0 Min. read

มีคนเคยบอกว่า “คนไทยสมัยนี้ห่างวัดไปไกลมาก” ไม่ค่อยได้เข้าวัดทำบุญฟังเทศน์ฟังธรรมนั่งสมาธิเหมือนอย่างแต่ก่อน จะโทษว่าบาปหนาก็คงไม่สะดวกใจนัก เพราะโลกทุกวันนี้ใครๆ ก็ต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ กิจวัตรแบบเดิมๆ จึงค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ก็สามารถทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้ฉับพลัน ก็ในเมื่อคนไม่สะดวกเข้าไปในวัด เราก็สามารถนำวัดออกมาหาคุณได้อย่างง่ายดาย โดยในคราวนี้เราขอเลือกนำคำสอนดีๆ จากพระอาจารย์ผู้ได้ชื่อว่าเทศน์เก่งมาก!! รูปหนึ่งในโคราช พระมหาจีรวัฒน์ จิรวฑฺฒโน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน วัดชื่อดังที่ได้รับการขนานนามว่าสร้างพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหลายต่อหลายรูปมาส่งเสริมและธำรงพระพุทธศาสนาในวิวัฒนายิ่งขึ้นๆ ไปอีก โดยเราเข้าไปกราบนมัสการขอให้หลวงพ่อโปรดให้ความรู้ทางธรรมในเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ อย่างการขับถ่าย โดยมาเปรียบเทียบกับ การปลดทุกข์ ท่านจะเทศน์ว่าอย่างไร มาอ่านกัน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

“การปลดทุกข์เป็นการหลุดพ้นจากสภาวะความเป็นทุกข์ทั้งมวลไม่ว่าจะทุกข์ทางกายก็ดี ทุกข์ทางใจก็ดี ก็ยอมหาสิ่งที่มารองรับทุกข์นั้น อย่างการที่เราเป็นทุกข์ทางกายเช่นเจ็บถ่าย ห้องน้ำก็จะเป็นการปลดทุกข์ระดับร่างกายที่เกิดขึ้นครั้งต่อครั้งในยามเราปวด พอขับถ่ายออกก็จะรู้สึกสบาย จึงเป็นที่มาของคำว่าสุขา ส่วนการปลดทุกข์ทางใจ หลักธรรมก็จะเป็นส่วนที่ทำให้เราหลุดพ้นจากความเป็นทุกข์ทางด้านจิตใจได้ แต่ต้องหมั่นพยายามปลดปล่อยความทุกข์อยู่เรื่อยๆ เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ปุจฉา | การปลดทุกข์ในห้องน้ำ

วิสัจนา | เป็นการปลดทุกข์ของร่างกาย ซึ่งมีอิทธิพลต่อความรู้สึกทางด้านจิตใจเหมือนกับการปลดทุกข์ทางธรรมอยู่บ้าง การปลดทุกข์ในห้องน้ำส่วนใหญ่เกิดจากการที่เรารับประทานหรือกินอะไรเข้าไป แน่นอนว่าเป็นกลไกกระบวนการทางด้านร่างกายเมื่อมีการนำเข้าก็ต้องมีการนำออก บางครั้งการนำออกทางร่างกายไม่จำเป็นต้องมีความทุกข์ก็ได้ อย่างเช่นกลุ่มที่เขารักสุขภาพ กลุ่มนี้จะเข้าใจและสนใจในเรื่องของระบบการขับถ่ายในการดูแลลำไส้ บางทีการปลดทุกข์ดังกล่าวเขาอาจจะไม่มีความทุกข์ด้วยซ้ำไป แต่เขาแค่ต้องการขับถ่ายอย่างเป็นระบบอย่างนี้เป็นต้น แต่ก่อนก็ไม่ค่อยมีความนิยมเท่าไหร่ เดียวนี้ก็รู้สึกว่าจะมีความนิยมมากขึ้น

ส่วนที่มาของคำว่า สุขาหรือห้องสุขา ก็คือห้องที่สามารถสร้างความสุขให้กับพวกเราได้ จริงๆ แล้วห้องสุขาไม่จำเป็นต้องเป็นห้องน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เป็นได้ทุกห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องนอนที่สามารถบันดาลความสุขให้กับเราได้ แต่เขาจะไม่นิยมเรียกห้องนอนว่าห้องสุขา ดังนั้นคนเราก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเวลาเราปวดหนักปวดเบามันก็จะทำให้เราเกิดความทุกข์  เราจึงต้องไปปลดทุกข์หนักกันในห้องน้ำ อันนี้ก็เป็นกระบวนการปลดทุกข์ทางร่างกาย เมื่อมันปวดแล้วแต่ไม่มีที่ลงมันก็จะเกิดความทุกข์ นี่ล่ะคือที่มาของคำว่าปลดทุกข์หรือที่เราเรียกห้องน้ำว่าห้องสุขาเป็นต้น

ปุจฉา | การปลดทุกข์ทางหลักธรรม

วิสัจนา | ถ้าพูดถึงทางด้านจิตใจในนิยามทางพระพุทธศาสนา การปลดทุกข์ทางร่างกายก็เป็นหนึ่งในการที่จะทำให้คนเรามีความสุขกายสบายใจ เช่นเวลาเรานั่งสมาธิ การเบาจิตเบากายสงบจิตสงบกายซึ่งก็เป็นที่ปรารถนาของผู้ที่ต้องการความสุขในเบื้องต้น

ในทางพระพุทธศาสนา คำว่าปลดทุกข์มันหมายถึงการหลุดพ้นจากการถูกครอบงำของกิเลส ทำจิตให้อยู่เหนือการครอบงำของกิเลส ไม่ตกเป็นทาสของความโลภ โกรธ หลง

โดยภาวะความโลภ โกรธ หลงนี้เป็นบ่อเกิดของความทุกข์ อย่างการปลดกิเลสออกจากจิตใจหรือมีการพัฒนาจิตใจให้อยู่เหนือการถูกครอบงำของอำนาจกิเลส กิเลสดังกล่าวศัพท์วิทยาการทางพระพุทธศาสนาเรียกว่ารากเหง้าของกิเลส พูดแบบไทยบ้านๆ ก็คือต้นขั้วของความชั่วทั้งหมด โดยบุคคลทุกคนย่อมมีกิเลส 3 ตัวนี้เหมือนกันแต่ไม่เท่ากัน คนที่ไม่ได้รับการฝึกจิตก็อาจจะมีความโลภมากกว่า มีความโกรธมากกว่า ความหลงมากกว่า ส่วนคนที่ได้รับการฝึกจิตมาแล้วในระดับหนึ่ง ความโลภ โกรธ หลง ก็จะเจือจางลง และสำหรับคนที่ฝึกจิตถึงธรรมก็จะสามารถพ้นจากความทุกข์ได้ นี่คือเป็นการปลดทุกข์ทางธรรม

ปุจฉา  | การปลดทุกข์ในอริยสัจ 4 เป็นอย่างไร

วิสัจนา | เป็นการหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ทั้งหมด ทุกข์ในอริยสัจ 4 เป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นได้แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิต คือสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นก็มีการดับไปเป็นธรรมดา ส่วนทุกข์ในไตรลักษณ์ก็คือทุกข์ไปทั้งชีวิต อย่างทุกข์ทางร่างการบางครั้งไม่มีความทุกข์อะไรเลยก็ต้องนำออก อย่างเช่นพวกเรารับประทานมากจนเกินไป แล้วถ้าสมมุติมันไม่ได้ถ่าย ทั้งที่เราไม่ได้ปวดไม่มีความทุกข์จากการปวดถ่ายเลย แต่เราเห็นว่ามันผิดปกติ วันสองวันมันไม่ถ่ายออก เราก็ต้องหาตัวช่วยอย่างนี้เป็นต้น แต่ทุกข์แบบนี้ไม่เท่าไหร่เพราะเป็นทุกข์แค่วันต่อวัน หรือครั้งต่อครั้ง เมื่อได้รับการปลดปล่อยมันก็จะรู้สึกสบาย

แต่ทุกข์ของจิตใจ มันเป็นทุกข์ที่อยู่กับตัวเราที่หนาไปด้วยกิเลสชั่วกัลปาวสานไม่มีที่สิ้นสุด อย่างที่พวกเราก็ไม่ปฏิเสธใช่ไหมว่าการเกิดตายเกิดตายของเรานับภพชาติไม่ถ้วนทำให้เราต้องเผชิญวิบากกรรม มีสุขทุกข์ปะปนกันไปตลอดภพตลอดชาติไม่มีวันสิ้นสุด แต่ก็ปลดได้โดยการเจริญปัญญาให้เกิดขึ้น ซึ่งการที่จะได้ปัญญามาเป็นตัวจัดการความทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงต้องมีกระบวนการฝึกเริ่มตั้งแต่พื้นฐาน คือมีการฝึกหัด ปฏิบัติเรื่องศีลให้บริสุทธิ์อยู่ในกรอบขอบเขต อยู่ในกฎเกณฑ์กติกาของสังคมที่ไม่นำพาซึ่งความโหดร้ายเป็นต้น เริ่มตั้งแต่ศีล5 สมาธิเพื่อปรับสมดุลของจิตใจให้มีความสงบ สุขุม เยือกเย็น จนเป็นบ่อเกิดของปัญญา จนสามารถแยกแยะได้ว่าปฏิบัติการใดที่จะเป็นปัจจัยให้พ้นจากความทุกข์ได้จริง

ปุจฉา  | ความเชื่อในการทำความสะอาดห้องน้ำวัด

วิสัจนา | ปรัชญาความเป็นจริงแล้ว การล้างห้องน้ำมันช่วยปลดทุกข์ได้จริงไหม มันช่วยชะล้างความโศกเศร้าได้จริงไหม ในเวลาที่เราเศร้าหรือเวลาที่เราเสียใจอะไรเราจะชอบตอกย้ำตัวเองเก็บตัวเองอยู่ในห้อง ฟังเพลงตอกย้ำความรู้สึกเดิมๆ ก็จะทำให้เกิดความทุกข์ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย แต่ถ้าหากว่าเรามีกิจกรรมที่จะทำในระหว่างนั้น เช่น ถ้าเป็นพระหรือกลุ่มโยม เราก็จะกวาดลานวัดซึ่งเป็นหนึ่งในกุศโลบายของครูบาอาจารย์ที่ว่าถ้ามีความทุกมาก ก็จะให้ไปกวาดลานวัด เดินจงกลม ไปนั่งสมาธิ แต่ถ้าเป็นกลุ่มของญาติโยมเขาก็จะไม่มีเวลามาไหว้พระสวดมนต์หรือมานั่งสมาธิได้ เขาก็เลยมาล้างห้องน้ำวัดหรือมาถวายอุปกรณ์ในห้องน้ำ ถ้าถามว่าความทุกข์หายไปได้จริงไหม ก็จะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ถามว่ามีความสมเหตุสมผลไหม เพราะบางทีเราเศร้ากับการสูญเสียคนรัก บางที่เราเสียใจแบบนั้นแบบนี้ แต่การมาล้างห้องน้ำเพื่อให้พ้นจากความเศร้าโศกเสียใจมันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แก้ปัญหาที่ไม่ตรงประเด็น ถ้าตอบทางพระพุทธศาสนาคือได้บุญแต่ไม่ได้ช่วยให้พ้นทุกข์ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าเราทำกิจกรรมพวกนี้แล้วสบายใจขึ้น.


Writer : ธนภัทร พลครบุรี นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ สาขานิเทศศาสตร์ วิชาเอกการประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

Comments

Powered by Facebook Comments