28 Min. read

(ขอสาบานต่อหน้าไฟว่ารอบนี้จะเขียนเกริ่นนำสั้นๆ – ผู้เขียน) ว่ากันว่าระบบขนส่งสาธารณะที่กำลังจะเกิดขึ้นในโคราชได้สร้างความฮือฮาป่าแตกตั้งแต่ดำริจะมีการสร้างขึ้น ณ ใจกลางเมืองย่าเมื่อหลายปีก่อน เรียกได้ว่าเป็น Talk of the Town แบบสุดๆ

หะแรกก็ว่าจะเป็นแบบ BRT รถบัสแบบลอยฟ้าผ่ากลางเมือง เงียบๆ ไปสักพักก็มีแบบใหม่ LRT รถไฟฟ้ารางเบาแล่นรอบเมือง จริงๆ ผ่านมาแล้วปีเศษ กระแสความฮอตก็ยังไม่ลดราวาศอก เรามักจะได้ยินข่าวลือข่าวเล่าออกมาให้ได้ฉงนสนเท่ห์บ้าง ตื่นเต้นตื่นใจบ้าง ตระหนกตกใจบ้าง แต่เป็นแบบกระปริดกระปรอยจากเจ้ากรมข่าวลือหลายสำนัก นานๆ เข้าก็ไม่แน่ใจว่า เรื่องที่รู้คือถูกต้องหรือว่ามั่วเหม็น

ผมคนหนึ่งล่ะที่อยากรู้ใจจะขาดว่า “สรุปอะไรยังไงกันแน่ ชั่วชีวิตนี้จะได้ขึ้นไปใช้บริการนั่งหน้าแฉล้มในนั้นบ้างไหม เจ้าระบบขนส่งสาธารณะในเมืองย่าเนี่ย!!!???!!!” อดรนทนไม่ไหวก็เลยขออนุญาตสัมภาษณ์ผู้ที่เป็นเสมือนตัวแทนการออกแบบแผนงานทั้งหมดของระบบขนส่งสาธารณะโคราชแบบล่าสุดซึ่งดูท่าว่าใกล้เคียงความเป็นไปได้มากที่สุด รถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit) โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุขสันติ์ หอพิบูลสุข หัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และผู้จัดการโครงการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา (เห็นไหม? เกริ่นนำนิดเดียวจริงๆ – ผู้เขียน)

อยากให้อาจารย์แนะนำตัวเองให้ชาวโคราชได้รู้จักครับ |

ผมชื่อ สุขสันต์ หอพิบูลสุข เป็นคนกรุงเทพฯครับ เรียนจบจากมหาวิทยาลัย Saga ที่ญี่ปุ่นช่วงประมาณเดือนกันยายน พ.ศ 2544 จากนั้นก็มาเริ่มงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในวันที่ 1 มีนาคม 2545 ปัจจุบันผมเป็นหัวหน้าสาขาวิชาวิศวกรรมโยธาแล้วก็เป็นผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน และเป็นรักษาการผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีครับ

ผลงานของอาจารย์ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและการจัดการระบบขนส่งมีอะไรบ้างครับ |

โดยปกติผมทำงานด้านออกแบบงานถนนครับ ทำงานถนนปกตินะครับ โดยส่วนใหญ่ก็มีโอกาสทำงานให้ทางหลวงชนบท ก็จะจัดทำแผนแม่บทแผนปฏิบัติการของทางหลวงชนบท ในครั้งนี้ก็ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมาครับ

ความจำเป็นที่โคราชจะต้องมีระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมาคืออะไรบ้างครับ |

จริงๆ แล้วโครงการนี้เป็นโครงการที่ดำริโดย สนข. หรือสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ซึ่งโดยปกติโครงการใหญ่ๆ ของประเทศจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีการศึกษาแผนแม่บทฯก่อน ทุกอย่างต้องมาจากแผนแม่บทก่อน ในทำนองเดียวกันในจังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่แล้วก็เป็นประตูสู่ภาคอีสาน เส้นทางทุกเส้นทางที่จะเข้าสู่ภาคอีสานต้องผ่านโคราช เพราะฉะนั้นก็เลยทำให้เกิดโครงการใหญ่หลายๆ โครงการ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์เวย์หรือโครงการรถไฟความเร็วสูง เมื่อเกิดโครงการเหล่านี้ขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือนักลงทุนเข้ามาลงทุนในจังหวัดนครราชสีมามากขึ้น จะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเรามีห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลต่างๆ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเองก็มี เรามีธุรกิจโรงแรมที่กำลังเข้ามาเยอะแยะเลย แคนทารี่ เซ็นทรัลก็มา สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็จะสร้างปัญหาการกระจุกตัวของแหล่งอุตสาหกรรม เกิดการกระจุกตัวของห้างสรรพสินค้า การกระจุกตัวของแหล่งธุรกิจต่างๆ ส่งผลให้เกิดปัญหารถติด

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ทีนี้เมื่อเกิดปัญหารถติด แน่นอนชีวิตความเป็นอยู่ของคนก็จะไม่สะดวกสบาย วิธีการแก้ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือการใช้ระบบขนส่งสาธารณะเข้ามาแก้ปัญหา ก็เลยเป็นที่มาของโครงการนี้ นอกจากนี้แล้วการที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะไม่ใช่แค่แก้ปัญหาจราจรแต่ยังเป็นการพัฒนาเมืองด้วย ในต่างประเทศหลายๆ ประเทศเขาใช้ระบบขนส่งสาธารณะในการพัฒนาเมือง ผลสำรวจพบว่าในหลายประเทศมี GDP ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่มีขนส่งสาธารณะ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

สาเหตุเกิดจากอะไร สาเหตุมันก็เกิดมาจากการที่คนค้าคนขายเองสามารถนำสินค้าของตัวเองเข้าสู่แหล่งจำหน่ายสินค้า ผู้บริโภคก็จะสามารถเข้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นมันก็เหมือนผู้ผลิตเองก็ขายสินค้าได้ง่ายขึ้น เมื่อผู้ผลิตผลิตและขายสินค้าได้มากขึ้นก็มีโอกาสจ้างงานได้มากขึ้น เมื่อจ้างงานมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือรัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้น เมื่อรัฐบาลเก็บภาษีได้มากขึ้นเขาก็นำเงินตรงนั้นกลับมาพัฒนาเมือง ก็จะเป็นวัฏจักรกันต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นการมีระบบขนส่งสาธารณะก็จะทำให้เมืองเจริญ ในต่างประเทศในหลายๆ ประเทศในโซนยุโรปนะครับ เส้นทางที่มีระบบขนส่งสาธารณะผ่านเจริญหมด

อาจารย์เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมาได้อย่างไรครับ |

โดยส่วนใหญ่การทำโครงการแบบนี้มักมอบหมายให้สถาบันที่ได้รับความไว้วางใจจากคนในพื้นเพจังหวัดนั้นๆ ในการดูแลครับ พูดง่ายๆ คือเป็นสถาบันที่ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้ดูแลออกแบบโครงการครับ มันเป็นเรื่องของ Tally (ความสอดคล้องลงรอยกัน – ผู้เขียน) ผสมกับความพึงพอใจของคน เพราะฉะนั้นก็เลยต้องเป็นคนที่อยู่ที่นี่ รู้จักบริบทของจังหวัดนั้นๆ ดี ทีนี้ทาง สนข. ก็เลยมอบหมายให้ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีดูแลและมอบหมายงานต่อไป ท่านอธิการบดีท่านเองก็มองเห็นถึงศักยภาพความเชี่ยวชาญโดยตรงของคณาจารย์ในสาขาวิชาวิศวกรรมโยธาว่ามีความพร้อมทางด้านความรู้ความเข้าใจในระบบขนส่งสาธารณะดี ท่านจึงมอบหมายงานซึ่งเป็นงานสำคัญให้กับสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา โดยให้ผมเป็นผู้จัดการโครงการฯครับ พูดกันจริงๆ ก็ไม่ใช่แค่โยธาที่ทำงานนี้นะครับ ก็มีหลายสาขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีโยธา มีขนส่ง เศรษฐศาสตร์ การเงิน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพียงแต่เราถูกเลือกให้เป็นลีดเดอร์

อยากทราบความคืบหน้าในการพัฒนาแผนแม่บทฯครับ |

ตั้งแต่ที่ทางมหาวิทยาลัยได้มอบหมายมาทางสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา ตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ เราใช้เวลาในการสร้างและออกแบบโครงการทั้งหมดประมาณ 1 ปีกับอีก 2 เดือน ตอนนี้อยู่ในกระบวนการที่เราส่งร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมิถุนายนนี้ครับ หลังจากนี้ก็จะนำผลการดำเนินงานในรายงานไปนำเสนอต่อ สนข. แล้วนำแผนงานการออกแบบต่างๆ ไปให้พี่น้องชาวโคราชได้รับทราบทั้งหมด

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เพราะอะไรระบบรถไฟรางเบาจึงเหมาะสมกับเขตเมืองนครราชสีมาที่สุดครับ |

จริงๆ แล้วการจะเลือกว่าระบบขนส่งสาธารณะแบบไหนจะเป็นอะไรเนี่ยมันต้องพูดกันอยู่สองประเด็นที่เป็นคีย์หลักๆ ประเด็นแรกคือเรื่องของความเร็วในการเดินรถ ประเด็นที่ 2 คือเรื่องของปริมาณผู้ใช้บริการขนส่งมวลชน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ตัวอย่างรูปแบบ BRT

ว่ากันด้วยเรื่องของความเร็ว ความเร็วโดยปกติที่วิ่งกันในเมืองคือไม่เกิน 70 กม./ชม. ด้วยความเร็วขนาดนี้แล้วก็ปริมาณผู้โดยสารที่เราสำรวจมาคือประมาณไม่เกิน 20,000 คนในช่วงเร่งด่วน ซึ่งเมื่อประเมินโดยอาศัยสองประเด็นดังกล่าวก็พบว่า ระบบที่เหมาะสมในทางทฤษฎีทางวิศวกรรมศาสตร์ก็จะมีอยู่ด้วยกันสองระบบ คือ BRT หรือก็คือระบบแบบรถบัสขนส่ง และแบบ LRT หรือก็คือระบบแบบรถไฟที่วิ่งอยู่บนราง เราก็ต้องมาประเมินวิเคราะห์ให้ลึกลงไปอีกว่าแบบไหนเหมาะสมกับโคราชมากกว่ากัน คือพูดตามตรงทั้งสองแบบไม่ได้มีตัวไหนเลวร้ายกว่ากัน คือทั้งสองแบบดีทั้งคู่

ในทางทฤษฎีวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งสองแบบคือมีข้อดีข้อเสียไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันใช่ไหมครับ |

ใช่ ถ้าเราไปศึกษาดูระบบงานขนส่งมวลชนของต่างประเทศ ในหลายๆ ประเทศซึ่งเป็นประเทศดั้งเดิมอย่างในยุโรปเนี่ย แน่นอนว่าระบบทั้งหมดเป็นระบบราง แต่ถ้าเราพูดถึงประเทศใหม่ๆ อย่างกวางเจา ในส่วนนั้นเขาจะใช้ระบบรถบัสซึ่งมันเป็นระบบแบบช่วงสั้น ระยะทางไม่ยาวมาก เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าในทางทฤษฎีมันก็เป็นไปได้ทั้งคู่

ตัวอย่างรูปแบบ BRT

ในเมื่อทั้งสองแบบคือมีข้อดี อาจารย์ใช้วิธีไหนในการเลือกจนสรุปว่าเป็นระบบรถไฟรางเบาครับ |

ผมใช้วิธีนำเสนอข้อดีและข้อเสียของทั้งสองแบบอย่างตรงไปตรงมาให้กับพี่น้องชาวโคราช จากนั้นเราก็จะให้เขาเลือกว่าแบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานและเหมาะสมกับเมืองมากที่สุด นอกจากนั้นผมก็ได้จัดให้มีการลงคะแนนโดยผู้เชี่ยวชาญระบบขนส่งใน 5 ประเด็นหลักๆ คือ ข้อแรกในแง่ของความน่าเชื่อถือในระบบเทคโนโลยี ข้อสองคือความสำคัญและศักยภาพของแต่ละแบบว่ามันเหมาะสมกับเมืองโคราชหรือไม่อย่างไร ข้อสามคือศักยภาพในการรองรับผู้โดยสาร ข้อที่สี่คือต้นทุน ข้อสุดท้ายคือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลที่ได้ก็จะเป็นระบบรถไฟรางเบา

การประเมินในการให้คะแนนจากทั้งสองกลุ่มคือประชาชนทั่วไปและผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นระบบที่เราเรียกว่า Analytical Hierarchy Process เป็นระบบการให้คะแนนโดยต่างคนต่างก็ให้แบบ Independence เรามีประเด็น 5 ข้ออย่างที่บอกไปตอนต้น จากนั้นก็นำมาจัด Ranking ผลที่ได้คือไม่ว่าจะเป็นแบบ BRT หรือ LRT คะแนนก็ออกมาสูสีกัน ใกล้ๆ กันทั้งสองระบบ คือดีทั้งคู่ ทีนี้หลังจากนั้นเราก็เอาสิ่งนี้มาพูดคุยกับพี่น้องชาวโคราช เราลงพื้นที่ไปในทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก แล้วก็ในส่วนกลาง เราพูดคุยกับพี่น้องชาวโคราชว่าทั้งสองระบบเนี่ยเป็นระบบที่ดีทั้งคู่นะ พี่น้องส่วนใหญ่เห็นว่าอย่างไร

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

คนโคราชเองส่วนใหญ่ก็เห็นว่าเป็นระบบรถไฟรางเบา ซึ่งผมคาดเดาว่าปัจจัยที่ส่งผลให้คนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับ LRT เพราะว่าระบบของรถไฟมันมีความยาวนานมันมีประวัติศาสตร์ แล้วคนก็จะเชื่อมั่นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีในรูปแบบรถไฟมีความยั่งยืน เพราะเขาใช้มาเป็นร้อยๆ ปีตั้งแต่ในสมัยอังกฤษ ตั้งแต่ประมาณปี 1814 มันยาวนานมาก คนก็เกิดความเชื่อมั่นแล้วก็คิดว่าระบบนี้เป็นระบบที่ดี ก็เลยเป็นผลอย่างนั้น

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เท่าที่ได้ศึกษามานะครับ เคยอ่านพบว่าที่คนส่วนใหญ่เลือกเป็นระบบ LRT มากกว่าแบบ BRT ก็เป็นเพราะระบบ LRT การลงทุนอาจจะสูงแต่ค่าซ่อมบำรุงต่างๆ น้อยกว่า ส่วน BRT ค่าลงทุนไม่สูงมากแต่ค่าบำรุงรักษาหลังจากนั้นสูงกว่ามาก ข้อมูลนี้จริงเท็จอย่างไรครับ |

จริงครับ คือต้องบอกอย่างนี้ครับว่าถ้าเป็นเรื่องของรถไฟเนี่ย ผู้ผลิตมีเยอะให้เราเลือกได้ แต่ข้อจำกัดหนึ่งของ BRT ก็คือมีผู้ผลิตน้อย ยังไม่เยอะมากเมื่อเทียบกับผู้ผลิตในระบบราง มันก็เหมือนเราซื้อรถนอกมาแล้วไม่มีอะไหล่ซ่อม ไม่มีอู่ ก็เริ่มลำบาก อันนี้ราคาก็จะสูงขึ้น

แน่นอนว่าเมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีจุดบกพร่อง สอบถามอาจารย์ว่าจุดบกพร่องของระบบรถไฟรางเบามีอะไรบ้างครับ |

ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของ Technical Problem (ปัญหาทางเทคนิค – ผู้เขียน) มากกว่า แต่ผมเชื่อว่ามันน่าจะไม่เกิดปัญหาเพราะผมเชื่อในศักยภาพของวิศวกรไทย ทั้งวิศวกรเครื่องกลหรือวิศวกรเคมีชาวไทยมีศักยภาพมีความสามารถมากพอ ตรงนี้ก็น่าจะซ่อมแซมได้อยู่แล้ว ถ้าถามโดยส่วนตัวผมเชื่อมั่นครับ เพราะอย่างในต่างประเทศ ระบบรถไฟรางเบาของเขาค่อนข้างเสถียร ไม่ว่าจะไปที่ไหนเราก็ไม่เคยเห็นมันหยุดนิ่ง มันมีความปลอดภัย มันมีทางที่ให้มันวิ่งไปได้เรื่อยๆ

สมมติว่าระบบรถไฟรางเบาได้รับการอนุมัติให้สร้างขึ้นมาจริงๆ คนไทยสามารถผลิตเองได้ไหมครับ หรือเราต้องสั่งผลิตแล้วนำเข้ามาจากเมืองนอก |

ตรงนี้มีหลายท่านแจ้งมาว่ามีหลายบริษัทที่เขาอ้างว่าสามารถทำได้ แต่ ณ วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนครับ แต่ผมเชื่อว่าด้วยฝีมือคนไทยก็น่าจะเป็นไปได้ครับ

แล้วอย่างเจ้าหน้าที่ในส่วนต่างๆ ละครับ โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องควบคุมการเดินรถหรือบำรุงรักษาระบบทั้งหมด ตรงนี้เรามีผู้เชี่ยวชาญคอยซัพพอร์ตอยู่แล้วหรือเปล่าครับ |

ตรงนี้เป็นคำถามที่ดีมากนะครับ คือในอนาคตการคมนาคมที่ทันสมัยอย่างรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ หรือรถไฟรางเบาเองจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ซึ่งตรงนี้ทางรัฐบาลเองก็มีการส่งเสริมในเรื่องของการอบรมศึกษาเรื่องของระบบรางครับ มีการอบรมอยู่เรื่อยๆ ผมเองรู้สึกว่ามีการอบรมระบบรางมาหลายรุ่นแล้วนะ อย่างอาจารย์ในมหาวิทยาลัยฯเองก็ไปเรียนมา เพราะในอนาคตอันใกล้ ระบบรถไฟทางคู่มาแน่นอน และหากระบบรถไฟรางเบาได้รับการอนุมัติจริงๆ มีการดำเนินการก่อสร้างขึ้นมาจริงๆ มีการลงทุนในรูปแบบบริษัทจริงๆ เราได้ระบุลงไปในโครงการแผนแม่บทอย่างชัดเจนครับว่า ผู้ที่จะเข้ามาลงทุนในบริษัทจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในระบบรางด้วยเช่นกัน เพราะถ้าเขาไม่เป็นผู้เชี่ยวชาญในระบบราง เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาเขาซ่อมไม่ได้มันก็ไม่โอเค เรื่องของการจัดวางโลจิสติกส์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญว่ารถมันควรจะวิ่งทุกกี่นาที

ขอให้อาจารย์เล่าถึงรูปแบบตัวรถไฟที่อาจารย์ออกแบบครับ เช่นเรื่องของความสะดวกสบายในการใช้งาน และปริมาณผู้โดยสารที่สามารถรับได้ในแต่ละช่วงเวลา |

ในช่วงเวลาเร่งด่วน LRT สามารถรับผู้โดยสารทั้งระบบได้ไม่เกิน 20,000 คนครับ คือสามารถรับปริมาณคนต่อหนึ่งขบวนได้ประมาณ 200 คนครับ

รูปแบบตัวอย่างของ LRT

เรื่องของสิ่งแวดล้อมและการลดมลพิษทางอากาศเป็นสิ่งที่ทั่วโลกคำนึงมากที่สุดในการสร้างและใช้นวัตกรรม อาจารย์ออกแบบให้ Korat LRT มีการประหยัดพลังงานและเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้างครับ |

เราใช้ไฟฟ้าระบบขนส่งสาธารณะที่สมบรูณ์แบบมากที่สุด หนึ่งคือเทคโนโลยีจะต้องดี สองคือต้องปลอดภัย เรื่องของมลภาวะเป็นสิ่งที่ผมและทีมงานคำนึงถึงมากที่สุด คือต้องลดปัญหาการจราจร ช่วยให้วิถีชีวิตคนดีขึ้น ปลอดภัย และที่สำคัญคือไม่สร้างปัญหาในระยะยาว มลภาวะต้องน้อยลง คุณภาพชีวิตต้องดีขึ้น เขาจะต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะระบบนี้จะช่วยลดการใช้รถยนต์ ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ เราใช้ระบบไฟฟ้าซึ่งเราคิดว่าเป็นเทคโนโลยีที่สะอาด ระบบของเราไม่ได้ใช้สายไฟ แต่เราจะใช้การชาร์ตแบตที่สถานีเพราะสถานีห่างกัน 500 เมตร ถึงสถานีปุ้บชาร์ตแบตได้เลยทันที เสร็จแล้วก็วิ่งต่อ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

อาจารย์มีแผนซัพพอร์ตอะไรไหมครับสำหรับผู้พิการ เช่นผู้พิการทางสายตา สูญเสียอวัยวะ ผู้สูงอายุที่ต้องนั่งบนรถเข็น เด็กเล็ก และสตรีมีครรภ์ อาจารย์มีระบบที่ช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกให้แก่บุคคลเหล่านี้ไหมครับ อย่างไร |

ระบบขนส่งสาธารณะก็คือทุกคนสามารถใช้ได้ ไม่งั้นไม่เรียกสาธารณะ เพราะฉะนั้นระบบขนส่งจะถูกออกแบบให้เอื้อประโยชน์สำหรับทุกๆ คน เพื่อคนทั้งเมือง ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถใช้ได้

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เราออกแบบทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่ชานชาลารอรถที่เราทำเป็นพื้นสโลฟขึ้น ให้เป็นแบบ High-Floor พื้นชานชาลาจะมีระดับเท่ากันกับพื้นของรถ สามารถเดินหรือเข็นรถวิลแชร์เข้าไปได้เลย ไม่ต้องก้าวขึ้นบันไดแบบรถเมล์ นอกจากนี้เรายังมีการออกแบบที่นั่งสำหรับคนพิการ ที่นั่งสำหรับคนท้อง ที่นั่งสำหรับเด็ก ที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย ซึ่งน่าจะช่วยให้ทุกๆ คนเกิดความสะดวกสบายในการใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่างเท่าเทียมกัน

ตัวอย่างชานชาลาของ LRT ที่ทำแบบ High-Floor เพื่อให้สะดวกในการก้าวขึ้นรถ ผู้พิการหรือคนชราที่ต้องนั่งวิลแชร์สามารถเข็นรถเข้าไปได้โดยสะดวก

ในส่วนของค่าโดยสารล่ะครับ อาจารย์วางแผนไว้ว่าตัวเลขน่าจะอยู่ประมาณที่เท่าไรต่อหนึ่งเที่ยวรถ |

แน่นอนว่าการลงทุนต่างๆ ต้องการการรีเทิร์นแบคกลับมาอย่างรวดเร็ว มันคือมุมของผู้ลงทุน ถ้าทำแล้วขาดทุนคงไม่ไหว อีกมุมหนึ่งก็คือ Willingness to Pay (ความสามารถที่จะจ่ายได้-ผู้เขียน) หลังจากที่ได้ทำการสำรวจก็พบว่าคนส่วนใหญ่แฮปปี้ที่จะจ่ายค่าโดยสารในราคา 15 – 20 บาทต่อหนึ่งเที่ยว โดยเราจะแบ่งเป็นโซนๆ ถ้าใครวิ่งภายในโซนของตัวเองก็จะจ่ายในราคา 15 บาท แต่ถ้าข้ามโซนก็จ่าย 20 บาท

ตัวอย่างการเดินรถ LRT บนพื้นราบ

จากภาพ Perspective จำลองแบบเส้นทางการเดินรถที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำไมถึงเลือกวางเป็นระบบรางบนพื้นดินโดยมีลักษณะขนาบข้างถนน แทนที่จะเป็นระบบลอยฟ้าหรือใต้ดินครับ |

อันนี้ก็เป็นคำถามที่ดีนะครับ แล้วก็เป็นคำถามที่ผมเชื่อว่าพี่น้องชาวโคราชเองก็คงอยากรู้

ผมมองว่าเพราะพี่น้องชาวโคราชเขาก็กังวลว่ามันจะกีดขวางการจราจรหรือเปล่า ประมาณว่าถนนก็แคบอยู่แล้ว รถไฟรางเบาจะทำให้แคบไปกว่าเดิมอีกไหม |

ผมขอตอบโดยแบ่งออกเป็นสองประเด็นดังนี้ครับ ประเด็นที่ 1 เพราะว่าแน่นอนถ้าลงใต้ดินเนี่ยมันไม่คุ้มกับการลงทุน งบลงทุนใต้ดินมันสูงมาก ประเด็นที่ 2 คือทำไมไม่เลือกลอยฟ้า

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

สาเหตุที่เราตัดลอยฟ้าออกไปก็เพราะว่าเราติดประเด็นปัญหาในเรื่องของกฎหมาย จังหวัดนครราชสีมาถูกขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองเก่า ซึ่งโดยกฎหมายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเขาไม่อนุมัติให้ทำสูง คือในย่านโซนเก่าเนี่ยห้ามทำลอยฟ้า

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ทีนี้ประเด็นที่หลายคนถามต่อคือ ถ้างั้นก็ทำแบบบนพื้นดินเฉพาะโซนเมืองเก่า ส่วนโซนนอกๆ ก็ให้ทำเป็นลอยฟ้าได้ไหม ผมอธิบายอย่างนี้ครับว่า แบบนั้นก็จะเป็นปัญหาเช่นกันครับ มีปัญหายังไง ก็เพราะว่าโดยปกติเวลาที่รถไม่ว่าประเภทใดก็ตามจะขึ้นที่สูงมันต้องการระยะในการไต่ระดับ อันนี้เป็นหลักการทางฟิสิกส์ครับ ถ้าระยะไม่พอมันขึ้นไม่ได้นะครับ อยู่ดีๆ จะให้มัน Speed up มัน Speed ไม่ได้ มันต้องการระยะ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่ามันมีบางโซนที่อยู่บนดิน บางโซนลอยฟ้า รถมันขึ้นไม่ได้ ที่สำคัญคือสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ การไต่ระดับแต่ละครั้งคือการเผาผลาญพลังงานมากมาย เพื่อแก้ปัญหาอะไรต่างๆ เหล่านี้ ผมเลยมองว่ารถไฟแบบบนพื้นดินลงตัวที่สุด

ตัวอย่าง LRT ที่วางทางเดินรถแบบลอยฟ้า

ถ้าจะถามกันจริงๆ โดยส่วนตัวอาจารย์อยากทำแบบเป็นลอยฟ้าหรือทำเป็นใต้ดิน ถ้าสมมติว่าไม่มีผังเมืองกำหนด |

ถ้าไม่มีผังเมืองกำหนดใช่ไหมครับ บังเอิญมันมีผังเมืองกำหนดเนอะ มันก็เลยทำให้เราไม่ได้ไปคิดต่อตรงนั้นแล้ว

เท่าที่เห็นภาพ Perspective จำลองแบบเส้นทางการเดินรถที่เผยแพร่ต่อสาธารณชน ถามกันตรงๆ ว่าทำไมอาจารย์ไม่ออกแบบให้อยู่ตรงกลาง บริเวณเกาะกลางถนน ทำไมถึงออกแบบให้ชิดขอบฟุตบาท |

ทางรถไฟไม่ได้ชิดขอบฟุตบาทอย่างเดียวนะครับ บางระยะก็ชิดขอบฟุตบาท บางระยะก็ชิดเกาะกลางถนนครับ มันขึ้นอยู่กับช่วงของถนน ไม่ได้อยู่ชิดฟุตบาทอย่างเดียวแน่นอน เรามองที่ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในรูปแบบการใช้ถนนและการจัดการในทางฟิสิกส์ต่างๆ ครับ

ผมขอขยายความคำถามนี้ครับ คือก่อนที่ผมจะคิดแผนแม่บทอะไรต่างๆ ทางทีมงานได้มีการศึกษาค้นคว้าอย่างหนัก รวมทั้งได้เดินทางไปศึกษาดูงานระบบรถไฟรางเบาจากหลากหลายพื้นที่ในประเทศที่เขาเลือกใช้ระบบแบบเดียวกันแล้วประสบความสำเร็จ อย่างที่ออสเตรเลีย ที่เมลเบิร์น เป็นเมืองที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นเมืองที่มีระบบ Tram ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในโลก Tram ขึ้นทั้งเมือง ไปทางไหนมีแต่ Tram เขาจะวิ่งรถกันบนพื้นราบแบบเดียวกับที่แผนแม่บทโครงการรถไฟรางเบาของโคราช ผมไปศึกษาดูก็ไม่พบปัญหาการจราจรนะครับ คือทั้งเมืองมี Tram แบบครอบคลุมมาก รถราก็น้อยมาก เพราะเขาไม่มีความจำเป็น ใช้ระบบขนส่งสาธารณะสะดวกที่สุดและประหยัดที่สุด ที่นั่นเขาแบ่งประเภทออกเป็น 2 แบบตามสภาพพื้นถนน แบบแรกคือ LRT ที่วิ่งบนถนนขนาดใหญ่ ก็จะเป็นในแบบ Share Lane แบ่งให้รถไฟวิ่ง รถยนต์ก็วิ่งไป รถไฟก็วิ่งไป อีกแบบคือ LRT ที่วิ่งบนถนนขนาดเล็ก เขาจะแบ่งชัดเจนว่าเลนไหนเป็นทางรถไฟ เลนไหนอนุญาตให้รถวิ่งผ่าน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำไม่ใช่แค่ทำการเดินเส้นรถเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องปรับการจราจรด้วย มันต้องมีการปรับเป็นจุดๆ

ประเด็นที่ผมจะบอกก็คือโครงการนี้เรียกว่าเป็นโครงการ Conceptual Design ซึ่งก็คือการออกแบบเชิงคอนเซ็ปต์ที่มีหลักการ อันที่สองคือการออกแบบอย่างละเอียดที่เรียกว่า Detail Design ซึ่งต้องออกแบบให้ลึกและละเอียดลงไป อย่างแผนแม่บทที่ออกแบบในเบื้องต้นคือการออกแบบในลักษณะ Conceptual Design พอเสร็จโครงการนี้รัฐบาลได้ศึกษาและเล็งเห็นความสำคัญ รัฐบาลจะต้องตั้งงบประมาณขึ้นมาอีกก้อนหนึ่งที่จะมาทำ Detail Design ในแต่ละจุดต่อไป ซึ่งตรงนั้นเราจะมาออกแบบอย่างละเอียดกันอีกทีเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีผลกระทบกับคนส่วนใหญ่น้อยที่สุด

ถนนโคราชอย่างที่รู้ๆ กันคือมีสภาพพื้นถนนที่ไม่ได้เรียบสม่ำเสมอ อาจด้วยสาเหตุหลายๆ อย่าง เช่นใช้งานมานานค่อนข้างสมบุกสมบัน รถไฟรางเบาเท่าที่ผมมองดูคือต้องการพื้นถนนที่เรียบ นั่นแสดงว่าโครงการนี้ต้องมีการปรับสภาพพื้นถนนให้สมบูรณ์ที่สุดใช่ไหมครับ |

จะต้องมีการปรับแน่นอน

ในเขตเมืองโคราชมีปัญหาน้ำท่วมขังรอการระบายซ้ำซากเป็นประจำ จะมีผลกระทบกับระบบรถไฟรางเบาไหมครับ เช่น ทำให้เครื่องยนต์เสีย | 

ตรงนี้มีอยู่ในแผนแม่บทเหมือนกันครับ อันที่หนึ่งก็แน่นอนว่าต้องเลือกระบบเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อกรณีที่มีปัญหาน้ำขังรอการระบายครับ ซึ่งตรงนี้เชื่อมโยงกับประเด็นที่สองคือน้ำห้ามท่วมนานจนเกินไป นี่เป็นประเด็นต่อยอดที่เราคิดเผื่อเอาไว้ แต่ในเบื้องต้นการทำแผนแม่บทเนี่ยเราต้องมีการศึกษาให้ดีโดยเอาปัจจัยต่างๆ มาผนวกเข้าด้วยกัน อย่างการเลือกเส้นทางในการเดินรถ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

นอกจากสองสิ่งที่ผมกล่าวมาเบื้องต้นคือรูปแบบการใช้รถใช้ถนน หลักการทางฟิสิกส์ โซนนิ่งที่มีความจำเป็นและต้องการให้มีระบบขนส่งมวลชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือลดปัญหาการจราจรแล้ว ปัจจัยด้านน้ำท่วมก็เป็นส่วนหนึ่ง พื้นที่บางโซนที่เราพบว่ามีภาวะน้ำท่วมซ้ำซาก เราก็จะหลีกเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ยกตัวอย่างพื้นที่บางส่วนของจอหอซึ่งมักจะพบภาวะน้ำท่วมเป็นประจำ เราก็ต้องมีการเลี่ยงเส้นทาง เส้นทางเนี่ยมันจะต้องไม่ไปทับตรงที่มันจะเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

คือเวลาเราทำระบบขนส่งสาธารณะเนี่ย การทำงานมันไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาแบบหน้าเดียว เวลาที่เราคิดทุกอย่างมันต้องมีกระบวนการคิดแบบบูรณาการ รอบด้าน ทั้งในส่วนของวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ เป็นต้น ผมเชื่อว่าถ้าระบบโครงสร้างแผนงานได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีมันจะไม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องโคราชน้ำท่วมว่ามันจะกระทบยังไง แน่นอนว่าเวลาที่เราทำระบบตัวนี้มันก็ต้องทำระบบขึ้นมาให้เหมาะสมด้วย

ช่วงที่ดำเนินการก่อสร้างจะรบกวนผู้อยู่อาศัยบริเวณด้านข้างหรือผู้ใช้รถใช้ถนนไหมครับ ถ้ารบกวนจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร |

ส่วนตรงนี้จะเป็นเรื่องของกระบวนการ แน่นอนอย่างที่ผมบอกเอาไว้ตอนต้น ถ้าเสร็จแผนแม่บทฯส่วนแรกก็จะต้องเป็นในส่วนของการออกแบบอย่างละเอียดที่เรียกว่า Detail Design พอทำแผนออกแบบในส่วนที่เป็น Detail Design เสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะเป็นเรื่องของการก่อสร้าง เราก็จะมีสาขาที่เรียกว่าการบริหารงานก่อสร้าง เขาจะเข้ามาดูเทคนิคแล้วว่าในโซนที่มีคนอยู่มากเขาจะต้องบริหารจัดการอย่างไร เขาอาจจะก่อสร้างในตอนกลางคืนหรือเขาจะปิดถนนอย่างไร เหมือนที่กรุงเทพฯ โซนสีลมหรือในโซนที่มีคนคึกคักก็จะต้องใช้เวลาในช่วงกลางคืนที่มีคนสัญจรใช้รถใช้ถนนน้อยในการก่อสร้าง อาจจะต้องเร่งมืออย่างหนักเพื่อไม่ให้งานก่อสร้างเป็นปัญหากับผู้คนรอบข้างและผู้ใช้รถใช้ถนน อันนี้ก็จะเป็นเทคนิคของเรื่องกระบวนการก่อสร้าง

ที่นี้ถ้าเป็นร้านค้าที่อยู่ในโซนก่อสร้าง เขาอาจจะขายไม่ออกเพราะอยู่ในบริเวณที่ทำการก่อสร้าง แบบนี้อาจารย์คิดว่าจะดูแลเขาอย่างไรบ้างครับ |

เรื่องนี้ก็อาจจะมีบ้างนะครับ อาจจะเกิดขัดข้องขึ้นนะ สิ่งหนึ่งที่เขาอาจจะต้องยอมทนกันสักนิดในเรื่องระบบขนส่งสาธารณะ แน่นอนว่าในช่วงก่อสร้างมันอาจจะมีผลกระทบ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเขาหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ ถ้าเค้ามองอันนั้นก่อนนะ อยากจะให้เขามองอนาคต หมายความว่าให้มองบวกไว้ก่อน หมายถึงว่าถ้าระบบขนส่งสาธารณะสร้างแล้วเสร็จล่ะ อะไรจะเกิดขึ้นกับเขา สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาก็คือที่ดินของเขาจะเป็นทอง มันเป็นตามทฤษฎีอยู่แล้วว่าที่ไหนก็ตามที่ระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึง บริเวณข้างทางจะเจริญหมด

เหมือนเมื่อก่อนบริเวณสถานีรถไฟแต่ละแห่งก็จะเจริญ มีร้านค้ามีตลาดอะไรต่างๆ เต็มไปหมดใช่ไหมครับ | 

ใช่ครับ ทุกคนเจริญหมด เพราะทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ฉันอยากจะมาตรงนี้ฉันก็มาได้ ฉันอยากจะลงจอดตรงนี้ฉันก็มาได้ จะขายได้ดีขึ้นมาก

แล้วถ้าสมมติว่าเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่เขาไม่ได้มีเงินทุนสำรอง คือต้องขายวันต่อวัน และช่วงนั้นอาจจะเกิดการก่อสร้างสักประมาณ 1 เดือนนี่ทำอย่างไรล่ะครับ จะมีเงินชดเชยช่วยเหลือในส่วนนี้ไหมครับ | 

ในส่วนตรงนี้อาจจะต้องมีการพูดคุยกันอีกที หรือทางจังหวัดเองก็จะต้องเข้ามาช่วย ถ้าเป็นการขายรายวันก็จะต้องหาแหล่งที่ขายให้เขาในที่ใหม่ชั่วคราว คือผมมองว่าทุกฝ่ายต้องเสียสละ เพราะนี่เป็นโครงการระดับจังหวัดที่ทุกภาคส่วนต้องเข้ามาร่วมแก้ไข ผมยังคิดอยู่เลยว่าถ้าโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นจริงมันคงจะต้องเป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อเมืองซึ่งก็คือผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ต้องมีการรณรงค์ทำความเข้าใจต่อพ่อแม่พี่น้องและหาทางช่วยเหลือต่อไป ซึ่งขณะนี้เองท่านผู้ว่าฯก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเชิญเข้าไปพูดคุยอยู่ตลอดเกือบทุกเดือน ต้องเข้าไปประชุมกับท่าน ซึ่งมันจะเป็นเวทีใหญ่ เพราะว่าถ้าเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ มันไม่ใช่คนๆ เดียวหรือคนกลุ่มเดียวที่ได้รับผลกระทบ แต่มันจะต้องเป็นคนทั้งหมด ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนที่เข้าร่วมประชุมก็จะเสนอแนะและให้แนวความคิดที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนาครับ

ขอถามเพิ่มเติมครับ อย่างที่อาจารย์บอกว่าจะมีบางส่วนที่ทางรถไฟติดกับฟุตบาท สมมติในเส้นทางนั้นและตรงนั้นเป็นร้านค้าพอดี ทีนี้คนไทยบางส่วนไม่อยากโดยสารโดย LRT แต่สะดวกจะเอารถส่วนตัวไป เขาจะจอดรถที่ไหนอย่างไรครับ |

อย่างที่ผมเห็นในต่างประเทศนะครับ เวลาที่มีระบบขนส่งสาธารณะคนก็จะกลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นส่วนใหญ่ ที่นี้แน่นอนว่าจะต้องมีคนบางกลุ่ม อย่างคนต่างจังหวัดต่างอำเภอที่ขับรถเข้ามาเพื่อจะมาขึ้นรถระบบขนส่งสาธารณะ ต้องบอกอย่างนี้นะครับว่าเกือบทุกประเทศที่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะแบบนี้ก็จะมีที่จอดรถไว้คอยบริการเพื่อให้นั่งรถสาธารณะเข้าไปได้ ออสเตรเลียก็มี ญี่ปุ่นก็มี มีทั้งแบบที่ลงไปในดินหรือตึกไฟฟ้าขึ้นมา เพราะฉะนั้นในส่วนของโคราชเองก็มีจุดจอดรถไว้คอยบริการเช่นกัน เราก็กำหนดจุดต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมมากที่สุด

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ผมอยากให้ร้านค้าในบริเวณที่มีระบบขนส่งสาธารณะวิ่งผ่านลองคิดในมุมกลับกันครับ เวลาที่รถขนส่งสาธารณะผ่านหน้าร้านของเขา เขาจะเกิดการเปลี่ยนเมือง อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เขาจะเกิดการทำธุรกิจแนวใหม่ที่ทำแล้วได้เงินมากขึ้น อย่างเช่นเขามีตึกอยู่เค้าอาจจะเปลี่ยนตึกของเขาเป็นที่จอดรถ มันหารายได้ได้เยอะกว่าหรืออาจจะมีนักลงทุนเข้ามาลงทุน ยกตัวอย่างในต่างประเทศเมืองที่มีระบบขนส่งสาธารณะเกิดขึ้น จากเดิมตามถนนอาจจะเป็นบ้านพักอาศัยของคน สิ่งที่เกิดขึ้นตอนหลังคือผู้คนที่พักอาศัยเหล่านี้ย้ายออกไปอยู่ด้านนอกครับ เพราะอะไร เพราะที่มันแพงขึ้นมาก สู้เอาที่มาทำอย่างอื่น เช่น ทำเป็นออฟฟิศ ทำเป็นสำนักงาน เอามาทำเป็นห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร มันได้รายรับที่มากกว่า อย่างที่ผมได้พูดตอนต้น เมื่อมีระบบขนส่งสาธารณะเกิดขึ้น ช่องทางตามระบบขนส่งสาธารณะเป็นที่ทางที่มีความเจริญมากขึ้น เพราะอะไร เพราะผู้ที่อยู่อาศัยเดิม เขาย้ายไปอยู่ตรงอื่น เพราะว่าเอามาทำธุรกิจดีกว่า ผมเชื่อว่ามันจะเกิดการปรับเปลี่ยนแน่นอน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ในแผนโครงการสเต็ปต์ที่หนึ่งเราทำจุดจอดรถให้ แต่เชื่อผมเถอะว่าคนที่อยู่ในละแวกนั้นอย่างที่ผมบอก จะปรับตึกของตัวเองให้เป็นอย่างอื่น จะมีส่วนปรับปรุงเป็นที่จอดรถ เพราะในต่างประเทศก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น เดินไปทางไหนก็มีที่จอดรถและอาคารจอดรถทั้งนั้นเลย มันจะเปลี่ยนไป ณ วันนี้สิ่งที่ทุกคนกังวลเพราะอะไร เพราะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง ทุกคนก็กลัวไปหมด แต่แน่นอนมันจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง มันจะค่อยๆ เปลี่ยนค่อยๆ ปรับและมันจะกลายเป็นเมืองที่ใหญ่ขึ้น ดูอย่างในกรุงเทพมหานครสิ เมื่อก่อนริมทางเป็นบ้าน เดี๋ยวนี้เป็นไงครับ ขายไปทำคอนโด เขาเปลี่ยนรูปแบบ ท้ายที่สุดมันจะถูกปรับเปลี่ยนไป และผมคิดว่าทุกคนจะเกิดภาวะที่เรียกว่าวิน-วิน

เหมือนเราปรับตัวได้ เมื่อก่อนเราอาจจะขับรถเอง แต่ต่อไปเราจะใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนสะดวกกว่า |

ใช่ครับ ต่อไปมันจะสะดวกกว่า เหมือนในญี่ปุ่น ในโตเกียว ถามว่าคนมีที่ดินมีบ้านในโตเกียวนั่นคือใคร คำตอบคือไม่ใช่คนทั่วๆ ไปนะครับ อาจจะเป็นตระกูลโบราณหรือไม่ก็คนที่รวยจริงถึงได้อยู่ในโตเกียวได้ แต่ในความเป็นจริงโตเกียวมีแต่ออฟฟิศนะครับ คนที่มาทำงานในโตเกียวมักมีบ้านอยู่ด้านนอกครับ เขาจะนั่งรถไฟความเร็วสูงมาทำงาน มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครับ เหมือนกับจุดที่รถไฟความเร็วสูงผ่าน บอกได้เลยว่าท่านคือคนรวยในอนาคตคนต่อๆ ไป เพราะอะไร ก็ที่ดินของท่านจะเป็นทอง เพราะฉะนั้นในที่ๆ ระบบขนส่งสาธารณะผ่าน ราคาก็จะดีขึ้น ทุกคนจะต้องปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิต ผมถึงได้บอกว่าเมืองมันจะพัฒนาขึ้น

โดยส่วนตัวห่วงอย่างเดียวคือเรื่องของวินัยการจราจรครับ ยิ่งโดยเฉพาะจุดเด่นของรถไฟฟ้ารางเบาคือความปลอดภัยและความตรงต่อเวลา สมมติเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น เกิดเหตุรถชนขวางทางรถไฟ หรือเกิดเหตุการณ์มีรถคันอื่นๆ มาชนรถไฟ เป็นต้น อาจารย์ได้วางแผนการรับมือเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้อย่างไรบ้างครับ |

LRT เป็นรูปแบบการดำเนินงานในลักษณะบริษัท เพราะฉะนั้นบริษัทก็ต้องมีเจ้าหน้าที่สถานีเดินสแตนด์บายรอเคลียร์สำหรับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่อาจจะเกิดขึ้นต่างๆ ครับ เพราะแน่นอนถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา เรามีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญรอแก้ปัญหาให้แน่นอน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

อาจารย์คงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘สบายๆ คือไทยแท้’ คนไทยไม่เหมือนชาติอื่นๆ ซึ่งมีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต แต่คนไทยเน้นง่าย สะดวก ผิดกฏนิดๆ หน่อยๆ รบกวนคนอื่นบ้างอะไรบ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองคือทำได้ หยวนๆ กันไป โดยเฉพาะในเรื่องของวินัยในการขับรถ ผมเชื่อว่าต้องมีเหตุการณ์ประเภทที่ว่ากีดขวางรถไฟ เช่น จอดรถซื้อของริมฟุตบาท หรือขับไปจอดติดไฟแดงทับเส้นทางเดินรถไฟ |

การทำระบบขนส่งสาธารณะมันจะสมบูรณ์แบบได้ต้องมีการรณรงค์ จะต้องมีการทำให้ผู้คนเข้าใจถึงประโยชน์ของระบบขนส่งสาธารณะแล้วก็ผันตัวเองจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้รถไฟสาธารณะ ข้อดีของการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอันที่หนึ่งคือเขาประหยัดค่าใช้จ่ายลงเท่าไหร่ อันที่สองคือเวลาที่เขาได้กลับมาคือเท่าไหร่  สิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการรณรงค์ การที่ทุกคนมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือคนใช้รถน้อยลง ปริมาณการจราจรก็จะน้อยลง อันที่สองที่จะทำให้ระบบขนส่งสาธารณะประสบความสำเร็จก็คือทุกคนต้องมีวินัย ทุกคนจะต้องเข้าใจกฎกติกา ว่าถ้ารถไฟมาควรให้เขาไปก่อน เพราะรถไฟบรรทุกคนเยอะ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

การสร้างระบบขนส่งสาธารณะแบบนี้มีผลกระทบแน่ๆ กับผู้ประกอบการขนส่งเอกชนที่ขอสัมปทาน ไม่ว่าจะเป็นรถสองแถว รถสามล้อถีบ ตุ๊กตุ๊ก หรือแท็กซี่มิเตอร์ อาจารย์มองว่าอย่างไรครับ |

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงจะต้องมีผลกระทบ เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเราจะต้องมองในมุมรวม การมีระบบขนส่งสาธารณะแน่นอนมันจะมีองค์รวมที่ดีขึ้น แต่แน่นอนเราจะต้องไม่ทิ้งใครไว้ด้านหลัง เพราะฉะนั้นเราต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นของการมีระบบขนส่งสาธารณะมันมีอะไรบ้าง ระบบขนส่งสาธารณะที่จะเป็นระบบที่สมบูรณ์แบบคือมีทั้งเส้นทางหลักและมีเส้นทางรอง ระบบขนส่งสาธารณะที่เราทำขึ้นตอนนี้ทุกคนไม่ต้องกังวลครับ เพราะว่ามันเป็น Backbone มันเป็นกระดูกสันหลัง วิ่งเฉพาะเส้นทางเส้นหลักสำคัญๆ เท่านั้น ระบบขนส่งสาธารณะอย่างที่ผมเรียนเขาจะวิ่งด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะฉะนั้นเขาวิ่งช้าไม่ได้ ถ้าเขาวิ่งช้ามันก็เจ๊ง เพราะฉะนั้นเขาต้องวิ่งและรักษาเวลา สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขารับคนจากด้านในซึ่งเป็นเส้นทางรองไม่ได้อยู่แล้ว อย่างตามซอกซอยนี่คือเก็บไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่ผมเรียน มันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ผู้ประกอบการเอกชนเขาก็ต้องปรับเส้นทางการเดินรถของเขา คุณก็วิ่งไปรับคนตามบ้านตามเส้นทางที่รถไฟไม่ผ่านสิครับ

รับคนตามบ้านตามซอกซอยมาส่งตามสถานีที่จัดไว้ใช่ไหมครับ |

ถูกต้องครับ รถประจำทางก็ต้องเปลี่ยนเส้นทาง จะไปวิ่งทับเส้นทางหลักทำไมล่ะ ก็ไปวิ่งตามซอย ซึ่งมันดีด้วยซ้ำ พี่น้องชาวโคราชก็จะเดินทางสะดวกขึ้น ผมว่าตามถนนหรือซอยเล็กๆ เมื่อก่อนรถโดยสารไม่เคยวิ่งเข้าไป แต่ต่อไปก็จะไปวิ่งบนเส้นทางนั้นเพื่อนำคนออกมาสู่เส้นทางหลัก ที่ผมจะบอกคือการทำงานต่างๆ มันต้องแยกกันทำ ช่วยกันทำ ไม่ใช่ทุกคนมาทำงานเหมือนกัน คือถ้าทุกคนมาทำงานเหมือนกันแน่นอนไปไม่รอด เพราะว่าคนมันเยอะกว่างาน เปรียบไปก็เหมือนกับการทำธุรกิจ ถ้าทุกคนมาทำธุรกิจแบบเดียวกันหมดไม่รอด เมื่อมีคนทำธุรกิจอย่างหนึ่งไปแล้ว เขามีอินโนเวทีฟก่อนเรา เราก็ต้องหาจุดเปลี่ยน ลองทำธุรกิจแบบอื่นๆ อาจไม่ต้องเปลี่ยนใหม่หมด แต่สามารถเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจแบบแรกที่ทีแรกเราตั้งใจจะทำก็ได้ เพราะฉะนั้นนักธุรกิจทำไมเขาทำแล้วรวย เขาทำแล้วทำไมถึงได้มีสตางค์ขึ้นมา เพราะเขาคิดว่าฉันต้องไปทำในเส้นทางที่ไม่เหมือนกับคนอื่น มันต้องแชร์ Benefit ทางนั้นเขาวิ่งของเขา ทางนี้เราก็วิ่งเก็บคนมาให้เขา ก็วิน-วินทั้งคู่ แบบนี้ท้ายที่สุดผมคิดว่ามันจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งก็เป็นธรรมดาของโลกทุนนิยม

โดยส่วนตัวผมมองว่า จริงๆ แล้วเรื่องอาจจะต้องมีการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการหรือชุมชนต่างๆ หมู่บ้านต่างๆ ริมทางรถไฟ เพราะว่าเขาก็ไม่ได้มาฟังเหมือนอย่างผมฟังแล้วเข้าใจ บางทีเขาได้ยินข่าวลือจากที่นู้นที่นี่บ้างก็ทำให้ความเข้าใจคลาดเคลื่อน ในตรงนี้อาจารย์มีแผนแม่บทในการทำความเข้าใจกับกลุ่มคนต่างๆ เหล่านี้อย่างไรครับ |

ตั้งแต่ที่เราเริ่มต้นทำแผนแม่บทฯจนถึงตอนนี้ พี่น้องชาวโคราชก็อาจจะทราบว่าเรามีประชากรประมาณ 3,000,000 คนในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ เวลาที่เราทำการสำรวจหรือทำความเข้าใจต่างๆ เราพยายามกระจายข่าวสารให้ได้มากและครอบคลุมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Facebook สื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ และเราก็มีการลงพื้นที่ด้วย แต่แน่นอนมันคงไม่อาจจะเข้าถึงทุกคนได้ เราเองเลือกคนที่เป็นตัวแทน อาทิ ผู้นำชุมชนในแต่ละกลุ่มเข้ามาสร้างความรู้ความเข้าใจและให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงแทนคนในแต่ละกลุ่ม ในแต่ละหมู่บ้าน ทั้งพระ เจ้าของโรงเรียน ข้าราชการต่างๆ ซึ่งเข้ามาเพื่อให้เขาช่วยกระจายต่อ เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าคนส่วนหนึ่งซึ่งผมคิดว่าเป็นคนส่วนใหญ่ก็จะเห็น เข้าใจ แต่แน่นอนว่าอาจจะมีคนบางกลุ่มที่อาจจะเสียผลประโยชน์และเราก็พยายามที่จะเข้าไปบอกเขาว่าจริงๆ แล้วเขาได้ประโยชน์นะ แต่เขาอาจจะยังได้รับข้อมูลไม่เพียงพอ อันนี้ก็ต้องฝากการกระจายข้อมูลข่าวสารจากสื่ออื่นๆ ด้วย ผมเชื่อว่าเรื่องข้อมูลข่าวสารเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตรงนี้ถึงเป็นประเด็นว่าทำไมต้องเป็นคนในพื้นที่เป็นคนทำเรื่องระบบขนส่งสาธารณะ คนพื้นที่นั่นล่ะจะเป็นคนที่พยายามกระจายข่าวสารได้ดีที่สุดและให้ข้อมูลได้ดีที่สุด

ตามแผน อาจารย์วางให้ KORAT LRT ใช้งบประมาณจากรัฐบาลอย่างเดียวหรือมีเอกชนร่วมด้วยครับ |

เราของบรัฐบาลในส่วนของการสร้าง ในส่วนของการจัดการบำรุงรักษาเราจะทำในรูปแบบของบริษัท โดยที่มีรัฐบาลลงทุนมากกว่า 50% ซึ่งรัฐบาลในที่นี้ก็หมายถึงเทศบาลนครนครราชสีมา หมายถึง อบต. อบจ. ในส่วนนี้นะครับ ในส่วนของเอกชนก็จะเป็นผู้ลงทุนร่วมด้วยในโคราชซึ่งจะมีสัดส่วนไม่เกิน 50% นั่นคือแผนที่เราวางไว้ นั่นคือแผนธุรกิจ

อยากทราบงบประมาณที่อาจารย์ประเมินไว้ในการดำเนินงานทั้งหมดครับ เพราะเท่าที่ฟังดูคือเปลี่ยนผังเมืองทั้งหมด ปรับสภาพถนน ฟุตบาทต่างๆ อีกด้วย |

โครงการเรามีทั้งหมด 64 สถานี ใช้งบประมาณคร่าวๆ เกือบ 20,000 ล้านบาท ที่เราประมาณไว้ในที่นี้คือในเส้นทางที่เราเลือก มันจะมีอยู่ด้วยกันสามเส้นทาง คือสายสีส้ม สีเขียว และสีม่วง โดยเฟสที่เราจะนำเสนอก่อนก็คือเฟสสีเขียวกับเฟสสีส้ม

อาจารย์วางแผนให้เริ่มต้นก่อสร้างอย่างไรครับ ทำพร้อมกันทั้งสายเส้นทาง หรือเริ่มทำไปทีละเส้นทาง |

ทำสายสีเขียวกับสีส้มก่อนครับ

เพราะอะไรจึงเลือกทำสายสีเขียวกับสีส้มก่อนครับอาจารย์ อย่างที่เห็นคือสายสีม่วงน่าจะสำคัญที่สุด เพราะเป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจของโคราช มีห้างฯเยอะ คนก็มาก |

ประเด็นก็คือ ตอนนี้เวลาที่เราจะออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเราจะต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์ในการจัดการ ซึ่งคอนเซ็ปต์ของ Korat LRT คือเมืองจะต้องไม่ตาย เมืองเก่าต้องไม่ตาย ทำไมเราถึงดึงคอนเซ็ปต์นี้มาวางแผนแม่บท สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเราได้รับฟีตแบ็คจากพี่น้องชาวโคราชว่าวันนี้เมืองโคราชเองในแถบเมืองเก่า การค้าขายเริ่มซบเซา หกโมงหนึ่งทุ่มก็เริ่มเงียบแล้ว และนี่คือประเด็นที่เราได้รับ เราได้รับโจทย์นี้มาจากไหน เราได้มาจากการเปิดรับฟังความคิดเห็น เราลงพื้นที่ไปในที่ต่างๆ คนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าเมืองเก่ามันซบเซา ทั้งๆ ที่เมืองเก่าเป็นจุดศูนย์กลางของโคราช เป็นหน้าเป็นตาของเมือง เพราะฉะนั้น เราจึงวางคอนเซ็ปต์ว่าอยากจะให้ใช้ระบบขนส่งนี้เพื่อพัฒนาเมืองเก่า

โดยโครงการหรือเฟสแรกที่เราต้องการคืออยากให้เมืองมีชีวิตชีวาในลำดับแรก ลำดับที่สองคือเราก็จะมาทำให้เส้นทางที่เป็นห้างสรรพสินค้าต่างๆ เพราะฉะนั้นเฟสแรกจะเป็นสายสีเขียว ซึ่งวิ่งตรงเข้าทะลุไปทางด้านย่าโมแล้วก็ทำให้ย่านเมืองเก่ากลับมาคึกคัก เฟสที่สองคือสายสีม่วง เป็นเส้นทางหน้าเดอะมอลล์ ทางมิตรภาพ ตอนแรกก็จะเกิดการดีเบท แต่อย่างที่ผมบอก ไม่ว่าจะเกิดอะไรก่อน ไม่ได้มีใครบอกว่าผิดหรือถูก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เพราะคอนเซ็ปต์ การทำทุกอย่างถ้ามีคอนเซ็ปต์มันก็จะมีคำตอบที่ตอบได้ เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก่อนเราต้องคำนึงว่าคนส่วนใหญ่อยากได้แบบไหน อาจจะไม่โดนใจทุกคนครับ

สมมติว่าวันนี้มีการอนุมัติให้สร้างรถไฟรางเบา อีกนานแค่ไหนที่ชาวโคราชจะได้ใช้กันครับ |

ในส่วนของแผนแม่บทได้เสร็จสมบูรณ์รอการอนุมัติภายในปีนี้ครับ ซึ่งระหว่างนั้นทางเราก็คงใช้เวลาในปี 2561 เตรียมการอย่างเร็วที่สุดในส่วนของการออกแบบที่ผมเรียกว่าดีเทลดีไซน์ ซึ่งน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณหนึ่งปี หลังจากนั้นก็จะเกิดการสร้างเฟสสีเขียวกับเฟสสีส้มก่อน ระยะเวลาในการก่อสร้างเราคาดว่าน่าจะใช้ระยะเวลาประมาณสามปี แล้วเสร็จในปี 65 เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาทันทีที่เราทำการก่อสร้างเฟสสีเขียวกับสีส้ม เราก็ทำการวางแผนทำการออกแบบดีเทลดีไซน์ของสายสีม่วงไปเลย คาดว่าสายสีม่วงจะแล้วเสร็จในปี 68 ครับ เพราะฉะนั้นน่าจะใช้ได้สมบูรณ์แบบและครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดในปี 2571

อาจารย์คิดว่าการดำเนินการช้าเกินไปไหมครับในการแก้ปัญหารถติดของโคราช |

คิดว่าการปรับทุกอย่างต้องใช้เวลา มันเป็นเรื่องของมูลค่าเงินและการลงทุน ผมคิดว่านี่เป็นแผนที่รวดเร็วที่สุดแล้วครับ

ฟังมาทั้งหมดรู้สึกเลยว่าความฝันที่โคราชจะมีระบบขนส่งสาธารณะใกล้ความเป็นจริงมากเหลือเกิน ขอถามอาจารย์ครับว่าทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมีแผนงานที่จะเปิดการเรียนการสอนเพื่อสร้างนักศึกษาเอาไว้รองรับงานในระบบดังกล่าวบ้างไหมครับ |

ในด้านการศึกษาเราเองก็มีแผนการครับ ตอนนี้มีหลายโครงการจัดอบรมระบบรางให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัย ทีนี้เราก็สามารถนำความรู้ที่ได้นั้นๆ กลับเข้ามาผนวกเป็นรายวิชาทั้งในระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทได้ เราเชื่อมั่นว่าต้องมีการเปิดหลักสูตรเพื่อรองรับงานในระบบรางแน่นอนครับในอนาคต

รูปแบบตัวอย่างของ LRT

อยากให้อาจารย์ฝากถึงชาวโคราชที่กำลังรอใช้บริการรถไฟฟ้าระบบรางเบาครับ |

สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้กับพี่น้องชาวโคราชคือ ระบบขนส่งสาธารณะมีประโยชน์ในสองแง่ หนึ่งคือช่วยแก้ปัญหารถติด การที่จะแก้ปัญหาจราจรรถติดได้เนี่ย ต้องมีการออกแบบส่วนของแผนที่มีประสิทธิภาพ อย่างในจังหวัดนครราชสีมาเองเราทำยังไง ผมลืมเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นว่าระบบขนส่งสาธารณะเราได้ทำการสำรวจว่าจริงๆ แล้วรถที่วิ่งเข้ามาในจังหวัดนครราชสีมาเป็นรถแบบไหน สิ่งที่เราพบคือคนที่มาใช้เขตตัวเมืองมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่มาจากต่างจังหวัดและต้องการข้ามไปอีกจังหวัดหนึ่ง ส่วนอีกกลุ่มเป็นชาวโคราชเองที่ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ในนี้ แบ่งสัดส่วนออกเป็นครึ่งต่อครึ่ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำแผนแม่บทคือเรามุ่งไปที่คนกลุ่มหลังซึ่งมีทั้งสิ้น 50% โดยคนกลุ่มแรกที่ใช้โคราชเป็นแค่เมืองผ่านได้มีการแก้ปัญหากันไปก่อนหน้านี้ในเบื้องต้นแล้วครับ คือทำวงแหวนรอบนอกให้รถเหล่านี้ได้เดินทางผ่านจังหวัดนครราชสีมาโดยไม่ต้องผ่านเข้ากลางเมืองอย่างที่เคยเป็น ในขั้นต้นเราจึงลดภาระของเมืองของเส้นทางจราจรไปได้ครึ่งหนึ่ง

ที่ผมจะบอกก็คือ แผนแม่บทตัวนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากทุกภาคส่วนไม่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน อย่างถ้าเราไม่มีการทำถนนวงแหวนรอบนอกเอาไว้ก่อนอย่างที่เป็นอยู่นี้คือจบครับ สร้างไม่ได้แน่นอน เพราะเมืองจะแบกรับภาระของรถราต่างๆ 100% เต็ม แต่พอมีถนนวงแหวน ความเป็นไปได้จะมากขึ้น มีรถที่ต้องจัดการอยู่เพียงครึ่งเดียว เพราะฉะนั้นแผนแม่บทที่ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีสร้างขึ้นเนี่ย โดยส่วนตัวผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าเป็นแผนบรูณาการที่ค่อนข้างสมบรูณ์แบบ เราจะสามารถจัดการกับ 50% นี้ให้เหลือประมาณ 20% เท่านั้นเมื่อระบบ Korat LRT สำเร็จ ประโยชน์ข้อที่สองคือ ระบบขนส่งสาธารณะจะเป็นตัวช่วยชั้นดีในการพัฒนาเมือง เมืองเก่าไม่ตาย เมืองจะมีชีวิตชีวา ธุรกิจและเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้น การจ้างงานก็จะเกิดขึ้น เมืองโตขึ้น นี่คือสิ่งที่พิสูจน์แล้วนะครับทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ

Comments

Powered by Facebook Comments