5 Min. read

สังเกตไหมว่าช่วงนี้ชาวครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ทำการเกษตรอะไรก็ขึ้นงอกงามสร้างรายได้จนชื่อเสียงเลื่องลือ ทั้งทุเรียน และไหนจะต้นใบบัวบก ซึ่งต้นประเภทหลังพบว่าปลูกขึ้นง่าย แถมตลาดก็ไม่ยากนัก ส่งขายมีรายได้เดือนละหลายหมื่นบาท จนนายอำเภอและเกษตรอำเภอต้องขอออกไปดูให้เห็นกับตา

ลักษณะต้นใบบัวบก

นายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ นายอำเภอครบุรี พร้อมด้วย นายวุฒินันท์ ศักดิ์กระโทก เกษตรอำเภอครบุรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรแบบผสมผสานของนายเสวย แอบกิ่ง อายุ 52 ปี เกษตรกรบ้านหนองรัง หมู่ที่ 2 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งใช้พื้นที่กว่า 10 ไร่ แบ่งปลูกพืชผสมผสาน จากเดิมที่ใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างมันสำปะหลัง ตัดสินใจทดลองปลูกทุเรียนมานานกว่า 2 ปีแล้ว ในระหว่างที่รอทุเรียนให้ผลผลิตก็ใช้พื้นที่ว่าระหว่างต้นทุเรียนปลูกฝรั่งและมะกอกน้ำสลับลงไป เพื่อสร้างรายได้ระหว่างรอผลผลิตจากทุเรียน ซึ่งก็สร้างรายได้ปีละนับแสนบาท แต่ที่น่าสนใจมากกว่ารายได้จากมะกอกน้ำและฝรั่งก็คือ การใช้พื้นที่ใต้ต้นทุเรียน ฝรั่ง และมะกอกน้ำปลูกต้นใบบัวบก หรือที่เรียกว่าผักหนอกในภาษาอีสาน ซึ่งสามารถสร้างรายได้เดือนเดือนกว่า 50,000 บาทเลยทีเดียว

เตรียมส่งใบบัวบกไปให้ลูกค้า

นายเสวย แอบกิ่ง เกษตรกรเจ้าของไอเดียปลูกใบบัวบกหรือผักหนอกใต้ต้นผลไม้กล่าวว่า ในช่วงที่รอผลผลิตไม้สวนที่จะต้องใช้เวลานานหลายเดือนในแต่ละรอบ รู้สึกว่าน่าจะใช้พื้นที่ที่เหลืออยู่อย่างคุ้มค่า จึงทดลองปลูกพืชอายุน้อยเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวในระหว่างรอ เริ่มต้นก็ปลูกพืชจำพวกแมงลัก โหระพา และกระเพรา ปรากฏว่ามีรายได้เพิ่มเติมมาส่วนหนึ่งวันละหลายร้อยบาท แต่เนื่องจากผักจำพวกนี้มีคู่แข่งทางตลาดค่อนข้างเยอะ ทำให้ราคาไม่แน่นอน จึงทดลองหาพืชชนิดอื่นมาปลูก และก็ไปได้พันธุ์ใบบัวบกมาจากเขื่อนลำแชะ ซึ่งตนเองเห็นว่าเป็นที่นิยมของชาวอีสานและยังไม่เห็นใครนำมาปลูกในเชิงพาณิชย์ จึงทดลองนำมาปลูกใต้ต้นผลไม้ วิธีการก็แค่นำเมล็ดและต้นใบบัวบกมาโรยและเสียบไว้ทิ้งไว้ใต้ต้นผลไม้  ซึ่งจะมีรอบการให้น้ำผ่านทางสายน้ำหยดที่เดินไว้อยู่แล้วประจำทุกวันทำให้เป็นการประหยัดน้ำไปในตัวตามนโยบายรัฐที่ให้รู้จักใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ส่วนปุ๋ยก็ให้ปุ๋ยตามรอบของผลผลไม้แต่ละชนิด เน้นปุ๋ยคอก ผ่านไปไม่กี่เดือนต้นใบบัวบกก็แตกกอแผ่ขยายออกจำนวนมาก

โดยเริ่มต้นก็นำใบบัวบกหรือผักหนอกไปวางจำหน่ายตามตลาดสดทั่วไป ได้รับความนิยมจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก กระทั่งมีพ่อค้าคนกลางมาติดต่อสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมีออร์เดอร์สั่งซื้อใบบัวบกจากพ่อค้าที่จะมารับถึงสวนวันละ 100 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 30 บาท ทำให้มีรายได้จากการเก็บใบบัวบกขายวันละ 3,000 บาทเลยทีเดียว ส่วนการเก็บก็จะเก็บจากโคนต้นผลไม้หมุนเวียนกันไป โดยใบบัวบกที่อยู่ใต้ต้นผลไม้จะเก็บได้ประมาณโคนต้นละ 20 – 30 กิโลกรัม เมื่อเก็บแล้วก็ยังจะมีต้นและเมล็ดเหลือทิ้งอยู่ใต้โคนต้นผลไม้และจะแตกกอให้ผลผลิตออกมาอีกเรื่อยๆ จึงไม่ต้องเหนื่อยที่จะต้องมาเพาะพันธุ์ใหม่อีกรอบ และมีผลผลิตทยอยออกอย่างสม่ำเสมอสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเดือนและกว่า 5 หมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่สูงมาก

ด้านนายสุรพันธ์ นายอำเภอครบุรี กล่าวว่า แปลงเกษตรของนายเสวย ถือเป็นพื้นที่นำร่องในการเพาะปลูกสร้างรายได้เพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรได้อย่างแท้จริง มีการปลูกพืชหมุนเวียนให้ผลผลิตตลอดทั้งปี เป็นแปลงเกษตรต้นแบบที่ควรยึดถือเอาไปเป็นแบบอย่าง เชื่อว่า หากเกษตรกรทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และรู้จักประยุกต์หาแนวคิดใหม่ๆเข้ามาปรับใช้แทนการยึดติดกับการทำเกษตรแบบเดิม จะสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัว


Source : kasetkaoklai.com // komchadluek.net

Comments

Powered by Facebook Comments