1 Min. read

สูบส้วมไหมครับ !!???!!! ประโยคแบบนี้ที่หลายคนคุ้นเคย

โลกของเรามีหลากหลายอาชีพ ด้วยค่านิยมหรืออะไรต่างๆ ทำให้แต่ละอาชีพถูกจัดหมวดหมู่วรรณะตามความพึงพอใจ บางอาชีพได้รับการยกย่องสรรเสริญ เช่นแพทย์ พยาบาล ครู อาจารย์ ทหาร ตำรวจ หรือนักการเมือง เป็นอาชีพที่พ่อแม่เกือบทุกคนอยากให้ลูกเป็น

ในขณะที่บางอาชีพตรงข้าม ถูกมองข้าม เลี่ยงได้เลี่ยง และซ้ำร้ายก็ติดจะรังเกียจรังงอนหน่อยๆ ทั้งที่อาชีพดังกล่าวเป็นสัมมาอาชีวะ ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยความสุจริต เงินตอบแทนที่ได้มาก็ด้วยความสามารถและการลงแรง ที่สำคัญคือเป็นอาชีพที่หลายคนไม่เลือกทำ แต่ก็สำคัญและจำเป็น จะขาดเสียก็ไม่ได้ อย่างอาชีพแม่บ้าน คนเก็บและกวาดขยะ คนเข็นผัก หรือคนใช้แรงงาน โดยหากต้องนึกถึงอาชีพที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม (และติดๆ จะรังเกียจ) หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้นอาชีพรับจ้างสูบสิ่งปฏิกูลหรือเรียกสั้นๆ ว่า อาชีพรับจ้างดูดส้วม เพราะแค่ได้ยินชื่อหลายคนก็เบ้ปากมองบนหรือกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย เนื่องจากเป็นอาชีพที่ต้องคลุกคลีอยู่กับสิ่งสกปรก (โดยเฉพาะกับกลิ่นของรถในระหว่างกำลังสูบสิ่งปฏิกูลในบ่อเกรอะซึ่งหลายคนบ่นว่าเหม็นหนักหนา)  แต่ถึงจะกระอักกระอ่วนใจเพียงใด เมื่อถึง ‘คราววิกฤต’ อะไรต่างๆ ที่ควรลงไปพร้อมกันกับสายน้ำดันไม่ยอมลงแถมติดจะเอ่อๆ ขึ้นมาซะงั้น อาชีพนี้จึงเป็นเสมือนฮีโร่กู้ภัยช่วยให้ปัญหาดังกล่าวสลายหายไปในพริบตา คืนความสุขให้ทุกคนที่ใช้บริการ

ด้วยความสนใจที่อยากทำโปรเจคเกี่ยวกับอาชีพนี้ ฉันจึงรีบค้นหาข้อมูลจากกูเกิ้ลทันที โดย ณรงค์บริการ เป็นชื่อแรกที่ปรากฏขึ้นมา จากนั้นฉันได้โทรศัพท์เพื่อติดต่อขอสัมภาษณ์ ซึ่งน้ำเสียงจากปลายสายที่ฉันได้ยินในขณะนั้นเป็นผู้ชายเสียงค่อนข้างเรียบๆ นิ่งๆ ฉันได้แอบจินตนาการภาพของเขาไว้คงเป็นผู้ชายรูปร่างใหญ่ ผิวดำแดง และโผงผาง

เมื่อถึงเวลานัดหมายฉันได้เดินทางไปยังบ้านของเขา เราทักทายกันตามประสาคนเพิ่งคุ้นหน้า คุณลุงณรงค์ มุ่งแฝงกลาง วัย 63 ปี มีรูปร่างหน้าตาผิดเพี้ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากจินตนาการของฉัน เพราะลุงณรงค์รูปร่างผอม แต่งตัวด้วยเสื้อยืดกับกางเกงขายาวธรรมดา พูดจาดี แถมน่าตายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาคล้ายคนไม่เคยได้สัมผัสกับความทุกข์

ในระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่นั้น ลูกค้าย่านตลาดสามแยกปักฯ ได้โทรมาเรียกใช้บริการของลุงพอดี ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดี ฉันจึงขอติดรถสีฟ้าเข้มคู่กายของลุงไปด้วยเพื่อดูการทำงานโดยที่นั่งข้างๆของลุงมีเด็กผู้ชาย อายุราว 15-16 ปี ไปด้วย ดูจากท่าทางคงออกมาช่วยงานลุงบ่อยครั้ง เนื่องจากทะมัดทะแมงในการหยิบจับเครื่องไม้เครื่องมือพอควร ลุงเล่าว่าเขาเป็นหลานชายของตนซึ่งตอนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว พ่อกับแม่ก็ไม่สนใจใยดี ตนจึงรับมาเลี้ยงแทน

ขณะที่ลุงณรงค์กับหลานชายกำลังปฏิบัติหน้าที่ ฉันได้เห็นถึงความคล่องแคล่วในการทำงานของทั้งคู่ โดยการปีนข้ามกำแพงเพื่อเสียบสายท่อสูบ ระหว่างรอสูบส้วมเสร็จนั้นลุงณรงค์ได้เดินเข้าไปพูดคุยและทักทายกับลูกค้าอย่าสนิทสนมราวกับว่าเป็นเพื่อนกันมานาน หลังจากการปฏิบัติหน้าที่ลุงกำลังเก็บสายท่อจนใกล้เสร็จ

ลูกค้าตะโกนออกมาจากในบ้าน “ส้วมราดไม่ลง!!!”

เมื่อลุงณรงค์ได้ยินดังนั้นจึงรีบกระโจนลงไปดูให้ พร้อมดึงสายท่อลงไปสูบให้อีกครั้ง แต่สาเหตุดังกล่าวมาจากเอาขยะทิ้งลงไป ทำให้ท่อตันราดไม่ลง ลุงณรงค์จึงช่วยแก้ไขปัญหาให้จนแล้วเสร็จจึงถอยรถออกจากบ้านลูกค้า ถือว่าเป็นการบริการด้วยใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงสูบส้วมเสร็จแล้วรับตังค์กลับบ้าน

ช่วงบ่ายในวันเดียวกันเรากลับมาที่บ้านของลุงอีกครั้งเพื่อสัมภาษณ์ต่อ

ลุงทำอาชีพนี้มานานแค่ไหนแล้วคะ |

ลุงทำมา 10 กว่าปีแล้ว ก่อนจะมาทำอาชีพนี้ เคยทำงานรับจ้างขับรถมาก่อน ทั้งรถสองแถวและรถดูดส้วมนี้แหละ แต่เป็นรถของคนอื่นนะยังไม่ใช่รถของตัวเอง แล้วเพื่อนก็แนะนำให้มาทำอาชีพสูบส้วมเพราะเพื่อนลุงเขาทำมาก่อนเพราะรายได้ค่อนข้างดี อีกอย่างเราไม่ต้องไปเป็นลูกจ้างใครด้วย แถมยังมีเวลากลับมาพักผ่อน ก็เลยตัดสินใจออกจากงานแล้วเข้าร่วมประมูลเส้นทางการรับผิดชอบเขตสูบส้วม ตอนนั้นประมูลไป 280,000 บาท แล้วค่อยมาซื้อรถเป็นของตัวเอง ลุงเป็นคนถือสัญญามีรถเข้าร่วมกับลุงอีก 10 กว่าคัน

ลุงอายไหมคะที่ต้องมาทำอาชีพนี้ |

อายนะ ช่วงแรกก็มีอายบ้าง แต่โชคดีที่เคยทำมาก่อนแล้วจึงปรับตัวง่าย

แล้วแต่ละครั้งที่สูบส้วม ลุงคิดบ่อละเท่าไร รายได้ดีอย่างที่เพื่อนแนะนำหรือเปล่าคะ |

บางวันก็ได้เป็นหมื่นเลย บางวันก็ตกอยู่ที่สี่ห้าพันบาท แต่ขั้นต่ำสุดอยู่ที่วันละหนึ่งพันกว่าบาท คือมันได้เงินทุกวัน แต่จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ที่ลูกค้าโทรเรียกเรา ลูกค้าเป็นคนกำหนดรายได้เราในแต่ละวัน ส่วนค่าสูบคิดบ่อละ 300 บาท ถ้าสูบในห้างอย่างเดอะมอลกับเทอร์มินอลจะได้อยู่ที่สามแสนบาทต่อครั้ง แต่สามเดือนสูบหนึ่งครั้ง ในห้างค่อนข้างสูบยากหน่อยเพราะต้องใช้เวลานานถึงสามสี่วันกันเลยทีเดียว แล้วต้องใช้เวลาสูบช่วงหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไปเป็นช่วงที่คนไม่มี บางวันก็สูบกันจนถึงเช้ามืดเลย

ถังท้ายรถสูบได้เยอะแค่ไหนคะ เมื่อเต็มถังแล้วลุงเอาไปเททิ้งตรงไหนคะ |

สามารถบรรจุได้ถึง 500 ลิตร สูบแค่สองสามวันก็เต็มถังแล้ว จากนั้นก็เอาไปเททิ้งที่บ่อขยะของทางเทศบาลที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ แต่จะแยกเป็นแท่งสำหรับทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างหาก เพื่อปั่นแล้วนำไปใช้ประโยชน์ต่อ

ถามถึงเรื่องของอุปสรรคในการทำงานของลุงค่ะ |

ไม่ค่อยมี ก็จะมีแค่เวลาไปสูบส้วมที่หอพักนักศึกษา แล้วผ้าอนามัยเป็นก้อนมาติดอยู่ที่ท่อสูบ แต่แค่เอาเท้าเหยียบมันก็หลุดแล้ว หรืออย่างเวลาเจองู เจอตะขาบ ก็รีบเขี่ยออก ซึ่งก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคนะ เพราะยังไงก็ต้องเจออยู่แล้วทำงานแบบนี้

ฟังดูแล้วลุงมีความสุขกับการทำงานมากเลย แบบนี้เคยคิดอยากหยุดทำบ้างไหมคะ |

ไม่เคยคิดว่าจะหยุดทำนะ อยากทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดแรงเอง เพราะสนิทกับลูกค้าไปหมดแล้ว ลูกค้าก็เปรียบเสมือนเพื่อนของเรา

ในระหว่างการสนทนากับลุงอยู่นั้น จู่ๆ เตอร์ลูกชายคนโต วัย 22 ปี ของลุงก็ได้เดินเข้ามาพอดี  เตอร์หยุดฟังคำสนทนาของฉันกับลุงสักพัก แล้วถามขึ้นด้วยความสงสัยว่ามีโปรเจคแบบนี้ด้วยหรือ เพิ่งเคยเห็นคนมาสัมภาษณ์รถสูบส้วม จากนั้นฉันจึงถือโอกาสถามถึงความรู้สึกของเขาด้วย

มีหลายคนรังเกียจอาชีพคนดูดส้วม ส่วนตัวเตอร์รู้สึกอย่างไรบ้างกับการมีพ่อเป็นคนดูดส้วม |

ก็มีหลายคนมาถามว่าอายไหมมีพ่อทำงานดูดส้วม สมัยเด็กๆ ก็มีคนล้อบ้าง แต่ส่วนตัวผมไม่อายนะ ไม่เขินด้วย ส่วนใหญ่เพื่อนจะอิจฉามากกว่าเพราะว่าพ่อได้เงินเยอะ มันก็อาชีพของเขา แถมเป็นงานสุจริต ตอนเด็กๆ ช่วง ป.1 – ป. 6 ก็ออกไปช่วยงานพ่อประจำ พอโตมาได้ทำงานประจำแล้วก็ไม่ค่อยได้ไปช่วยพ่อ แต่ถ้าวันไหนงานเยอะพ่อเหนื่อยมากก็มีออกไปขับรถแทนพ่อบ้าง

แล้วมีคนเคยพูดดูถูกอาชีพที่พ่อทำบ้างไหมคะ |

ช่างเขาครับ ใครจะดูถูกก็ไม่เป็นไร รู้ไหมว่ากองขยะมันสกปรกและเหม็นกว่าสิ่งปฏิกูลพวกนี้อีกนะ

เตอร์ตอบแล้วหันไปยิ้มกับพ่อของเขา ทันทีที่ได้ยินคำตอบของเตอร์ ก็ทำให้ฉันได้เห็นอีกมุมมองหนึ่งซึ่งไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตามถ้าหากเรามีความตั้งใจที่จะทำและคิดบวกไปกับมัน ชีวิตเราก็จะไปมีความสุขไปด้วยอย่างเช่นครอบครัวของคุณลุงณรงค์

ฉันไม่ได้หวังไกลว่าบทความนี้จะช่วยเปลี่ยนทัศนคติของคนที่รังเกียจอาชีพนี้หรอกนะ  (ซึ่งเราทุกคนก็รู้ว่าเราขาดอาชีพนี้ไปไม่ได้ ถ้าขาดไปช่วยนั้นเราจะทำอย่างไรเมื่อบ่อเกรอะมาถึงจุดอวสาน ส้วมเต็มกดไม่ลง) อย่างว่าก็เหมือนสุภาษิตคำพังเพยที่ว่า “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” แต่ฉันเพียงอยากนำเสนอความจริงเบื้องหลังของอาชีพๆ หนึ่งที่สุจริตและมีคุณค่าภายในตัวเอง … คุณค่าที่คุณอาจเคยมองข้าม และติดจะไม่มองด้วยซ้ำไป

สูบส้วมไหมครับ !!???!!!


Writer : สุภาศิณี หางนาค สาขานิเทศศาสตร์ วิชาเอกวารสารศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

Re-Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Cover Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ

Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ // อภิญญา เบื้องบน เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

Comments

Powered by Facebook Comments