3 Min. read

เปิดกรุวัดดังโคราช แห่งที่สองขอเสนอ วัดป่าสาลวัน วัดที่ชาวโคราชรู้จักกันเป็นอย่างดี ได้รับความศรัทธายกย่องมานานเกือบศตวรรษนับตั้งแต่ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2475 

จะว่าไป ทั่วทั้งโคราชบ้านเรามีวัดดีๆ น่าเลื่อมใสศรัทธารวมๆ กันแล้วมากถึง 3,000 กว่าแห่ง ซึ่งเราคงพาเที่ยวไม่หมดเป็นแน่ แต่เราจะพยายามเต็มที่เพื่อให้คุณๆ ได้รู้จักวัดดังๆ ในโคราชให้มากที่สุด โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อสานต่อให้วัดแต่ละแห่งไม่ร้างคน เพื่อให้คนได้ถูกกล่อมเกลาจิตใจให้เข้าร่องเข้ารอยตามวิถีปลดทุกข์ทางพุทธให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาจีรังยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และสุดท้ายคือให้เด็กๆ เยาวชนรุ่นใหม่ได้รู้จักวัดแต่ละแห่งในโคราช (เผื่อเอาไปทำรายงานส่งครู 5555+) โดยเราจะพาคุณผู้อ่านออกเดินทางไปตามถนนสายต่างๆ ทั่วๆ เมืองเพื่อเข้าชมวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง วัดสำคัญประจำจังหวัด รวมถึงวัดที่น่าสนใจในอำเภอต่างๆ … พร้อมกันนี้ทางทีมงานยังได้จัดทำแผนที่วัดที่จะช่วยให้คุณๆ ได้เดินทางตามรอย (บุญ) กันอีกด้วย

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

| วัดป่าสาลวัน |

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ประวัติวัดป่าสาลวัน |

เมื่อ พ.ศ.2475 หลวงชาญนิคม พร้อมด้วยบุตร-ภรรยา ได้สร้างวัดขึ้นบนที่ดินสวนของหลวงชาญนิคม ซึ่งอยู่ห่างหมู่บ้านประมาณ 30-40 เส้น ห่างจากสถานีรถไฟโคราช 30 เส้นเศษ เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) ในครั้งเป็นพระพรหมมุนี (ติสฺสเถระ) เจ้าคณะมณฑลนครราชสีมา ให้นามว่า ‘วัดป่าสาลวัน’ เพราะบริเวณสร้างวัดนี้โดยมากเป็นป่าไม้เต็งรัง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2499 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร มูลเหตุที่สร้างวัดนี้เป็นความดำริของ เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) แสวงหาที่ดินที่จะสร้างเป็นวัดอรัญญวาสี สำหรับพระฝ่ายวิปัสสนาธุระอยู่อาศัยเพื่อบำเพ็ญวิปัสสนาธุระมิให้เสื่อม ท่านพยายามหามาหลายปีแล้วไม่มีที่ใดเหมาะ ครั้นมา พ.ศ.นี้ ท่านได้ไปอาราธนา ท่านพระอาจารย์สิงห์ พระมหาปิ่น และพระอื่นๆ อีกรวม 6-7 รูป ล้วนเป็นพระวิสสนาทั้งสิ้นมาจากขอนแก่น

ท่านพระอาจารย์สิงห์มาถึงโคราชแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้นำไปปักกลดโปรดสัตว์ที่ป่าช้าที่ 1 ซึ่งอยู่ทิศตะวันตกของที่ดินแต่ละฟากทางหลวง ท่านเจ้าคุณสมเด็จฯ ไปร่วมอยู่ในป่าช้านั้นด้วย จึงมีคนเลื่อมใสศรัทธาไปทำบุญกันมาก หลวงชาญนิคม และบุตรภรรยา ได้ช่วยปัดกวาดสถานที่สำหรับพระอยู่อาศัยด้วยและหมั่นไปเสมอแทบทุกวันด้วยความศรัทธาเลื่อมใส เพราะท่านมีอุปนิสัยชอบไปในทางวิปัสสนาธุระอยู่ด้วย ต่อมาท่านจึงมาปรึกษาบุตรและภรรยา ซึ่งต่างก็มีความร่วมใจกันในอันที่จะถวายที่ดินสร้างวัด จึงนำความกราบเรียนท่านเจ้าพระคุณสมเด็จว่า … “ข้าพเจ้าพร้อมด้วยบุตรภรรยามีใจเลื่อมใสศรัทธาที่จะถวายที่ดินของข้าพเจ้า แล้วจะก่อสร้างให้เป็นสำนักสงฆ์ตามความประสงค์ของท่าน” … ครั้นแล้ว หลวงชาญนิคม ก็นำเจ้าพระคุณสมเด็จฯ และพระอาจารย์สิงห์พร้อมด้วยสงฆ์ตรวจดูที่ดินพบว่าที่ดินผืนนี้ถูกต้องเหมาะแก่การสร้างวัดอรัญญวาสี เพราะไม่ไกลไม่ใกล้หมู่บ้านถูกต้องตามพระธรรมวินัยก็เป็นอันตกลง

พ.ศ.2475 เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นพระธรรมปาติโมกข์ได้เห็น เจ้าพระคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) ป่วยหนัก บังเกิดมีความสลดสังเวชใจ เห็นภัยในวัฏสงสารใค่แสวงหาที่พึ่ง จึงได้อนุมัติให้ตั้งสำนักสงฆ์วัดป่าสาลวันขึ้น หลวงชาญนิคมกับพวกจึงรับบัญชาสร้างวัดป่าสาลวันขึ้นเป็นวัดแรกพอให้เป็นตัวอย่าง เจ้าพระคุณสมเด็จฯก็ได้ออกมาบำเพ็ญภาวนาเป็นครั้งคราวในเวลาว่างจากคณะสงฆ์

ท่านเจ้าคุณพระญาณวิศิษฏ์ ได้อยู่จำพรรษาในวัดแห่งนี้ในระยะแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2475-2479 รวมเวลา 5 ปี ส่วนการสร้างโบสถ์น้ำ (สิมน้ำ) พลตรีหลวงโจมจตุรงค์ ปลัดสุขาฯ มีศรัทธาพร้อมด้วย นายเกลี้ยง สมุห์บัญชี และนายมณี รับทำใช้รากคอนกรีตต่อเสาไม้เต็งรัง พื้นฝาเครื่องบนใช้ไม้จริง หลังคามุงสังกะสี กว้าง 8 ศอก ยาว 16 ศอก ราคา 600 บาท

ลำดับเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน |

  1. พระญาณวิศิษฏ์สมิธธิวีราจารย์ (สิงห์ ขนฺตยาคโม)
  2. พระอาจารย์อ่อน ณาญสิริ พ.ศ.2474-2504
  3. พระสุธรรมคณาจารย์ (แดง ธมฺมรกฺขิโต) พ.ศ.2505-2512
  4. พระราชสังวรญาณ (พุธ ฐานิโย)
  5. พระมงคลวัฒนคุณ (เพิ่ม กิตติวฌฺทโน) พ.ศ.2554-2557
  6. พระวินัยโมลี (คำปอน สุทฺธิญาโน) พ.ศ.2557-ปัจจุบัน

บูรพาจารย์เจดีย์วัดปาสาลวัน |

วัดป่าสาลวันเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่สำคัญของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ถือเป็นฐานปฏิบัติธรรมที่สำคัญมาอย่างยาวนานกว่า 74 ปี ด้วยเป็นแหล่งรวมของพระปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแห่งกองทัพธรรม

พระคุณเจ้าแต่ละรูปที่ได้ร่วมสร้างและถือปฏิบัติยังวัดป่าสาลวันแห่งนี้ ล้วนเป็นพระที่สร้างคุณูปการให้กับวงการศาสนาอย่างใหญ่หลวง อาทิ หลวงปู่เสาร์ กันตะสีโล หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หลวงปู่สิงห์ ขันตยามโค พระอาจารย์พร สุมโน และ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย พระคุณเจ้าทุกรูปดังที่กล่าวมานี้ ล้วนแต่เป็นที่นับถือศรัทธาของสาธุชนอย่างไม่เสื่อมคลายแม้จะมรณภาพละสังขารไปแล้วก็ตาม

ด้วยศรัทธาที่เปี่ยมล้นในความอริยสงฆ์แห่งพระพุทธศาสนา จึงเป็นแนวคิดการก่อสร้าง บูรพาเจดีย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ในเวลาต่อมา เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการระลึกถึงในวัตรปฏิบัติ และเป็นสถานที่กราบไหว้บูชาบูรพาจารย์แต่ละรูป พร้อมทั้งยังเป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติอันเป็นแบบอย่างของสงฆ์และฆราวาสสืบไป

ที่สำคัญที่สุด ณ บูรพาจารย์เจดรีย์แห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุอัฐิธาตุแห่งบูรพาจารย์และของหลวงพ่อพุธเพื่อให้พุทธศาสนิกชน และประชาชนไว้เป็นที่เคารพกราบไหว้ เป็นเครื่องเตือนสติในแนวทางพระธรรมคำสอน อันจะส่งผลให้เกิดความสงบร่มเย็นต่อสังคม

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

แม้ว่าตัววัดจะตั้งอยู่ในเขตชุมชนอันพลุกพล่าน ทว่าบรรยากาศภายในวัดนั้นกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง เพราะทั้งเงียบสงบและร่มเย็น พื้นที่โดยรอบรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสถานที่ที่เปิดกว้างให้ญาติโยมที่ต้องการจะซึมซับรสพระธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้มาปฏิบัติธรรมทำจิตใจให้สงบ

            นอกจากการมาทำบุญและปฏิบัติธรรมแล้ว ควรขึ้นไปเยี่ยมชมและสักการะ อนุสรณ์สถานบูรพาจารย์เจดีย์แห่งพระกัมมัฏฐาน ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณธรรมและคุณงามความดีของหลวงพ่อพุธ  ฐานิโย พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  อัฐิของหลวงพ่อพุธ รวมถึงอัฐิธาตุบูรพาจารย์ของหลวงพ่อ โดยรอบเจดีย์มีภาพแกะสลักภาพนูนต่ำบนหินทรายเป็นรูปหลวงพ่อพุธ บูรพาจารย์ และเรื่องราวทางพุทธศาสนา ด้านในมีรูปปั้นของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย, หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม, หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล, หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์พร สุมโน พระอริยสงฆ์ของประเทศ นับเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของโคราชบ้านเรา

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


How to go : รถสองแถวสาย 8 วัดป่าสาลวัน – รร.บุญวัฒนา 2

Writer : ชลธิชา สินค้า

Comments

Powered by Facebook Comments