21 Min. read

เคยมีคนถาม (หนึ่งในนั้นคือทีมงานของมอร์มูฟเอง) ว่า “ทำไมจึงชอบไปทำงานที่สูงเนิน” ผมก็ได้แต่ตอบคำถามเหล่านั้นว่า ที่ไหนที่เราสบายใจ อยู่แล้วมีความสุข เราก็ชอบไปอยู่ที่นั่น และที่สูงเนินก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ผมรู้สึกสบายใจและมีแง่มุมที่น่าประทับใจมานำเสนอต่อคุณผู้อ่านอยู่เสมอ โดยสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมประทับใจก็คือ ‘ไมตรีจิต’ ของคนที่นี่ที่มอบให้ผมซึ่งเป็นคนแปลกถิ่นต่างแดน …

มั่นใจว่าหลายคนเคยมีวิถีชีวิตแบบบ้านๆ ง่ายๆ ไม่ฟู่ฟ่าหรูหราและซับซ้อนย้อนแย้งอย่างสมัยนี้ เราอาจลืมเลือนวิถีชีวิตแบบเก่า แต่บางส่วนในกมลสันดานของเราก็ยังคงถวิลหาไอกรุ่นๆ ของอดีตเหมือนเช่นที่เคยสัมผัส ผมเองก็เป็นคนหนึ่งเช่นกันที่เว้าวอนในสิ่งนั้น ยิ่งเมื่อต้องมาทำงานในเมืองใหญ่ ศิวิไลซ์ วุ่นวาย และตัวใครตัวมันยิ่งแล้วใหญ่ เว้าวอนหนักมาก! และเมื่อได้มาสัมผัสความเรียบง่ายแต่จอแจของคนในอำเภอสูงเนินก็ยิ่งติดใจกับความสุขสงบ โดยเฉพาะวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ซึ่งยังคงเป็นแบบโบราณขนานแท้ … มีความโอบอ้อมอารี ถ้อยทีถ้อยอาศัย ซื่อๆ ขี้อาย เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มองโลกในแง่ดี ขยันขันแข็ง แต่ก็ติดจะโผงผางไปบ้างตามประสาไทโคราชสไตล์ ที่สำคัญยิ่งคือ คนสูงเนินมีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องของความรักและสามัคคีกันโดยแท้จริง ยิ่งได้สัมผัสยิ่งรู้ชัดถึงข้อนี้

เท่าที่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง อาจจะไม่กี่ครั้ง แต่ผมก็ขอสรุปแบบทึกทักเอาเองว่า ชาวสูงเนินเป็นชาวบ้านในชุมชนที่มีความรักสามัคคีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก!!

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

| ความสวยงามของความร่วมใจ |

สิ่งสวยงามที่สุดในตัวมนุษย์คือจิตใจ เป็นความจีรัง ความเที่ยงแท้ ที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือนได้โดยง่าย ยิ่งเป็นจิตใจที่สูงส่งเมื่อมารวมกันหลายๆ ดวง นับสิบ นับร้อย นับพัน … ความสวยงามนั้นก็จะยิ่งเปล่งรัศมีนวลผ่องแต่เจิดจรัสกำซาบซึ้งในใจผู้ได้สัมผัสพบเห็น

ความดีงามในบางครั้งก็เป็นเสมือนโรคติดต่อ เมื่อมีพาหะก็มีคนติดไปเรื่อยๆ เรื่อยไปไม่มีที่สิ้นสุด อาจไม่ได้ส่งผลให้เกิดคนดีแบบเป็นรูปธรรมอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่อย่างน้อยในใจของผู้ที่ได้สัมผัสกับความดี จิตใจของเขาก็จะยกสูงขึ้น นุ่มนวลลง และสงบงาม

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

‘ขวัญใจชาวสูงเนิน’ พลตรีสนธยา ศรีเจริญ รองแม่ทัพภาคที่ 2 กำลังประกาศแจ้งรายละเอียดของการจัดงานพร้อมให้กำลังใจชาวบ้านที่มาช่วยงานในวันซ้อมใหญ่

และนอกจากความสามัคคีที่ผมจะเล่าต่อไป ชาวบ้านสูงเนินยังมีความยึดมั่นในวิถีทางแห่งพระพุทธศาสนาเหลือเกิน

ช่วงบ่ายแก่ๆ ที่แดดหรุบหรู่เหลือเกินของวันที่ 28 มิถุนายน 2560 ผมมีโอกาสมาเยือนอำเภอสูงเนินอีกครั้งตามคำชวนอย่างผู้มีมิตรจิตมิตรใจอันดีของ พลตรีสนธยา ศรีเจริญ ท่านรองแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งชาวสูงเนินแซ่ซ้องสรรเสริญให้ท่านเป็น ‘ขวัญใจชาวสูงเนิน’ คุณวันเพ็ญ สุวัฒโนดม รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวทะเลผู้ที่ผมมองว่าเป็นหญิงแกร่งนักพัฒนาแห่งเมืองย่าโม ผญ.ประไพวรรณ จินดาพรโสภิต ผู้ใหญ่บ้านที่ผมบอกเลยว่าสวยที่สุดในโลก และ ครูเจี๊ยบ พรนิภา ฉะกระโทก ครูโรงเรียนสูงเนินผู้อุทิศตนในการพัฒนาการศึกษาและชุมชน (ท่านหลังอาสาเป็นไกด์ตลอดงานอีกตามเคย)

โดยเหตุผลที่ผมถูกเชิญมาในวันนี้ (เอาจริงๆ ไม่ชวนก็หาเรื่องมาอยู่ดี) คือ อำเภอสูงเนินจะมีงานพิธีสร้างบุญเสริมบารมีครั้งยิ่งใหญ่ที่เพิ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560 นี้ ซึ่งผมและทีมงานก็ได้มาชมและเก็บภาพบรรยากาศการเตรียมงาน ‘ซ้อมใหญ่’ ก่อนงานจริง

บรรยากาศการซักซ้อม | เหล่านางรำตั้งแถวร่ายรำอย่างอ่อนช้อยประกอบเพลง ขณะที่ประธานในพิธีเดินถือพานเข้าไปในแท่นสักการะพระพุทธรูปหินทราย

ความงดงามของเหล่านางรำ นำโดย ผญบ.วรรณ-ประไพวรรณ จินดาพรโสภิต

กล่าวตามความจริง ทราบเรื่องการจัดงานพิธีดังกล่าวมานานพอสมควร แต่ด้วยภารกิจนานาที่รัดตัวทำให้เพิ่งจะได้มีโอกาสเดินทางมาชมการเตรียมงาน พิธีบวงสรวงบูชาห่มผ้าพระนอน ณ วัดธรรมจักรเสมาราม หรือวัดพระนอน สูงเนิน พระพุทธไสยาสน์หินทรายในสมัยทวารวดีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย อายุในราว 1,300 ปี ที่ชาวสูงเนินทุกคนเคารพรักศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

เข้ามาสู่เขตพัทธสีมาธรรมจักรเสมารามก็ต้องตกกะใจนิดๆ กับปริมาณของคนที่ยืนสลอนอยู่เต็มวัด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พระพิรุณได้เทลงมาห่าใหญ่เพิ่มความชุ่มชื่นและชื้นแฉะให้แก่บริเวณ ผู้หญิงทั้งสาวน้อยและเหลือน้อยนับร้อยชีวิตแต่งชุดเสื้อขาวและผ้าซิ่นทอลายงามจับตาตามแต่ว่าใครจะเห็นว่างามยืนเรียงแถวร่ายรำประกอบเพลงอย่างอ่อนช้อยเต็มความสามารถ เป็นเพลงที่สารภาพแบบแบหน้าตักว่าส่วนตัวไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่พอฟังครั้งเดียวก็ติดหูติดใจ ด้วยทำนองและเนื้อร้องง่ายๆ โคราชๆ (จะแกะเนื้อเพลงมาให้อ่านก็เกรงว่าจะผิด ขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย)

ขบวนนางรำนางฟ้านางสวรรค์ไม่จำกัดรุ่นร่วมกันสวมเสื้อขาวนุ่งผ้าไทยพื้นเมืองแสดงการร่ายรำเพื่อบวงสรวงเป็นสักการะแด่หลวงพ่อใหญ่ของชาวสูงเนิน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

รู้หรือไม่ ?

ชุดสวยๆ ที่พวกเธอแต่งนี้ไม่ได้ใช้จริงในวันงาน เพราะในวันงานแต่ละคนเตรียมกันว่าจะสวมชุดดำ มีผ้าพาดไหล่สีชมพูซึ่งเป็นสีของพระนอน แต่ที่พวกเธอแต่งกันด้วยชุดนี้โดยพร้อมเพรียงกันก็เพราะ ‘นัดกัน’ และทุกคนปฏิบัติตาม … ความสามัคคีที่น่าชื่นชมเรื่องที่ 1

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

นอกจากเหล่า ‘นางรำจำเป็น’ ที่โดยมากเป็นคนในท้องถิ่น ผู้เฒ่าผู้แก่บ้าง สาวๆ บ้าง ข้าราชการบ้าง ชาวบ้านธรรมดาบ้าง ผู้นำท้องถิ่นบ้าง ซึ่งพูดตามตรงว่าแม้จะไม่ได้พร้อมเพรียงกันร้อยเปอร์เซ็นต์ องศาแขนการวาดมือจะดูเผินๆ ไม่เป๊ะเท่านางรำมืออาชีพ แต่ด้วยความตั้งใจ ความพยายาม และรอยยิ้มจริงใจอย่างคนที่พร้อมจะเต็มที่เพื่อถวายเป็นกุศลแด่สิ่งที่พวกเขารักและบูชาก็ทำให้ความเก้กังนิดๆ ไม่พร้อมเพรียงหน่อยๆ นั้นดูน่ารักและสวยงามอย่างที่สุดแล้ว กองเชียร์ยังมาให้กำลังใจกันตรึมด้วย ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มและเพลิดเพลินกับความสวยงามตรงหน้า

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

รู้หรือไม่ ?

การเตรียมงานพิธีรำบวงสรวงฯถูกวางแผนให้มีขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีการบังคับ ไม่มีการป่าวประกาศขอความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม แรกเริ่มเดิมทีทีมงานวางแผนว่าน่าจะมีนางรำเพียง 30 คน แต่เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวก็อาสามาร่วมโดยสมัครใจ จากวันนั้นถึงวันนี้ จาก 30 คนในชั้นต้นเป็นเกือบ 200 คนในเวลาเพียงไม่นาน ทุกคนไม่มีอิดออดในการรำ มาซ้อมรำ และการแต่งตัวให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน … ความสามัคคีที่น่าชื่นชมเรื่องที่ 2

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เล่าก่อนเพราะหลายคนอาจไม่รู้ว่า พระนอน ณ วัดธรรมจักรเสมาราม อ.สูงเนิน คืออะไรและมีความสำคัญความเป็นมาอย่างไร ขออนุญาตคัดลอกและย่อความจากเอกสารประกอบการเสวนาการพัฒนาสถานีรถไฟสูงเนินและวัดธรรมจักรเสมาราม โดย อาจารย์พรนิภา ฉะกระโทก ดังนี้ครับ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

“… พระพุทธไสยาสน์ หรือที่ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกว่า พระนอน ตามผู้เฒ่าผู้แก่ที่เรียกต่อๆ กันมา เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นจากหินทรายสีเทาในสมัยทวารวดีซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีรูปแบบศิลปกรรมแบบทวารวดีท้องถิ่นในภาคอีสาน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวพุทธในสมัยทวารดีที่เมืองเสมามีต่อพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง สันนิษฐานว่าพระพุทธศาสนาที่เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในอดีต น่าจะมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอันดับสองรองจากเมืองนครปฐม

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ครูรำแสดงท่าร่ายรำเป็นแบบอย่างแก่บรรดาศิษย์ที่ก็รำสวยไม่แพ้กัน

ทั้งนี้ ความยาวตลอดองค์พระนอนประมาณ 13.30 เมตร สูง 2.80 เมตร พระเศียรหันไปทางทิศใต้ ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก พระพุทธไสยาสน์มีพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม พระขนงสลักเป็นสันนูนต่อกันเป็นปีกกา พระเนตรเหลือบต่ำลง นาสิกค่อนข้างกว้าง มุมพระโอษฐ์หนา ชี้ขึ้นแย้มพระสรวล พระศกขมวดเป็นก้นหอย ด้านหลังพระเศียรสลักโกลนไว้อย่างคร่าวๆ มีเฉพาะพระหัตถ์ที่รองรับพระเศียร ส่วนพระศอเป็นหินกลมเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.90 เมตร ส่วนที่เป็นพระวรกายสร้างจากหินทรายขนาดใหญ่หลายก้อนประกอบกันขึ้นครองจีวรห่มคลุมปลายพระบาทเสมอกัน

กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเมืองเสมาและพระพุทธไสยาสน์เป็นโบราณสถานของชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 53 ตอนที่ 34 เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2479 ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดธรรมจักรเสมาราม ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา …”

รอยยิ้มของผู้มีบุญ

โดยเมื่อไม่นานมานี้ วัดธรรมจักรเสมาราม ได้รับการพัฒนาให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงามขึ้นโดย ‘ทหารของพระราชา ผู้กล้าผู้อุทิศความสุขส่วนตัวเพื่อปวงประชา’ นำโดย พลตรีสนธยา ศรีเจริญ ท่านรองแม่ทัพภาคที่ 2 โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ ‘หลวงพ่อใหญ่’ ของชาวบ้านสูงเนินสวยงามสง่าและ ‘เปิดกว้าง’ ไม่อับทึบสมค่าความเคารพศรัทธาของพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ในใจพุทธศาสนิกชน

หลวงพ่อใหญ่ของคุณยายบ้านคลองขวาง : ช่วงการเตรียมซ้อมรำในพิธีบวงสรวงบูชาห่มผ้าพระนอนข้าพเจ้ามีโอกาสมาที่นี่เกือบทุกวัน ส…

โพสต์โดย Pornnipa Chakatoke บน 24 มิถุนายน 2017

ตะวันรอนแสงลง แต่การซักซ้อมพิธีงานบุญยิ่งใหญ่ซึ่งชาวสูงเนินรวมตัวรวมใจเพื่อถวายแด่พระนอนยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เรียบร้อยและสวยงามที่สุดในวันรุ่งขึ้น วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560 โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. ภายในงานจะมี นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี โดยมีคณะนางรำรำบวงสรวงสักการะพระพุทธไสยาสน์ มีคณะพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวง

ตลอดระยะเวลา 2-3 ชั่วโมงที่ผมร่วมชมการซักซ้อม นอกจากพลังงานของความตั้งใจและความร่วมใจที่ผมได้รับไปเต็มๆ จนรู้สึกถึงก้อนสะอื้นในลำคออย่างตื้นตันแล้ว ผมยังได้ความคิดที่เป็นไอเดียต่อยอดถึงผู้อ่านครับ นั่นคือเรื่องของความสามัคคี ความร่วมใจ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ท่านรองฯยืนปรบมือตามจังหวะเพลงให้กำลังใจเหล่านางรำที่กำลังทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ แม้ฝนจะตกแม้พื้นจะชื้นแฉะ แต่ก็อยู่ร่วมกับบรรดาชาวบ้านตลอดไม่ไปไหน พร้อมทั้งพยายามดูแลความสะดวกให้อย่างเต็มที่ พรมลื่นพื้นเปียก ทหารพร้อมจัดการ!!

ถามว่าทำไมผมถึงมองในแง่ความสามัคคี เพราะความสามัคคีเป็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเชื่อแน่ว่าบูรพกษัตริย์หลายๆ พระองค์ทรงให้ความสำคัญและทรงเน้นย้ำกับประชาชนชาวไทยอยู่เสมอ เพราะความสามัคคีคือพลัง หากชนใดไร้ซึ่งความสามัคคี ก็เตรียมย่อยยับเป็นผงธุลีในเร็ววัน เท่าที่ผมสัมผัสจากสังคมที่ผมอยู่ ณ ปัจจุบัน ความสามัคคีของคน (ส่วนใหญ่) ในชาติลดน้อยลงเหลือเกิน

คำถามคือทำไมที่นี่ ในงานบุญงานพิธีนี้ ผมจึงสัมผัสได้ถึงความสามัคคี

ในความเข้าใจของผม องค์ประกอบหลักๆ มีด้วยกัน 3 ประการคือ ความเข้มแข็งของผู้นำ จุดมุ่งหมายที่มีพลังและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสุดท้ายคือทัศนคติที่มีต่อกันของคนในชุมชน ซึ่งสามสิ่งที่ผมว่ามาเกิดขึ้นอย่างครบสมบูรณ์ในอำเภอสูงเนินและในงานบุญงานพิธีนี้ … เชื่อโดยสุจริตใจว่างานที่กำลังจะมีเป็นครั้งแรก-ครั้งนี้จะต้องสมบูรณ์ในทิศทางที่ทุกคนปรารถนา

หลวงพ่อใหญ่ของชาวบ้านสูงเนินจะต้องอำนวยอวยพรและประทานพรให้เกิดขึ้นแก่สาธุชนชาวพุทธศาสนิกชนทั้งทีมงานและผู้ร่วมงานแน่นอน

หากใครที่ปรารถนาจะไปร่วมงาน ย้ำกันอีกครั้งครับว่างานจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560 ตั้งแต่เวลา 13.00 น.

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

| เหนือกว่าความสวยงามคือความร่วมใจ |

หวังว่างานบุญงานพิธีครั้งนี้จะช่วยให้ความสามัคคีในชุมชนคนสูงเนินซึ่งมีมากมายอยู่แล้วให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ราวหินทรายสีเทาอันเป็นพระวรกายเสมือนของพระนอนศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถข้ามกาลเวลามานานนับเป็นพันปี

หวังว่าความสามัคคีนี้จะช่วยส่งผลต่อเนื่องราวโรคติดต่อไปสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อเนื่องเรื่อยไป

เพราะความสามัคคีคือพลัง การร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ คือความหมายที่แท้จริงของคำว่าชุมชน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

คณะผู้ดำเนินการจัดงานพิธีบวงสรวงสักการะพระนอน สูงเนิน

ความศักดิ์สิทธิ์ที่จีรังข้ามพ้นกาลเวลามากว่าพันปี

ภาพความสามัคคีของชาวบ้านสูงเนินที่พร้อมใจกันสวมเสื้อขาวนุ่งผ้าไทยมาซักซ้อมกันอย่างตั้งใจ แม้ฝนจะตกก็ไม่ย่อท้อหนีหายไปสักคน นี่ขอบอกว่าไม่ได้มีใครบังคับหรือกะเกณฑ์ให้ทำนะ ทำกันเองด้วยใจล้วนๆ

กราบองค์หลวงพ่อใหญ่


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ

Comments

Powered by Facebook Comments