2 Min. read

กกพ. มีมติปรับขึ้นค่าเอฟที งวดเดือนกันยายน-ธันวาคมนี้ อีก 8.87 สตางค์ต่อหน่วย ตามต้นทุนในการผลิตและจัดหาไฟฟ้าที่สูงขึ้น

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับค่าเอฟทีงวดเดือนกันยายน-ธันวาคมนี้ อีก 8.87 สตางค์ต่อหน่วย ตามต้นทุนในการผลิตและจัดหาไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงเดือนดังกล่าว หลังจากคำนวณค่าเอฟทีแล้วอยู่ที่ -15.90 สตางค์ต่อหน่วย คาดค่าเอฟทีจะมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีนี้ และมีผลทำให้ค่าไฟฟ้าปีนี้อยู่ในช่วงขาขึ้นด้วย

สำหรับสาเหตุหลักมาจากสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ลดลงตามฤดูกาล และการใช้ถ่านหินที่ลดลงจากการหยุดบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าในช่วงฤดูหนาว รวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสัดส่วนแอลเอ็นจีที่เริ่มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันเตาที่ปรับตัวขึ้นก่อนหน้า โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่สูงกว่าการประมาณในรอบที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้า อีกอย่างหนึ่งคือ อัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทแข็งค่ากว่าช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ที่ระดับ 34.31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็น 34.19 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้นกว่างวดก่อนประมาณ 0.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม เท่ากับ 61,420 ล้านหน่วย ลดลงจากช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม เท่ากับ 4,067 ล้านหน่วย คิดเป็นลดลง 6.21% ซึ่งสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม ยังคงใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก 63.64% รองลงมาเป็นรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว 12.63% ลิกไนต์ 9.14% และถ่านหินนำเข้า 7%


Source : dailynews.co.th

Comments

Powered by Facebook Comments