6 Min. read

ต้องยอมรับว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้วัดสักแห่งได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนก็คือพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและมีจริยวัตรที่งดงามเต็มไปด้วยคติธรรมจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนทั่วไป นอกจากนี้คือบริเวณเขตพุทธสีมาที่สะอาด สวยงาม สง่า และร่มรื่นอันควรแก่การกราบไหว้และเข้าไปพักผ่อนจิตใจให้คลายเศร้าหมอง จิตใจผ่องใส

เปิดกรุวัดดังโคราช แห่งที่สามยังคงอยู่ในบริเวณเขตเทศบาลนครนครราชสีมา โดยขอเสนอ วัดบึง (พระอารามหลวง) วัดอีกแห่งของชาวโคราชที่มีพุทธศาสนิกชนรวมถึงนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปเยือนไม่ขาดสายด้วยเหตุปัจจัยดังที่กล่าวมาข้างต้น โดยอีกสิ่งที่ถือว่าเป็นความพิเศษซึ่งวัดน้อยแห่งจะสามารถมีได้คือ นอกจากวัดจะเป็นสถานปฏิบัติธรรมแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานศึกษาที่ให้ความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมอีกด้วย

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

| วัดบึง |

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ประวัติวัดบึง |

วัดบึง (พระอารามหลวง) เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดนครราชสีมา ตั้งอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองเก่า โดย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2220 พร้อมกับการสร้างเมืองนครราชสีมา โดยเหตุที่วัดนี้ตั้งอยู่กลางบึง จึงเรียกกันว่า วัดบึง ซึ่งถือเป็นวัดที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองโคราช

สมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี วัดบึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ยกให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2539

การปกครอง |

ปัจจุบันได้แบ่งการปกครองออกเป็น 4 คณะ ตามชื่อกุฏิสงฆ์ทั้ง 4 คือ กุฏิมงคลธรรม กุฏิพรหมจรรยา กุฏิทีปังกร และกุฏิธรรมวิจารณ์

ลำดับเจ้าอาวาส |

  • พระวินัยธรรมนิล พ.ศ.2320-2350
  • พระวินัยธรรมมี พ.ศ.2350-2400
  • พระวินัยธรรมฉิม พ.ศ.2400-2445
  • พระอธิการปุ๊ก พ.ศ.2445-2465
  • พระธรรมวินัยหว่าง พ.ศ.2465-2482
  • พระมงคลสีหราชมุนี พ.ศ.2482-2509
  • พระปทุมญาณมุนี พ.ศ.2510-2534
  • พระเทพสีมาภรณ์ พ.ศ.2534-2554
  • พระราชสีมาภรณ์ พ.ศ.2554-ปัจจุบัน

พระราชสีมาภรณ์ (วันชัย กนฺตจารี) เจ้าอาวาสวัดบึง (พระอารามหลวง)

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

แม้ว่าตัววัดจะตั้งอยู่ในเขตชุมชนอันพลุกพล่าน ทว่าบรรยากาศภายในวัดนั้นกลับแตกต่างโดยสิ้นเชิง เพราะทั้งเงียบสงบและร่มเย็น พื้นที่โดยรอบรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นสถานที่ที่เปิดกว้างให้ญาติโยมที่ต้องการจะซึมซับรสพระธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้มาปฏิบัติธรรมทำจิตใจให้สงบ

นอกจากการมาทำบุญและปฏิบัติธรรมแล้ว ควรขึ้นไปเยี่ยมชมและสักการะ อนุสรณ์สถานบูรพาจารย์เจดีย์แห่งพระกัมมัฏฐาน ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณธรรมและคุณงามความดีของหลวงพ่อพุธ  ฐานิโย พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  อัฐิของหลวงพ่อพุธ รวมถึงอัฐิธาตุบูรพาจารย์ของหลวงพ่อ โดยรอบเจดีย์มีภาพแกะสลักภาพนูนต่ำบนหินทรายเป็นรูปหลวงพ่อพุธ บูรพาจารย์ และเรื่องราวทางพุทธศาสนา ด้านในมีรูปปั้นของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย, หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม, หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล, หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์พร สุมโน พระอริยสงฆ์ของประเทศ นับเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของโคราชบ้านเรา

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

การศึกษา |

วัดบึงเป็นศาสนศึกษาเก่าแก่ ได้เปิดการศึกษาพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2451 จนถึงปัจจุบัน ดังนี้

แผนกบาลี เปิดสอนตั้งแต่ประโยค 1-2 ป.ธ.9 โดยสมัครเรียนตั้งแต่เดือนมีนาคา เป็นต้นไป

แผนกธรรม ได้เปิดสอนนักธรรมชั้น ตรี โท เอก

แผนกสามัญศึกษา เปิดสอนตั้งแต่ชั้น ม.1-ม.6

  • เปิดทำการสอนหลักสูตรมูลกัจจายน์เมื่อปี พ.ศ.2451-2469

ศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดบึง ได้เปิดทำการสอนแก่นักเรียนและเยาวชนทั่วไปทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 จนถึงปัจจุบัน มีนักเรียนมาสมัครเป็นนักเรียนของศูนย์ในชั้นเรียนต่างๆ ประมาณ 400 คน มีทุนการศึกษาให้ไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ทุนเป็นประจำปี

สำนักศาสนศึกษาวัดบึง เป็นสำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรมที่เก่าแก่ของคณสงฆ์ จังหวัดนครราชสีมา และยังเป็นสำนักศาสนศึกษาตัวอย่างของกรมศาสนา ฉะนั้นจึงมีนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งฝ่ายบรรชิตและคฤหัสถ์ผู้สำเร็จการศึกษาจากสำนักนี้ แล้วไปประกอบกิจตามหน้าที่ของตน โดยได้สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชาติบ้านเมือง และพระพุทธศาสนาเป็นอเนกประการ

อนึ่ง พระเถระศิษย์เก่าสำนักศาสนศึกษาวัดบึง ได้ดำรงตำแหน้ง เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรียงตามลำดับหน้าที่ที่ดำรงตำแหน่งรวม 6 รูป คือ

  • พระอรรถจสรีสีมาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพ์, อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา
  • พระครูธรรมวิจารณ์มุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์, อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา
  • พระมงคลสีหราชมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดบึง, อดีตเคณะจังหวัดนครราชสีมา
  • พระศรีวราภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพายัพ, อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา
  • พระปทุมญาณมุนี อดีตเจ้าอาวาสวัดบึง, อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา
  • พระธรรมวรนายก เจ้าอาวาสวัดพระนารายณ์ฯ, ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา

ศิลปวัตถุ-โบราณวัตถุสำคัญ |

ภายในวัดบึงประกอบด้วยศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีและศิลปกรรมเป็นจำนวนมาก เช่น พระอุโบสภทรงสำเภา ตู้พระธรรม ประติมากรรม และจิตกรรมซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการอนุรักษ์ปรับปรุงและปฏิสังขรณ์ให้คงสภาพเดิมมาโดยตลอด

พระอุโบสถ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2230 เป็นพระอุโบสถทรงเรือสำเภาที่มีความสวยสดงดงามและวิจิตรพิสดารที่ยังคงเหลืออยู่เพียงหลังเดียวเท่านั้นในจังหวัดนครราชสีมาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นับเป็นสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมโบราณชิ้นสุดท้ายของชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่มีค่ามหาศาลควรค่าแก่การอนุรักษ์ชั่วกาลนาน

พระอุโบสถก่อสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง 12.15 เมตร ยาว 22 เมตร หลังคาลาด 4 ชั้น เครื่องบนเป็นไม้มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ฐานมีลวดลายบัวโค้งเป็นฐานสำเภา เรียกตามภาษษช่างว่า โค้งปากตะเภา สองข้างผนังชั้นนอกมีคันทวยข้างละ 6 ตัว รูปนาคและแกะสลักด้วยไม้ประดับกระจกสี ประตูทางเข้าด้านหน้ามี 3 ประตู ด้านหลังมี 2 ประตู อกเสาประตูแกะสลักลวดลายไทย มีหน้าต่างด้านละ 5 ช่อง รวม 10 ช่อง

เครื่องบนของพระอุโบสถด้านทิศตะวันออก หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่ตรงกลางรอบข้างเป็นลายก้านขด ทิศตะวันตกหน้าบันเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑวาหนะอยู่ท่สมกลางก้านลายขด มีช่อฟ้าใบระกาและหางหงส์ประดับด้วยกระจกสี

พระอุโบสถฐานแอ่นท้องแบบเรือสำเภาที่ยังคงลักษณะศิลปกรรมรูปแบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ภายในพระอุโบสถ เพดานตีด้วยไม้แผ่นทาสี มีเสากลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร เป็นเสากลมบัวหัวเสาเป็นรูปบัวจงกล จำนวน 6 คู่ ปูพื้นด้วยหินอ่อน ภายนอกพระอุโบสถ มีเสมาหินทราย ทั้ง 8 ทิศ และเป็นเสมาคู่ประดิษฐานอยู่บนฐาน ซึ่งตอนล่างเป็นฐานสิงห์ ตอนบนเป็นบัวเกสร

พระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย (หลวงพ่อโตอู่ทอง) ขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก ประทับนั่งขัดสมาธิราบพระหัตถ์แสดงปางมารวิชัย พระพักตร์ค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม ลงรักปิดทองเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย ถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

เสนาสนะภายในวัด |

กุฏิบุรพาจาริยานุสรณ์ กุฏิมงคลธรรม กุฏิพรหมจรรยา สำนักงานรองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานศูนย์ครูปริยัตินิเทศจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานจัดผลประโยชน์วัดบึง สำนักงานมูลนิธิขุนศรีนรารักษ์ (สม) ทิพย์ศรีนรา ห้องพักรับรองพระเถระ จำนวน 3 ห้อง กุฏิหอไตร กุฏิทีปังกร กุฏิธรรมวิจารณ์ เรือนไทยโคราช ซึ่งจัดเป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมเครื่องมือการเกษตร หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา ฯลฯ


How to go : รถสองแถวสาย 2 ศีรษะละเลิง – รร.บุญวัฒนา // รถสองแถวสาย 5 เขตอุตสาหกรรม – สารพัดช่าง // รถสองแถวสาย 7 หัวทะเล – ประโดก

Writer : ชลธิชา สินค้า

Comments

Powered by Facebook Comments