10 Min. read

บินไปแล้วเป็นที่เรียบร้อยสำหรับวงโยธวาทิตขวัญใจชาวเมืองย่า วงโยธวาทิตโรงเรียนสุรนารีวิทยา ที่ได้รับเลือกพร้อมวงดุริยางค์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ให้เป็น 2 ตัวแทนประเทศไทยใน 28 ทีมจากทั่วโลกเข้าประกวดแข่งขันดนตรีโลก World Music Contest Kerkrade 2017 ณ เมือง เคอร์คาเด้ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งรายการนี้จัดขึ้นทุกๆ 4 ปีเท่านั้น ถือเป็นการประกวดที่เรียกได้ว่าเป็นโอลิมปิกของวงดุริยางค์เครื่องลมเลยทีเดียว

และเพื่อเป็นการส่งแรงใจไปเชียร์ รวมเลือดเนื้อชาติเชื้อราชสีมา ผมจึงขอเสนอบทสัมภาษณ์ของน้องๆ 4 ตัวแทนของวงฯมาพูดคุยถึงความพร้อมและความรู้สึกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ได้เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ 4 ตัวแทนที่ว่าคือ น้องบีม – บุญสิตา รื่นภิรมย์ น้องแทน – ธนพร สรรพประเสริฐ น้องดรีม – นาราดา  วงศ์แพทย์วิทยา และ น้องผักกาด – ภัทรฉัตร นาควิริยะพงศ์ Check it Out!!

บีม – บุญสิตา รื่นภิรมย์

แนะนำตัว |

ชื่อนางสาว บุญสิตา รื่นภิรมย์ ชื่อเล่นชื่อบีมค่ะ ตอนนี้กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายศิลป์-อังกฤษค่ะ

สมัยประถมศึกษาเคยเรียนดนตรีมาก่อนไหม |

เคยค่ะ ตอนนั้นเคยเล่นฮอร์น ตอนนี้ก็เล่นฮอร์นค่ะ เล่นมานานจะ 10 ปีแล้วค่ะ ฮอร์นเป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ฮอร์นจะเป็นเครื่องดนตรีที่ค่อนข้างยากในการเล่น คนที่เล่นฮอร์นก็จะต้องมีความมั่นใจ ฮอร์นเป็นเครื่องดนตรีที่มีหลายเร้นจ์ สามารถขึ้นสูงลงต่ำได้สุด ต้องควบคุมลมเป่า เราต้องมีสติมากเป็นพิเศษกว่าเครื่องดนตรีชนิดอื่น

ทำไมถึงเลือกเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้ |

เลือกเองค่ะ คือตอนแรกได้เล่นทรัมเป็ตก่อนแล้วไปขออาจารย์ย้ายมาเล่นเครื่องนี้ เพราะว่าชอบ อยากเล่นเครื่องนี้

ความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างกับการมาเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้ |

ช่วยพัฒนาตัวหนูในทุกๆ ด้าน การเล่นดนตรีทำให้หนูมีความสามารถพิเศษ อย่างตอนเคารพธงชาติ คนอื่นไปเข้าแถวแต่เราได้เล่นเครื่องดนตรีแทนการร้องเพลงชาติ อีกเรื่องก็คือได้อะไรหลายๆ อย่างจากการอยู่ร่วมกันกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทำให้ได้เรียนรู้เรื่องทีมเวิร์ก การอยู่และทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ทำให้มีความสนิทกับน้องๆ ในวงเป็นพิเศษ

ความรู้สึกต่อการแข่งขันในครั้งนี้ |

ตัวหนูเคยแข่งขันเวทีนี้มาแล้วครั้งหนึ่งค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แต่ถึงอย่างนั้นก็ค่อนข้างกดดันนิดหน่อยค่ะ เพราะครั้งนี้มีวงที่เข้าร่วมแข่งขันกันหลายวง ก็เยอะกว่าปกติ

ครั้งนี้ก็ตั้งใจมากเป็นพิเศษ อันที่จริงก็ดูจากการแข่งขันที่ผ่านมาว่ามีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง แล้วที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไรบ้าง เช่นว่าเล่นๆ อยู่ก็สติหลุด ไม่ได้เล่นโน้ตตัวนั้นตัวนี้ก็รู้สึกเสียใจค่ะ พอมาครั้งนี้ก็มีน้องๆ ใหม่ๆ เข้ามาเล่นด้วย มาร่วมการแข่งขันด้วย ก็จะเอาข้อผิดพลาดตรงนั้นมาเตือนน้องๆ ว่า ตรงนี้เป็นแบบนี้นะ

ครั้งนี้ก็เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ก็รู้สึกไม่ถึงกับเศร้าค่ะ เพราะว่าถึงจะเป็นครั้งสุดท้ายยังไง แต่ก็ยังมีน้องๆ ที่มาสานต่อค่ะ

อนาคตหลังจากนี้ |

คงจะไม่ค่อยได้เล่นแล้วค่ะ เพราะเราไม่ได้เลือกเรียนทางด้านดนตรี แต่อาจจะเป็นความสามารถพิเศษแทนที่เราทำได้

แทน – ธนพร สรรพประเสริฐ

แนะนำตัว |

ชื่อนางสาว ธนพร สรรพประเสริฐ ชื่อเล่นว่าแทนค่ะ เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนสุรนารีวิทยาค่ะ

เครื่องดนตรีชิ้นแรก |

คลาริเน็ต เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเป่าลมไม้ จุดเด่นคือด้านของเสียง เพราะเครื่องเป่าลมไม้จะมีเสียงลมที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่อง ที่เลือกเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้ก็เพราะว่าสนใจ ชอบเสียง แล้วก็มีรุ่นพี่ชวนด้วย พอได้เล่นจริงๆ ก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับตัวเองที่สุดแล้วค่ะ ก็เริ่มเล่นตั้งแต่ ม.1 ที่เข้ามาเรียนโรงเรียนสุรนารีนี่ล่ะค่ะ ความยากของคลาริเน็ตคือเป็นเครื่องที่ต้องเล่นโน้ตเยอะ ต้องคำนึงถึงโน้ตและเสียงค่ะ

ที่เริ่มเข้ามาเล่นดนตรี ส่วนใหญ่ๆ เลยก็เพราะว่าวงสุรนารีวิทยาเป็นวงที่มีชื่อเสียงมาตั้งนานแล้วค่ะ แล้วมีรุ่นพี่ที่เป็นแบบอย่างที่ดี ดึงดูดรุ่นน้องที่ไม่ได้อยู่ในวงที่เพิ่งเข้ามา ระบบดี การฝึกซ้อมก็ดีเป็นระบบ ก็เลยอยากเข้ามา

ครอบครัวว่าอย่างไรบ้างกับการเข้ามาเล่นดนตรี |

สนับสนุนค่ะ

แบ่งเวลาเรียนอย่างไรไม่ให้เสียการเรียน |

เวลาเรียนก็ต้องเลือกเรียนเป็นหลักอยู่แล้ว แต่ถ้าสมมติเวลาว่างเราก็จะแบ่งเวลาว่างทั้งหมดที่หนูมีมาเล่นดนตรีค่ะ

รู้สึกยังไงกับการเล่นดนตรีมาตั้ง ปี |

ก็รู้สึกว่าเหมือนเป็นบ้านอีกหลังหนึ่ง คือสอนทุกอย่าง สอนประสบการณ์ทุกอย่าง การอยู่ร่วมกัน อยู่ร่วมกับผู้อื่น คือไม่ใช่แค่สอนเล่นดนตรี สอนทุกๆ อย่างให้เราใช้ชีวิตเป็นและออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกได้ค่ะ

ม.6 แล้ว แสดงว่าประสบการณ์การแสดงดนตรีต้องเยอะตามแน่ๆ ได้ไปแข่งขันดนตรีในระดับโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วครับ |

ได้ไปแข่งหลายครั้งแล้วค่ะ ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งที่ 4 สำหรับการแข่งที่เนเธอร์แลนด์ ก็เคยไปเมื่อตอนปี 2552 ปีนี้ก็ได้กลับไปที่นั่นอีกครั้งค่ะ ก็รู้สึกดีค่ะที่ได้กลับไปที่เนเธอร์แลนด์อีกครั้ง ไปเล่นด้วยกันกับน้องๆ เพื่อนๆ วงสุรนารีวิทยาเป็นครั้งสุดท้าย

ความคาดหวังกับการแข่งในครั้งนี้ |

จำได้ว่าครั้งที่แล้วก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้างค่ะ ส่วนตัวหนูไม่ได้อยากเป็นที่ 1 แต่ก็จริงที่มีความรู้สึกอยากเป็นที่ 1 บ้าง แต่ว่าสิ่งสำคัญสำหรับการเล่นดนตรีแบบวงแบบนี้ก็คือการเล่นดนตรีไปด้วยกัน แบบว่าเล่นเพลงจบไปด้วยกัน สร้างเสียงเพลงให้คนอื่นได้รับฟัง

จบจากโรงเรียนสุรนารีวิทยาออกไปขึ้นมหาวิทยาลัยแล้วคิดว่าจะเล่นดนตรีต่ออีกไหม |

ก็เล่นเป็นกิจกรรมเสริม เพราะไม่ได้เรียนต่อทางด้านดนตรีค่ะ

ดรีม – นาราดา วงศ์แพทย์วิทยา

แนะนำตัว |

ชื่อนางสาว นาราดา วงศ์แพทย์วิทยา ชื่อเล่นว่าดรีมค่ะ

เครื่องดนตรีชิ้นแรก |

เปียโนค่ะ เริ่มต้นตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.4 คุณแม่ให้ไปเรียนเพราะตอนเด็กๆ หนูเป็นคนที่ไม่ค่อยมีสมาธิ แบบว่าสมาธิสั้น แม่ก็เลยให้ไปเล่นดนตรีเพื่อจะได้ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น ผลก็ดีค่ะ มีสมาธิมากขึ้นค่ะ และจดจ่อกับสิ่งนั้นๆ ได้นาน ทำให้ไม่วอกแวกง่าย สำหรับความยากก็จะยากอยู่แล้วค่ะ เพราะเปียโนมีตั้ง 88 คีย์ มีแพทเทิร์นที่ต้องเปลี่ยนเสียงให้ยาวและสั้น เราต้องมีสมาธิในการเล่น ความยากอีกอย่างก็คือเวลาเราอ่านโน้ตที่มีทั้งกุญแจซอลและกุญแจฟา เราก็ต้องอ่านไปพร้อมๆ กัน

ความรู้สึกเมื่อได้มาร่วมวงโยฯโรงเรียนสุรนารีวิทยา |

ตอนแรกแม่อยากให้หนูเข้าโรงเรียนสตรีที่นี่อยู่แล้วค่ะ เพราะก็มีชื่อเสียงค่ะ แม่ก็บอกว่าวงโยธวาทิตของโรงเรียนนี้ดีแล้วก็ดัง หนูก็ชอบดนตรีอยู่แล้ว แม่อยากให้มีประสบการณ์ทางด้านดนตรีมากขึ้นค่ะ ให้รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นทีมกับคนอื่นๆ พอได้เข้าวง ความรู้สึกมันแตกต่างจากการเล่นคนเดียวมากค่ะ คือคนส่วนใหญ่เวลาเล่นเปียโนก็มักจะเล่นโซโล่คนเดียวไป จะไม่รู้จักฟังคนรอบข้างว่าเขาเล่นอะไร แต่เราต้องฟัง เพื่อให้เล่นเป็นจังหวะเดียวกัน เล่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน ครั้งแรกที่ได้เล่นร่วมกับวงคือหนูรู้สึกตื่นเต้นแล้วก็กลัวมาก เพราะไม่ใช่มีแค่เราแล้ว ได้เล่นกับคนอื่นด้วย แต่พอนานๆ ไปก็เริ่มปรับ อาจารย์ก็เริ่มสอน ค่อยๆ ฝึก

ความรู้สึกที่จะได้ไปแข่งในรายการนี้ ครั้งแรกไหมที่ได้ไปเล่นที่ต่างประเทศ |

สำหรับรายการนี้เป็นครั้งแรกค่ะ ก็รู้สึกตื่นเต้น ก็เอาข้อผิดพลาดที่เคยมีประสบการณ์มาแล้วมาปรับใช้ เหมือนรอบที่ผ่านมาก็จะมีอาการตื่นเต้นก่อนขึ้นบนเวทีแล้วก็ไม่มีสติอะไรแบบนี้ค่ะ พอขึ้นไปก็รนๆ ไม่รู้จะทำอะไรก่อนดี ก็ต้องปรับตัว พยายามสงบสติอารมณ์และมีสติสมาธิให้มากๆ ค่ะ

ความคาดหวังในการไปแข่งในครั้งนี้ |

ก็อยากได้ที่ 1 ค่ะ แต่ว่าอาจารย์จะสอนเสมอว่าเวลาเราเล่นดนตรีให้เรามีความสุขและก็เต็มที่ ถ้าได้รางวัลก็จะเป็นผลพลอยได้

ถ้าจบจากโรงเรียนออกไปแล้วยังจะเล่นดนตรีอยู่หรือเปล่า |

ก็ยังจะเล่นดนตรีอยู่เหมือนเดิมค่ะ

การเล่นดนตรีให้อะไรกับเราบ้าง |

ก็ฝึกหลายอย่าง จากที่เป็นเด็กไม่ค่อยมีสมาธิก็สอนให้มีสมาธิและรู้จักการปรับตัวเวลาอยู่กับคนอื่นหลายๆ คนที่ไม่ใช่แค่ตัวเราคนเดียว เหมือนฝึกไม่ให้เห็นแก่ตัวแต่ต้องเห็นแก่ส่วนรวม

แบ่งเวลาเรียนกับเวลาซ้อมดนตรีอย่างไร |

เวลาที่จะใกล้แข่งก็จะมีเข้าค่ายแล้วก็จะมีเพื่อนในห้องที่ไม่ได้อยู่ในวงคอยบอกว่ามีการบ้านอันนี้นะ เพื่อนๆ ก็จะช่วยจดแลคเชอร์ให้ค่ะ เราก็นำมาทบทวน

ผักกาด – ภัทรฉัตร นาควิริยะพงศ์

แนะนำตัว |

ชื่อผักกาด นางสาวภัทรฉัตร นาควิริยะพงศ์ค่ะ เรียนอยู่ชั้น ม.5 ค่ะ

เล่นดนตรีมานานหรือยัง |

เล่นมาตั้งแต่ ม.1 ค่ะ เล่นฟรุตกับปิ๊กโคโลค่ะ ก็จะเป็นเครื่องเป่า เป็นเครื่องลมไม้

ความยากง่ายของเครื่องดนตรีชนิดนี้คืออะไร |

พวกโน้ตจะยากค่ะ เพราะว่าจะคอนโทรลเสียงยากกว่า ในวงมีเพื่อนที่เล่นด้วยกัน 3 คนค่ะ ที่เลือกเครื่องดนตรีชนิดนี้ก็เพราะเคยเห็นรุ่นพี่ซ้อมก็เลยอยากลองเล่นดู ก็มาหัดเอาที่โรงเรียนนี่ล่ะค่ะ

การเล่นดนตรีให้อะไรบ้าง |

ให้อะไรหลายๆ อย่างค่ะ ที่สำคัญคือให้ประสบการณ์ มิตรภาพ และก็เสียงดนตรีค่ะ โดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์อะไรต่างๆ มันก็มีบ้างที่เครียดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็มาซ้อม เรียนมาเหนื่อยก็มาฟังเพื่อนเล่น เหมือนมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตหนู

ความรู้สึกที่จะได้ไปแข่งในรายการนี้ |

หนูไปแข่งที่เนเธอร์แลนด์เป็นปีแรกค่ะ เพราะว่ามันจะมีทุกๆ 4 ปี ความรู้สึกก็ตื่นเต้นค่ะ เพราะว่าได้ไปแข่งเป็นครั้งแรก และก็ได้เล่นเป็นเฮดของสแตนด์ค่ะ ก็เลยกดดัน

แบ่งเวลายังไงระหว่างการเรียนกับการซ้อม |

นอกจากตารางซ้อมที่ครูวางไว้ให้ ส่วนตัวก็จะหาเวลามาซ้อมเพิ่ม เรียนจะมีช่วงพักเที่ยงก็แบ่งมาซ้อมด้วยค่ะ

พ่อแม่ว่ายังไงบ้างที่เรามาเล่นดนตรี |

ตอนแรกๆ ก็ยังไม่เข้าใจว่าหนูจะมาเล่นทำไม แต่ว่าพอเห็นว่าหนูชอบก็เลยสนับสนุนค่ะ

ชมภาพบรรยากาศการซ้อม

อาจารย์ผู้ควบคุมและฝึกงาน


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ

Comments

Powered by Facebook Comments