย่างงานของกัปตันกิ๊ฟ (วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์) นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ซึ่งปอก็จัดให้เพราะเป็นพี่ที่สนิทกัน เอาจริงๆ ถามว่าทำไมไม่ขยายงานออกไปอีก คือปอมองว่าทุกๆ งานที่ทำเราอยากทำให้ได้ดี ทำให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุด คือตอนนี้ปอมีกำลังประมาณนี้ ถ้ารับงานที่เกินกำลังของเรามันก็อาจจะได้เงินที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่งานที่ได้ก็อาจไม่มีคุณภาพ นอกจากจะไม่ดีต่อลูกค้า ก็ยังไม่ดีต่อตัวเราด้วย คือจะเห็นได้ว่าปอจะไม่ได้โฆษณาอะไรเท่าไรเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นในลักษณะปากต่อปาก ค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ ทำ ไม่รีบ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

“ถามว่าทำไมไม่ขยายงานออกไปอีก คือปอมองว่าทุกๆ งานที่ทำเราอยากทำให้ได้ดี ทำให้ลูกค้าประทับใจมากที่สุด คือตอนนี้ปอมีกำลังประมาณนี้ ถ้ารับงานที่เกินกำลังของเรามันก็อาจจะได้เงินที่มากขึ้นกว่าเดิม แต่งานที่ได้ก็อาจไม่มีคุณภาพ นอกจากจะไม่ดีต่อลูกค้า ก็ยังไม่ดีต่อตัวเราด้วย … ค่อยๆ สร้าง ค่อยๆ ทำ ไม่รีบ” 

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

LEARN THE RULES |

งานทุกงานไม่มีอะไรง่ายหรอก ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอาศัยประสบการณ์ คือการพัฒนา อย่างงานออร์แกไนซ์ปอก็เริ่มจากศูนย์เหมือนกัน ก็คือเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด คนจะเป็นเจ้าของกิจการคือเราจะต้องทำให้เป็นในทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับงานเกี่ยวกับธุรกิจที่เราสร้าง คือไม่ใช่อยู่ดีๆ จะเป็นเจ้าของได้เลย ที่บ้านของปอจะสอนให้ทำเองทุกอย่างตั้งแต่แรก ไม่เว้นแม้แต่งานยกของ เราต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับทีมงาน คือการที่เราเป็นผู้บริหารไม่ใช่ว่าเราจะสั่งอย่างเดียว ต้องทำให้เขาดูด้วย ลงไปทำงานกับเขา อันนี้ปอคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารคน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

“งานทุกงานไม่มีอะไรง่ายหรอก ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอาศัยประสบการณ์ คือการพัฒนา อย่างงานออร์แกไนซ์ปอก็เริ่มจากศูนย์เหมือนกัน ก็คือเรียนรู้ทุกอย่างใหม่หมด คนจะเป็นเจ้าของกิจการคือเราจะต้องทำให้เป็นในทุกๆ อย่างที่เกี่ยวกับงานเกี่ยวกับธุรกิจที่เราสร้าง คือไม่ใช่อยู่ดีๆ จะเป็นเจ้าของได้เลย ที่บ้านของปอจะสอนให้ทำเองทุกอย่างตั้งแต่แรก ไม่เว้นแม้แต่งานยกของ เราต้องเรียนรู้ไปพร้อมกับทีมงาน คือการที่เราเป็นผู้บริหารไม่ใช่ว่าเราจะสั่งอย่างเดียว ต้องทำให้เขาดูด้วย ลงไปทำงานกับเขา อันนี้ปอคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารคน” 

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


Source : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ

Comments

Powered by Facebook Comments