3 Min. read

นายจเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเปิดเผยกับ สำนักข่าวบีบีซีไทย ว่า จากการสำรวจสถิติการใช้ความรุนแรงในครอบครัวของชายไทย ล่าสุดในปีนี้ (2559) พบว่า

เมื่อเกิดอารมณ์โมโห ผู้ชายไทย 57.3% จะทำลายข้าวของในบ้าน 68.9% ออกไปดื่มเหล้านอกบ้าน 44.8% ยอมรับว่าทำร้ายร่างกายภรรยาหรือแฟน 42.% บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย นอกจากนี้ผู้ชายกว่า 80% เคยตะคอกภรรยาและคนรัก 74.7% ใช้คำหยาบคายเพื่อระบายอารมณ์ และ 71.7% คบผู้หญิงหลายคนในคราวเดียวกัน

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีส่วนทำให้ผู้ชายลงมือทำร้ายผู้หญิง

อนึ่ง นายจเด็จยังกล่าวอีกว่า ผลการสำรวจดังกล่าวได้จากการสำรวจผู้ชายวัย 20-35 ปีจำนวน 1,671 ตัวอย่าง ทั้งในกรุงเทพฯ พื้นที่รอบนอก และต่างจังหวัด ผู้ที่ร่วมในการสำรวจมีระดับการศึกษาตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาโท จึงถือได้ว่ากลุ่มตัวอย่างมีความหลากหลาย โดยผลสำรวจที่ได้ชี้ให้เห็นว่าผู้ชายใช้ความรุนแรงทำร้ายผู้หญิงทั้งทางวาจา จิตใจ และร่างกาย โดยการทำร้ายด้วยวาจามีสัดส่วนสูงที่สุด และจากการทำงานร่วมกับผู้ชายที่มีพฤติกรรมดังกล่าวพบด้วยว่า หากผู้หญิงไม่ตอบโต้หรือพูดคุยด้วย ผู้ชายก็จะใช้ความรุนแรงทางวาจาและจิตใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลามไปจนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย โดยการดื่มเหล้ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ชายลงไม้ลงมือกับผู้หญิง

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

“สาเหตุหลักมาจากวิธีคิดที่ปลูกฝังกันมาว่าชายเป็นใหญ่ เป็นเจ้าของผู้หญิง ผู้ชายคิดว่าตัวเองเหนือกว่า ขณะที่ระบบการศึกษาไม่สอนเรื่องสิทธิเท่าเทียมกันของหญิงและชาย ในเวลาเดียวกันข่าวสารที่นำเสนอเรื่องราวการข่มขืน ใช้ความรุนแรงในครอบครัว ยิ่งตอกย้ำความคิดว่าชายเป็นใหญ่”

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ผู้ชายใช้วาจาทำร้ายผู้หญิงมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลกล่าวด้วยว่า จากการทำงานของมูลนิธิฯ พบว่าทัศนคติที่ว่าชายเป็นใหญ่นั้นไม่มีความแตกต่างกันเลยระหว่างผู้ชายในเมืองและชนบท แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือวิธีแก้ปัญหา ซึ่งผู้หญิงในชนบทจะได้รับความช่วยเหลือจากชุมชนหรือเครือญาติ ส่วนผู้หญิงในเมืองที่มีสภาพต่างคนต่างอยู่ ต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง

นายจเด็จกล่าวด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติดังกล่าวของผู้ชาย โดยจะต้องเรียนรู้ปัญหาและมีแรงจูงใจที่จะปรับเปลี่ยน โดยสำหรับผู้หญิงนั้น นายจเด็จมีข้อแนะนำว่าควรศึกษาทัศนคติของผู้ชายในเรื่องการใช้ความรุนแรงและสังเกตพฤติกรรมทางอารมณ์ก่อนแต่งงานกัน หากพบว่ามีอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมตัวเองไม่ได้ ผู้หญิงก็จะต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ส่วนเมื่อตัดสินใจแต่งงานไปแล้วและประสบปัญหาก็ไม่ควรรู้สึกอับอายที่จะต้องหย่าร้างหรือมีคู่ใหม่ ไม่ควรต้องอดทน เพราะหลายกรณีความอดทนเป็นแรงผลักให้ผู้หญิงต้องป้องกันตัวเองจนนำไปสู่การฆ่าสามีหรือถูกสามีฆ่า ซึ่งจากการเก็บสถิติของมูลนิธิพบว่าในช่วงเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมามีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นกว่า 200 กรณีแล้ว


Source : www.bbc.com

Comments

Powered by Facebook Comments