39 Min. read

หยุดเสาร์-อาทิตย์มีเวลาน้อยนิด แต่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศหาที่พักผ่อน ‘เขาใหญ่ – วังน้ำเขียว’ คือตัวเลือกแรกที่ใครๆ ก็นึกถึง เพราะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ขับรถได้แบบเพลินๆ แต่ก็รักพี่เสียดายน้อง ไม่รู้ว่าจะขึ้นเขาใหญ่ชมธรรมชาติหรือจะไปสูดโอโซนที่วังน้ำเขียวดี เอาเป็นว่าไปมันสองที่ซะเลยนี่แหละ ทำได้เหรอ? ทำได้สิ เพราะเราทำมาแล้ว

เริ่มต้นในตัวเมืองที่ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ด้วยการกราบไหว้ขอพรคุณย่าโมเพื่อความเป็นสิริมงคลเอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นเราก็เริ่มเดินทางออกสู่นอกตัวเมืองไปตามถนนชื่อแสนจะเป็นมิตร ‘ถนนมิตรภาพ’ ขับรถไปเรื่อยๆ จนเข้าเขตอำเภอสีคิ้ว เรายูเทิร์นรถแวะที่ วัดหลวงพ่อโต ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ ไหว้พระ-ทำบุญ และไม่ลืมที่จะขอพรจากองค์หลวงพ่อโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก แถมด้วยชิมราดหน้าอร่อยๆ ที่โรงทานของทางวัด

อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

วัดหลวงพ่อโต – photo : pirun.ku.ac.th

photo : www.edtguide.com

ทำบุญเข้าวัดสบายใจแล้วเราก็ลุยกันต่อที่ ฟาร์มโชคชัย ฟาร์มที่ถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงความรู้ มิติใหม่ของการเรียนรู้นอกห้องเรียนจากคลังปัญญาบนท้องทุ่งกว้างและส่งต่อประสบการณ์สู่สังคมโดยมีรางวัลการันตีจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้วยอาณาบริเวณพื้นที่ป่ากว่า 200 ไร่ สามารถให้ท่านพักผ่อนหย่อนใจตามบรรยากาศสไตล์คาวบอย และมีกิจกรรม อาทิ ขี่ม้า ขับรถวิบาก ATV หรือจะเรียนรู้วิธีการรีดนมวัว การทำไอศกรีมสูตร ‘อืมม! .. มิลค์’ ไอศกรีมผสมนมโคแท้แสนอร่อยแห่งเดียวในโคราช หรือสนใจจะชิมสเต๊กเนื้อวัวเกรดเอก็มาลองกันได้ที่โชคชัยสเต็คเฮ้าส์ ติดๆ กันเขาก็มีแฮมเบอร์เกอร์ต้นตำรับจากฟาร์มโชคชัยให้หม่ำคำโตๆ เรียกว่าอิ่มอร่อยจุใจกันไปเต็มๆ ใครชอบวิวสวยๆ สไตล์คาวบอยนิดๆ และอาหารอร่อยๆ เปี่ยมคุณภาพ เชิญเลยจ้า การันตี!!

ฟาร์มโชคชัย – Photo : www.megazy.com

ออกจากฟาร์มโชคชัยขับเลย (ตะ-เหลิด) ไปอีกสักหน่อย จะพบกับทางเข้า วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือวัดพระขาว ก็ให้เลี้ยวเข้าซอยไปได้เลย เมื่อขับตรงเข้ามาจะแลเห็นพระพุทธรูปสีขาวตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขาอย่างงดงาม แต่ก่อนที่จะถึงตัววัดเราแวะที่ สวนซ่อนศิลป์ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่เอาแนวคิดศิลปะมาใช้ในการจัดแต่ง ผสมผสานศิลปะเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว สายธาร น้ำตก เป็นฉากประกอบในการถ่ายรูปได้ทุกมุมขอย้ำว่าทุกมุมจริงๆ เรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางแจ้งก็ว่าได้ หลังจากที่เราเสพงานศิลป์จนจุใจแล้วก็เดินทางต่อไปยังวัดพระขาว นมัสการพระขาวเสริมมงคลก่อนเดินทางต่อ

สวนซ่อนศิลป์ : photo – zabnaluck

สวนซ่อนศิลป์ : photo – zabnaluck

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม : photo – www.dhammathai.org

เราขับรถกลับเข้าสู่ถนนมิตรภาพไปอีกนิด แล้วเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนกุดคล้า-ผ่านศึก (ซอยติดกับร้านแดรี่ฟาร์ม) ถนนเส้นนี้ถือว่าเป็นเส้นเลือดฝอยของแหล่งท่องเที่ยวประจำหน้าหนาวนี้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าขับรถเข้าไปตรงไหนก็มีแต่แหล่งท่องเที่ยวแตกแขนงเต็มไปหมด แต่จะให้แวะทั้งหมดก็คงไม่ไหว เราจึงเลือกไปเยือนที่โดนๆ (ใจพวกเรา) อย่าง พรีโม เพียซซ่า ซึ่งบรรยากาศของที่นี่จำลองมาจากหมู่บ้านในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี สวยงามอลังการ ล้อมรอบด้วยขุนเขา ให้อารมณ์เหมือนกำลังเดินอยู่เมืองนอกจริงๆ อาคารแต่ละหลังเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ ร้านไอศกรีม ที่ให้เราได้นั่งพักจิบเครื่องดื่ม และถ่ายรูปสวยๆ ไปอวดเพื่อน แถมที่นี่ยังมีบรรดาสัตว์ขนปุย อาทิ เมอริโน่ อัลปาก้า และลา ให้ได้สัมผัสความน่ารักอีกด้วย

พรีโม เพียซซ่า : photo – www.edtguide.com

เต็มอิ่มกับบรรยากาศที่พรีโม เพียซซ่าแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อไปยัง ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ ซึ่งที่นี่เขามีไวน์สดรสนุ่มให้ลิ้มลอง ว่าแล้วทีมงานก็จิบกันไปคนละจิบสองจิบพอเป็นกระษัย ไม่ถึงขั้นเมามาย ก่อนที่จะออกไปเดินชมไร่องุ่นสวยๆ ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา พลางเหลือบดูนาฬิกา ก็สมควรแก่เวลาที่เราจะบอกลาสถานที่แห่งนี้แล้วออกเดินทางต่อสู่เขาแผงม้า

ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ : photo – www.manager.co.th

ไร่องุ่นกราน-มอนเต้ : photo – www.manager.co.th

เข้าเขตวังน้ำเขียวที่แรกที่เราแวะพักรถคือ จุดพักรถอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ดูวิวสวยๆ แบบพานอราม่า พร้อมเพลิดเพลินกับขนมนมเนยที่ตุนมาบนรถ จากนั้นก็ลุยตระเวนเที่ยวกันต่อที่ สวนดอกหน้าวัวสุชาดา ซึ่งเขาขึ้นชื่อเรื่องดอกหน้าวัว แน่นอนว่าเมื่อมาถึงแล้วก็ต้องไปชมความงามของดอกหน้าวัวนานาพันธุ์ของที่นี่กันเสียหน่อย แต่นอกจากดอกหน้าวัวแล้ว ยังมีสวนองุ่นไร้เมล็ด แปลงผักสลัดเมืองหนาวปลูกแบบไอโดรโปนิกส์ และสวนดอกกล้วยไม้ให้ได้เที่ยวชม

สวนดอกหน้าวัวสุชาดา : photo – www.painaidii.com

สวนดอกหน้าวัวสุชาดา : photo – www.painaidii.com

จบทริปชมสวนสุชาดาแล้วเราก็ขับรถต่อมาอีกสักพัก พลันท้องเริ่มร้องหิว (ขนมที่กินไปก่อนหน้าย่อยเร็วเหลือเกิน) พวกเราจึงหาร้านอาหารสำหรับฝากท้อง จนมาหยุดอยู่ที่ ครัวทะเลวิว ร้านอาหารที่ชวนสะดุดตาเพราะนำเอาเรือใหญ่มาทำเป็นตัวร้าน แถมยังมีเมนูอาหารใต้เป็นจุดขาย และมีหอคอยชมวิวที่มองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ไกลสุดลูกหูลูกตาเหมือนกับว่าเรากำลังมองวิวจากทะเลอย่างไรอย่างนั้น

สวนลุงไกร : photo – รายการ Happy Map (YouTube)

หลังจากอิ่มท้องกันถ้วนหน้า เราสตาร์ทเครื่องยนต์วิ่งรถออกออกจากเส้นเขาแผงม้าสู่ถนนสาย 304 ตั้งพิกัดมุ่งตรงไปที่อำเภอไทยสามัคคี จุดหมายแรกคือ สวนลุงไกร

ที่สวนลุงไกรแห่งนี้มีผักสดและผลไม้สะอาดปราศจากสารพิษให้ได้เลือกซื้อมากมาย แต่บอกเลยว่าแค่นี้ยังไม่ถือว่ามาถึงสวนลุงไกร ถ้าไม่ได้ฟังเพลงเพราะๆ จากลุงไกร ซึ่งนอกจากจะร้องขับกล่อมนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแล้ว ลุงไกรยังร้องให้กับบรรดาพืชผักที่อยู่ในแปลงฟังอีกด้วย

สวนลุงไกร : photo – www.narinet.in.th

จากนั้นเราก็ดิ่งตรงไปที่ สวนผักน้าเปีย หรือ ไร่ ป.ปราการ ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับสวนลุงไกรเพียงขับตรงเข้าไปอีกไม่เกิน 3 กิโลเมตร เมื่อไปถึงเราก็โชคดีที่เจอกับน้าเปียตัวจริงเสียงจริง น้าเปียบอกกับเราว่าที่ผักออร์แกนิกส์หรือผักอินทรีย์ของทางไร่กรอบสดและอร่อยนั้น เป็นเพราะปลูกด้วยวิธีการเพาะปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารสังเคราะห์ใดๆ ในทุกขั้นตอนการผลิต แถมน้าเปียยังเล่าบอกความประทับใจให้เราฟังอีกว่ามีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เมื่อครั้งเสด็จฯ มาเยือนไร่แห่งนี้ เป็นความประทับใจที่น้าเปียจะไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

เที่ยวไร่ชมสวนจนเพลิน เวลาของวันเดินมาถึงช่วงที่ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ก็ได้เวลาที่เราจะไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายของทริป ผาเก็บตะวัน ที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทับลาน เราไม่พลาดที่จะจับจองมุมดีๆ ในการบอกลาดวงตะวันที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสู่เส้นขอบโลก เก็บภาพความประทับใจผ่านเลนส์ให้หนำใจ สูดโอโซนบริสุทธิ์ให้เต็มปอด

เราดื่มด่ำกับบรรยากาศสวยๆ ยามเย็นที่ผาเก็บตะวันอยู่พักใหญ่ แล้วจึงขับรถกลับลงมา วิ่งตามถนนไทยสามัคคี กลับออกมาสู่ถนน 304 มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองทางอำเภอปักธงชัย HAPPY!!

ผาเก็บตะวัน – Photo : thailandtopvote.com

อุทยานแห่งชาติทับลาน – Photo : upload.wikimedia.org


Photo : ขอบคุณเจ้าของภาพตามเครดิตที่แจ้งไว้ตามภาพ (ทุกภาพไม่ได้ถูกใช้เพื่อการโฆษณา)

Comments

Powered by Facebook Comments