3 Min. read

เคยรู้สึกไหมว่าคนไทยชอบการทำลายสถิติและอยากเป็นที่หนึ่งในการจัดอันดับ อะไรที่สร้างแล้วใหญ่ยาวพี่ไทยเอาด้วยตลอด กระติบข้าวเหนียวใหญ่สุดในโลก หลักกิโลเมตรใหญ่สุดในโลก ซาลาเปาลูกใหญ่สุดในโลก ผ้าไหมผืนยาวสุดในโลก ฯลฯ แล้วกับสถิตินี้ล่ะ ‘ถนนอันตรายสุดในโลก’ พี่ไทยคิดว่ายังไงกันบ้างหนอ

โดยล่าสุด องค์กรใหญ่ของโลกที่ได้รับความเชื่อถือมาอย่างยาวนานอย่าง WHO ได้เปิดเผยว่า ถนนเมืองไทยอันตรายที่สุดในโลก ซึ่งชัยชนะครั้งนี้เราไม่ได้มาเพราะโชคช่วย และไม่ใช่ฝีมือของคนบางคน แต่เป็นผลมาจากวัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย ยุคที่เราไม่ได้ขี่ควาย แต่ขี่รถที่เร็วพอจะฆ่าตัวเองและคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ในพริบตา

เราไม่ได้รีบเพราะธุระเท่านั้น การขับเร็วคือความสนุกสนานของชีวิต ขับช้าๆ น่าเบื่อที่สุด การแซง 1 คันคือการชนะ 1 แต้ม ฟินมาก โดนแซงระยะกระชั้นชิดคือโดนโกง เสียหน้าที่สุด การขับขี่ทุกครั้งจึงเหมือนเล่นเกมแข่งรถ มีแพ้มีชนะ เราต้องทำเวลาให้เร็วที่สุดเสมอ ไม่เกี่ยวกับธุระ น้ำใจเป็นของหายาก เราไม่ให้ทางกันเด็ดขาด เพราะทุกคนต่างก็รีบพอกัน และการให้ทางก็คือการยอมแพ้ 1 คัน เสียแต้ม จึงเป็นไปไม่ได้เลย

ที่สำคัญบ้านเราไม่มีกฎจราจร นอกจากจะมีตำรวจจับ (หรือกล้อง)

  • ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยก็ไม่เป็นไร ไม่สวมหมวกกันน็อคก็ไม่เป็นไร ดังนั้นชนทุกครั้งก็จะต้องมีตายหรือเจ็บหนัก
  • กินแอลกอฮอล์แล้วยังขับขี่ได้ ง่วงแทบตายก็ยังขับขี่ได้ กดมือถืออยู่ก็ยังขับขี่ได้ เราโกรธด่านตรวจแอลกอฮอล์ทั้งที่เค้าป้องกันอุบัติเหตุ ขณะที่คนถูกจับเมาแล้วขับก็ไม่ติดคุกแต่อย่างใด
  • ไฟแดงใหม่ๆ ยังไม่ต้องจอด ไฟแดงแต่ถนนโล่งไม่มีตำรวจก็ไม่ต้องจอด คนรอข้ามทางม้าลายก็ไม่ต้องจอด
  • ถนนหลวงไม่มีจำกัดความเร็ว เขตเมืองขับเร็วได้เท่าถนนหลวง
  • เลนบังคับเลี้ยว ป้ายห้ามเลี้ยว ห้ามกลับรถ ไม่มีความหมายถ้าไม่มีตำรวจ
  • ไฟเลี้ยวไม่เคยใช้ ให้คนอื่นเดาเอาว่าเราจะไปทางไหน
  • ไหล่ทางใช้ขับสวนเลนได้ บนฟุตบาทมอเตอร์ไซค์วิ่งได้ทั้งสองทาง หน้าที่ฟุตบาทคือเอาไว้ขายของ ติดป้าย ทำแปลงดอกไม้หรือชาดัด เพราะคนเดินถนนก็ต้องเดินบนถนน จะมาเดินฟุตบาททำไม
  • แต่คนขับมองว่าถนนไม่ใช่ที่ของจักรยานและคน จึงไม่ต้องระวังอะไรเล็กๆ “อุ๊บส! เมื่อกี้เหมือนขับชนอะไรไป” “คงเป็นหมาวิ่งตัดหน้า”

วิธีคิดทั้งหมดนี้ (และอีกมากมาย) รวมกันทำให้เราชนะทุกประเทศในโลก ผู้ขับขี่พร้อมจะเป็นฆาตกรบนถนนเมื่อสบโอกาส เพราะนิสัยความเอาแต่ใจ สนุกสนานได้ทุกเรื่อง ไม่ซีเรียส กับอะไร ไม่คิดมาก สบายๆ อันตรายแค่ไหนก็ไม่เป็นไรๆ

แม้ความปลอดภัยและชีวิตก็ไม่เป็นไร มันไม่สำคัญเท่าความสนุกในการขับขี่ … จริงไหม?


Source : bloomberg.com

Source : FB – ไม่มีใครพูด

Comments

Powered by Facebook Comments