20 Min. read

คุณรู้หรือไม่ เทรนด์ในการท่องเที่ยวทั่วโลกที่กำลังฮิตมากๆ ในขณะนี้ไม่ใช่การท่องเที่ยวแบบพักผ่อนฉาบฉวยชั่วครู่ชั่วยามหรอกนะ แต่เป็นการท่องเที่ยวที่ได้ทั้งการพักผ่อนและได้ศึกษารูปแบบการใช้ชีวิตต่างๆ ของคนในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วย ดังนั้นการท่องเที่ยวครั้งหนึ่งๆ จึงใช้ระยะเวลาค่อนข้างมากกว่าการท่องเที่ยวแบบฮอลิเดย์ โดยหากได้ท่องเที่ยวชนิดตามรอยเรื่องราวคล้ายๆ กันไปเรื่อยๆ เหมือนเกมลายแทงล่ะก็ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกยิ่งฟินหนักมาก

4 จังหวัดใหญ่แดนอีสานใต้อันได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เล็งเห็นถึงเทรนด์ดังกล่าว จึงร่วมกันจับมือโดยใช้ชื่อว่า นครชัยบุรินทร์ เป็นพันธมิตรทางการท่องเที่ยว ตามคอนเซ็ปต์ ‘นครชัยบุรินทร์ ประตูอีสานสู่สากล’ (NAKORN CHAI BURIN Northeast Gateway to Global Communities) ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนกันบ้างในแต่ละจังหวัดที่น่าสนใจ เราคัดสรรมาฝากคุณแบบเต็มๆ บอกแล้วว่าแดนดินถิ่นอีสานมันใช่เล้ยยย!!!!!

ความเป็นมาของนครชัยบุรินทร์ |

นครชัยบุรินทร์ เป็นคำที่มาจากสี่จังหวัดคือ นคร-นครราชสีมา ชัย-ชัยภูมิ บุ-บุรีรัมย์ และ รินทร์-สุรินทร์ ซึ่งเป็นกลุ่มจังหวัดหนึ่งในประเทศไทยที่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนากลุ่มจังหวัด พร้อมกับการมุ่งส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว โดยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละจังหวัด ในด้านการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อย่างการท่องเที่ยวโบราณสถาน อาหารการกิน การแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิต ด้วยความได้เปรียบในด้านพื้นที่ ประกอบแต่ละจังหวัดมีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย และมีศักยภาพที่เหมาะในการเดินทางมาท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม จึงเป็นโอกาสดีในการที่จะมีแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้านสินค้าหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างผ้าไหมไทย ซึ่งถือเป็นงานหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของกลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ จากความโดดเด่นและความสำคัญของภูมิปัญญาผ้าไหม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของความต้องการให้การเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันทีหันมาสนใจการท่องเที่ยวในชุมชนและสนใจความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างและต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากกว่าการเดินทางท่องเที่ยวแบบฉาบฉวยนั่นเอง

แหล่งท่องเที่ยวใน จ.นครราชสีมา |

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

“เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน”

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

นครราชสีมา หรือ เมืองโคราชเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นจังหวัดที่อยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและสำคัญหลายแห่ง เช่น ตลาดน้ำ เขาใหญ่ เขาใหญ่อาร์ตมิวเซียม น้ำผุด วัดโนนกุ่ม ผาเก็บตะวัน น้ำตกเหวสุวัต อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ วัดบ้านไร่ ฯลฯ

วัดบ้านไร่

ปัจจุบันวัดบ้านไร่ได้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดนครราชสีมาไปแล้ว แม้ว่าหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ จะลาจากโลกนี้ แต่สถานที่ภายในวัดก็ยังดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้มาชมกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างสำคัญๆ อยู่หลายอาคาร ไม่ว่าจะเป็นพระอุโบสถ พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณหอเทพวิทยาคมเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา หอแก้ว หอระฆัง ฯลฯ

สถานที่ที่โดดเด่นมากที่สุดในวัดแห่งนี้คงหนีไม่พ้นหอเทพวิทยาคมฯ เป็นอาคารสูง 5 ชั้น ตั้งอยู่กลางบึงน้ำบนลานทรงกลมซึ่งเป็ยอุทยานธรรมขนาดใหย่มากที่สุด ลักษณะเป็นประติมากรรมช้าง ตั้งอยู่บนพื้นที่บึงน้ำขนาด 30 ไร่ เป็นวิหารเวรามิคโมเสกที่มากกว่า 20 ล้านชิ้น ด้วยสถาปัตยกรรมที่อลังการ มีรูปปั้นพญานาค 19 เศียร ประตูเท้าจตุโลกบาลและเศียรช้างขนาดใหญ่ หอเทพวิทยาคม กว้าง 60 เมตร ยาว 60 เมตร ที่นี่เป็นสถานที่แห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่นำเอาพระไตรปิฎกมาแสดงให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปที่ดูโดดเด่นก็เห็นจะเป็นชั้นดาดฟ้าที่มีการจัดแสดงรูปปั้นหลวงพ่อคูณและสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยมีความสูงรวม 42 เมตร

สถานที่ตั้ง : ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด
โทรศัพท์ : 044-249-888

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

ในช่วงของเดือนธันวาคมของทุกปี จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ ได้เปิดฟาร์มให้บริการนักท่องเที่ยวปีละ 1 ครั้ง เปิดให้ ชม ชิล ช้อป สัมผัสมนต์เสนห์แห่งความสวยงามของธรรมชาติและตื่นตาตื่นใจไปกับกิจกรรมไฮไลท์ของแต่ละปี พร้อมชมกระบวนการผลิตผ้าไหม เพลินตาไปกับทุ่งดอกคอสมอสสีชมพู สวนลอยฟ้าที่มีทั้งไม้ดอกและเห็ดหลายสายพันธุ์ สนุกกับการเก็บผักสดๆ  จากแปลงผักปลอดสาร ตระการตากับทุ่งดอกไม้หลายสี ตื่นตากับการลานฟักทองยักษ์สีสันสดใส ชมลานบั้งไฟสีสัน ชมกิจกรรมคล้องกระติบจิ๋วกลางทุ่งดอกไม้ ชมความวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรมอีสาน พร้อมกับชมและเรียนรู้การผลิตผ้าไหมที่เป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สัน แบบครบทุกขั้นตอนและปิดท้ายกับ ชมความงามของสวนสวยแนวตั้งสไตล์ซิลเวอร์ฟอลและทุ่งดอกฮอลลี่ฮ็อคไร่มะเขือยักษ์พันธุ์หายากผักผลไม้นานาชนิดที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม พร้อมขนแปลงดอกดาวเรืองฝรั่งเศสและอื่นๆ อีกมากมาย

สถานที่ตั้ง : ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย
โทรศัพท์ : 088-7201292,022-167368,085-6607336
ราคาบัตรเข้าชม // วันธรรมดา : ผู้ใหญ่ 120 บาท เด็ก 80 บาท // วันเสาร์-อาทิตย์ : ผู้ใหญ่ 140 บาท เด็ก 100 บาท
เวลาเปิด – ปิด : 9.00น. – 17.00 น.

พระพุทธรูปแกะสลักผาแดง ณ เขาซับพงโพด

พระพุทธรูปแกะสลักผาแดง เป็นความอเมซิ่งที่หลายๆ คนต่างพากันตะลึ่งในความสวยงามและความอัศจรรย์ของพระพุทธรูปแกะสลักที่อยู่บนหน้าผาหินทรายโดยตั้งอยู่ในเขาซับพงโพด ซึ่งที่นี่มีพระพุทธรูปอยู่ 2 องค์ เป็นปรางค์สมาธิและปรางค์ไสยาสน์ ที่ถูกช่างแกะสลักได้แกะสลักหินเป็นประติมากรรมนูนต่ำไว้บนหน้าผาที่ชาวบ้านเรียกกันว่าผาแดงซึ่งตั้งตระหง่านสวยงามและโดดเด่นอยู่บนเขาซับพงโพดอย่างน่าชื่นชมซึ่งพระพุทธรูปปรางค์สมาธิมีชื่อเรียกว่าพระพุทธมุนี มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 5 เมตร และสูงประมาณ 6 เมตร ส่วนพระพุทธรุปปรางค์ไสยาสน์ชื่อว่าพระเชษฐ์ไตรภพมุนี โดยมีขนาดความกว้างของฐานประมาณ 16 เมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร การแกะสลักมีการเก็บรายละเอียดได้อย่างสวยงาม ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยธรรมชาติรายล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ที่อุดมสมบูรณ์และเมื่อเดินขึ้นไปบนยอดสุดของภูเขาบนผาแดง ยังมีจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นได้ทั้งอำเภอเสิงสางทางด้านทิศเหนือได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

สถานที่ตั้ง : วัดเขาซับพงโพด ต.โนนสมบูรณ์ อ.เสิงสาง

มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมสี)

ความยิ่งใหญ่ของอุโบสถของวัดโนนกุ่ม หรือวัดหลวงพ่อโต มีความสวยงามของตัววัด ซึ่งมูลนิธิหลวงพ่อโต มีความสวยงามของตัววัด ซึ่งมูลนิธิหลวงพ่อโตเป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อทองเหลืองรมดำของหลวงพ่อโต (สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมสี) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ผู้ที่ก่อตั้งคือ คุณสรพงษ์ ชาตรี นักแสดงชื่อดัง

วัดโนนกุมมีเสนาสนะเก่าแก่คือ อุโบสถ์มหาอุดที่เป็นโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 104 ปี เจดีย์อุปัชฌาย์ซินเจดีย์อุรังกธาตุบรรจุพระบรมสารักธาตุหน้าอกของพระพุทธเจ้าและพระพุทธรูปไม้มงคลปางประจำวัน โดยผุ้ที่มาวัดนี้นอกจากจะได้สักการะขอพรจากหลวงพ่อโตแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับสิ่งก่อสร้างภายในวัดและสวนหย่อมที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ส่วนรูปหล่อองค์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หน้าตักกว้าง 8 เมตร 1 นิ้ว สูง 13 เมตร หนัก 61 ตัน ค่าก่อสร้างรวมกว่า 9 ล้านบาทเศษ และมีการก่อสร้างมหาวิหารเป็นแบบกุฏาคารขึ้นถวาย พร้อมทั้งซื้อที่ดินประมาณ 150 ไร่ มีการจัดภูมิทัศน์ส่วนต่างๆ อย่างสระน้ำ สวนหิน สวนต้นไม้ ฯลฯ

สถานที่ตั้ง : ถ.มิตรภาพ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว
โทรศัพท์ : 081-6401281,081-9110622
เวลาเปิดทำการ : 08.00น.- 17.00น. ทุกวัน

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นอุทยานมรดกของอาเซียนและได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก โดยมีเนื้อที่ 2,168.64 ตารางกิโลเมตร มีขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูกและเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญถึง 5 สาย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด

สถานที่ตั้ง : ต.หมูสี อ.ปากช่อง
ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานฯ เด็ก 20 บาท ผู้ใหญ่ 40 บาท // ชาวต่างชาติ เด็ก 200 บาท ผู้ใหญ่ 400 บาท
*ข้อจำกัด : ห้ามนำสัตว์เลี้ยงขึ้นไปบนอุทยาน ฯลฯ

ปราสาทหินพิมาย 

ปราสาทหินพิมายเป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีรูปแบบของศิลปกรรมขอมแบบบาปวนและนครวัดที่มีความงดงาม มีความเชื่อว่าเป็นต้นแบบในการสร้างนครวัดในเขมรปราสาทหินแห่งนี้ตั้งอยู่กลางเมืองพิมายซึ่งนับเป็นเมืองโบราณทีสำคัญของภูมิภาค

อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย หรือ “ปราสาทหินพิมาย” เป็นพุทธสถานในนิกายมหายานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีแบบแปลนเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 565 เมตร ยาว 1,030 เมตร ล้อมรอบด้วยคูน้ำโดยมีประตูเมืองทั้งสี่ทิศ ภายในบริเวณปราสาทหินมีโบราณสถานที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทหินพิมายเป็นโบราณสถานต่อมาถูกกำหนดให้เป็นเมืองโบราณพิมายและเป็นอุทยานประวัติ สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจคือ ปรางค์ประธานประติมากรรมรูปสิงห์ สะพานนาคราช ซุ้มประตูและกำแพงแก้ว ปราสาทหินประธาน ปรางค์หินแดง ฯลฯ

สถานที่ตั้ง : อ.พิมาย
ค่าธรรมเนียม // ชาวไทย 20 บาท // ชาวต่างชาติ 100 บาท
*ข้อจำกัด : ห้ามถ่ายรูป

แหล่งท่องเที่ยวใน จ.ชัยภูมิ |

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ทิวทัศน์สวย รวยป่าใหญ่ มีช้างหลาย ดอกไม้งาม ลือนามวีรบุรุษ สุดยอดผ้าไหม พระใหญ่ทวารวดี

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

 

ชัยภูมิเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะความสวยงามที่มีชื่อเสียงของทุ่งดอกกระเจียว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอากาศดี ที่ดึงดูดให้ผู้คนมาเยี่ยมชม ชัยภูมิ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของประเทศไทยและเป็นอันดับ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สำคัญ จ.ชัยภูมิ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ อย่าง มอหินขาว น้ำตกตาดโตน ทุ่งดอกกระเจียว ฯลฯ

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล)

อนุสาวรีย์พระยาภักดีชุมพล (แล) ชาวบ้านเรียกว่าอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพยาแล  ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนศุนย์ราชการในเมือง ชาวชัยภูมิได้ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อเป็ฯอนุสรณ์แด่เจ้าเมืองคนแรกของชัยภูมิ ประวัติเล่าว่าใน ในปี 2360 ซึ่งตรงกับสมัยราชการที่ 2 นายแลซึ่งเป็นข้าราชการสำนักเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทร์ ได้อพยพครอบครัวและบริวารข้ามลำน้ำโขงมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านน้ำขุ่น บริเวณอำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน ต่อมาจึงได้ย้ายชุมชนมาตั้งใหม่ที่โน้นน้ำอ้อมบ้านชีลอง ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ 6 กิโลเมตร  ได้ส่งส่วยต่อเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทร์ ต่อมาจึงย้ายชุมชนมาอยู่ที่บ้านหลวง ในเขตอำเภอเมืองปัจจุบันและได้หันมาขึ้นตรงต่อเมืองนครราชสีมา ส่งส่วยแก่รัชกาลที่ 3 ไม่ขึ้นแก่เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทร์อีกต่อไป จึงโปรดเกล้าฯ ยกบ้านหลวงเป็นเมืองชัยภูมิและแต่งตั้ง ขุนภักดีชุมพล (แล) เป็นเจ้าเมืองคนแรกของชัยภูมิ

สถานที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง
โทรศัพท์ : 044-811573 (สำนักงานจังหวัดชัยภูมิ)

พระเจ้าใหญ่ทวารวดี

อยู่ที่วัดคอนสวรรค์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอคอนสวรรค์ ไปทางทิศตะวันออก 5 กม. (ทางแยกสถานีส่งน้ำบ้านหนองป่าบึก) เป็นถนนรปช. เป็นพระพุทธรูปหินทรายแกะสลัก องค์รูปใหญ่รูปทรงสวยงาม สร้างในสมัยทวารวดี พุทธศตวรรษ ที่12-13 ชาวบ้านเรียวว่า “หลวงพ่อใหญ่” นอกจากพระพุทธรูปแล้ว ยังมีใบเสมาหินทราย ที่มีการแกะสลักและไม่แกะสลักอีกหลายชิ้นผู้คนไปนิยมสักการะบูชา ขอพร เป็นจำนวนมาก

สถานที่ตั้ง : ต.คอนสวรรค์ อ.คอนสวรรค์
โทรศัพท์ : 044-848-269 (อบต.คอนสวรรค์)

ใบเสมาบ้านกุดโง้ง

โบราณวัตถุอันล้ำค่าสืบทอดมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานที่อยู่กับจังหวัดชัยภูมิ ใบเสมาบ้านกุดโง้งนี้เป็นเสมาหินทรายศิลปะทวารวดีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12- 13 ที่พบในภาคอีสานอันเป็นโบราณวัตถุอันเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงชุมชนในยุคสมัยทวารวดี ซึ่งเป็นยุคของกาลเวลาที่พุทธศาสนาลัทธิหินยานได้มีการเผยแผ่เข้ามา ซึ่งใบเสมานี้ได้ถูกปักเพื่อเป็นการกำหนดเขตในการทำพิธีกรรมของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ซึ่งใบเสานกุดโง้งแห่งนี้ได้มีการเก็บรักษาไว้อยู่ภายในบริเวณโรงเรียนวัดกุดโง้ง ตำบลกุดตุ้ม ที่พบเป็นจำนวนมาก

สถานที่ตั้ง : ต.กุดตุ้ม อ.เมือง
โทรศัพท์ : 044-885-059

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม หรือ ป่าเทพสถิต// มีจุดเด่นธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่งโดยเฉพาะการเดินทางมาชมทุ่งดอกกระเจียวในพื้นที่ประมาณ 70,00o ไร่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงามตั้งอยู่บนเทือกเขาพังเหย ซึ่งเป็นเนินเขาสลับซับซ้อน ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามที่มีดอกกระเจียวเยอะที่สุดและสวยที่สุด ยังมีจุดท่องเที่ยงในเขตอุทยานอีกหลายแห่ง

สถานที่ตั้ง : อ.เทพสถิต
โทรศัพท์ :081-307-1678,044-890-105

ทุ่งดอกกระเจียว

นับเป็นไฮไลท์ท่องเที่ยงช่วงฤดูฝน ซึ่งทุ่งดอกกระเจียวที่ป่าหินงามถือเป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของประเทศไทย เป็นพันธ์ไม้ประจำถิ่นที่ขึ้นมากที่สุด เหมาะสำหรับการมาเที่ยวชมในฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน – สิงหาคม มีดอกกระเจียวสีชมพูอมม่วงขึ้นแซมอยู่ทั่วไป

ลานหินงาม

ลานหินงาม เป็นบริเวณที่มีโขดหินใหญ่รูปร่างแปลกๆ มีการกระจายอยู่เต็มไปหมดในเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เป็นหิดที่เกิดจากการกัดเซาะของเนื้อดินและหิน ต่อมาทำให้เห็นเป็นรูปลักษณ์แปลๆ ต่างกัน สามารถที่จะจินตนาการให้กลายเป็นรูปต่างๆ

จุดชมวิวสุดแผ่นดิน

เป็นหน้าผาสูงชันและเป็นจุดที่สูงที่สุดของเทือกเขาพังเหย โดยห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 846 เมตร เป็นแนวหน้าผาซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จุดชมวิวสุดแผ่นดินจะมองเห็ฯทิวทัศน์สันเขาสลับซับซ้อนและมีสายลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน

อุทยานแห่งชาติไทรทอง

ครอบคลุมพื้นที่ป่าบนเทือกเขาพังเหยในเนื้อที่ 319 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าต้นน้ำลำธารของลำห้วยหลายสา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์สวยงาม ภายในเขตอุทยานฯมีสถานที่หน้าสนใจหลายแห่ง

สถานที่ตั้ง : ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว
โทรศัพท์ : 044-738-428

น้ำตกไทรทอง

น้ำตกไทรทอง เป็นน้ำตกที่สูงเพียง 5  เมตรกว้างประมาณ 80 เมตร ส่วนด้านหน้าเป็นแอ่งน้ำใหญ่นักท่องสามารถลงเล่นน้ำได้ เหนือน้ำตกยังมีวังน้ำขนาดใหญ่เรียกว่าวังเงือก ที่จะมีสายน้ำไหลไปตามแก่งหินที่ลาดต่ำลงทีละน้อย มีความยาวไม่ต่ำกว่า 100 เมตร

ผาหำหด

เป็นจุดที่ถ่ายภาพและเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามและมีชะง่อนหินยื่นออกไปจากหน้าผา เป็นสันเขาตรงจุดสูงสุดของเทือกเขาพังเหยและสูงจากระดับน้ำทะเล 864 เมตร

จุดชมวิวเขาพังเหย

จุดชมวิวเขาพังเหยเป็นที่แวะพักรถยนต์และชมวิวทัศน์ เมื่อมองลงไปเบื้องล่างจะมองเห็นที่ราบภาคกลางในเขตจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นบริเวณกว้าง ในช่วงยามเย็นที่พระอาทิตย์อัสดงจะสวยงามมาก

มอหิวขาว

มอหินขาว เป็นกลุ่มหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งหญ้าบนเนินเขา สามารถมองเห็นชัดได้เด่นชัดในระยะไกลๆ ลักษณะคล้ายสโตนเฮ็นจ์ ของประเทศอังกฤษ โดยมีอายุระหว่าง 197-175 ล้านปี ลักษณะของเสาหินและแท่นหิน ทำให้เห็นเป็นรูปร่างและลักษณะแตกต่างกันออกไป ตามจินตนาการของผู้พบเห็น

มอหินขาว มีกลุ่มหินอยู่หลายแห่ง โดยกลุ่มหินชุดแรก คือ “เสาหิน 5 ตัน” โดยมีความสูงประมาณ 12 เมตร  ต้นที่ใหญ่ที่สุดจะมีขนาดเท่ากับ 22 คนโอบ ซึ่งสาหินกลุ่มนี้จัดได้ว่าเป็ฯเสาหินที่โดดเด่นที่สุด และยังเป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวชม มอหินขาว ส่วนหินกลุ่มที่ 2 ที่เรียกกันว่า “ดงหิน” มีลักษณะเป็ฯแท่งหินทรงแปลกประหลาด ที่จจุดนี้สามารถขึ้นไปที่จุดชมวิวอันกว้างไกลสุดสายตาของที่นี้ได้ ส่วนหินกลุ่มที่ 3 เป็ฯแท่งหินและเสาหินขนาดเล็กกระจายอยู่บนลานหินกว้างและลาดเอียงขึ้นไปจรด ผาหัวนาค หากมาช่วงฤดูฝนนักท่องเที่ยวจะได้ชมดอกไม้ป่าที่บานสะพรั่ง นอกจากจุดนี้ยังมีเส้นทางเดินไปยังกลุ่มหินและจุดชมวิวอย่างหินเจดีย์โขลงช้าง ลานหินต้นไทรสวนหินล้านปี

สถานที่ตั้ง : บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ต.ท่าหินโงม อ.เมือง
โทรศัพท์ : 044-8109-02-3 (อุทยานแห่งชาติภูแลนคา)

อุทยานแห่งชาติตาดโตน

อุทยานแห่งชาติตาดโตน มีเนื้อที่ประมาณ 135.737.50 ไร่ โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกตาดโตน ที่ประกอบด้วยลานหินที่กว้างใหญ่และสวยงามและมีพื้นที่ทั่วไปปกคลุมด้วยป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง น้ำตกตาดโตน ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติตาดโตน บริเวณน้ำตกประกอบด้วยลานหินที่กว้างใหญ่และสวยงาม มีลานกิจกรรมใกล้น้ำตกสำหรับนักท่องเที่ยว เหมาะสำหรับการผักผ่อน หรือมาทำกิจกรรม ซึ่งบริเวณน้ำตกไกเป็นลานหินกว้าง มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีน้ำถูกปล่อยมาจากเขื่อนลำปะทาว ที่อยู่ด้านล่างของน้ำตกทำให้สามารถเล่นน้ำได้เป็นจุดๆ

สถานที่ตั้ง : ต.นาฝอย อ.ท่าหินโงม ต.ห้วยต้อน และ ต.นาเสียว อ.เมือง
โทรศัพท์ : 044-853-333,044-853-293

อุทยานแห่งชาติภูแลนคา

อุทยานแห่งชาติภูแลนคามีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนกันทำให้มีอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปีประกอบกับมีทัศนียภาพซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อนและท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติภูแลนคาได้ทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติและระบนิเวศ มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดสำคัญในเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายแห่ง

สถานที่ตั้ง : ต.ห้วยต้อน อ.เมือง
โทรศัพท์ : 044-810-902-3,025-620-760

จุดชมวิวภูแลนคา

เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ซึ่งจุดนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 642 เมตร และสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเทือกเขาภูเขียวหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวได้อย่างเด่นชัดและในบริเวณนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถกลางเต็นท์พักผ่อนมีทางรถยนต์เข้าถึงได้โดยสะดวก

ผากล้วยไม้

มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงและมีพันธุ์ไม้ประเภทกล้วยไม้ดินขึ้นเองตามธรรมชาติและจุดนี้เป็นจุดที่ชมวิวทิวทัศน์ได้สวยงามอีกจุดหนึ่ง อยู่ห่างจากจุดชมวิวภูแลนคาประมาณ 400 เมตร

หินปราสาท

มีลักษณะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม ดูแล้วคล้ายกับปราสาท ด้วยขนาดและรูปทรงที่มีลักษณะใหญ่โดเด่นจึงทำให้เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ที่พบเห็น

สวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว

แหล่งท่องเที่ยวสวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ลักษณะเด่นคือมีบ่อน้ำผุดใสเย็นผุดออกมาบริเวณเชิงเขาและเป็นสายธารที่ชุ่มฉ่ำทามกลางแมกไม้ที่ร่มรื่น น้ำผุดทัพลาว มีน้ำผุดไหลออกตลอดปี สามารถมาท่องเที่ยวและเล่นน้ำได้ตลอด เหมาะแกการพักผ่อนและมีบริการอาหารสะดวกสบาย

สถานที่ตั้ง : อ.คอนสาร
โทรศัพท์ : 044-876688,044-8100150

เขื่อนจุฬาภรณ์

เขื่อนจุฬาภรณ์ อยู่ที่ตำบลทุ่งพระ อ.คอนสาร สร้างปิดกั้นลำน้ำพรมบนเทือกเขาขุนพาย ลักษณธเขื่อนเป็ฯเขื่อนหินทิ้ง แกนกลางเป็นดินเหนียว ตัดสันเขื่อนยาว 700 เมตร ความสูงจากรากฐานราก 70 เมตร เป็นลักษณะเขื่อนอเนกประสงค์ ในความดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าและยังอำนวยประโยชน?ในด้านเกษตรกรรม โดยรอบๆ ของเขื่อนยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกคือ

พระพุทธสิริสัตตราชจำลอง (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) ประดิษฐานที่บริเวณหัวเขื่อนฝั่งซ้าย ตรงข้ามสวนเขื่อนจุฬาภรณ์

สวนเขื่อนจุฬาภรณ์  ตกแต่งเป็นป่าอนุรักษ์ ในพื้นที่ประมาณ 41 ไร่ มีไม้ป่านานาชาติพร้อมศาลาพรมพิสมัยสำหรับนั่งพักผ่อน ทางเดินภายในสวนปูพื้นด้วยหินธรรมชาติ มีพืชโบราณ 325 ล้านปี เป็นพืชตระกูลหญ้า มี 2 สายพันธุ์ คือ สามร้อยยอดและสนหางม้าหรือหญ้าถอดปล้อง

ศาลาชมวิวหลุบควน เป็นจุดชมวิวอยู่ที่ระดับน้ำทะเล 800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มีสถานที่กลางเต็นท์พักแรม บริเวณริมอ่างเก็บน้ำภายในบริเวณเขื่อนมีบ้านพัก ร้านอาหาร และสนามกอล์ฟ เรือ ไว้รับรองนักท่องเที่ยว ศูนย์ทดลองพืชเมืองหนาวและหอดูดาว

การเดินทางไปเขื่อนจุฬาภรณ์ จากตัวเมืองชัยภูมิ ให้ใช้เส้นทางสายชัยภูมิ-ชุมแพ-ถึงทางแยกหนองสองห้อง เลี้ยวซ้ายไปอำเภอคอนสาร รวมระยะทางจากตัวเมืองชัยภูมิ ถึงเขื่อนจุฬาภรณ์ ประมาณ 120 กิโลเมตร

สถานที่ตั้ง : ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร
โทรศัพท์ : 044-861-669

แหล่งท่องเที่ยวใน จ.บุรีรัมย์ |

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวยรวยวัฒนธรรม

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ประมาณ 10,321 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 17 ของประเทศ มีลักษณะเป็นลูกคลื่นน้อย บุรีรัมย์ คือดินแดนภูเขาไฟ ที่เป็นแหล่งรวมอารยธรรมขอมโบราณและมีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ คือดินแดนภูเขาไฟ ที่เป็นแหล่งรวมอารยธรรมขอมโบราณและมีความสำคัญในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ยังได้รับสมญานามว่า “ดินแดนปราสาทหิน” เพราะมากมายไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรม ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม หรือปราสาทหินต่างๆ รวมถึงสนามฟุตบอลที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกไปแล้ว

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคาประกอบไปด้วยโบราณสถานที่สำคัญซึ่งตั้งอยู่ที่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว นับเป็นหนึ่งในปราสาทหินขอมของไทยที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุด ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์และยังเป็นภาพพื้นหลังตราสัญลักษณ์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอีกด้วย

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง มหัศจรรย์ปราสาทพนมรุ้งเป็นปราสาทบนยอดภูเขาไฟที่สวยงามที่สุด เป็นโบราณสถานในศิลปะเขมรที่มีความงดงาม โดยตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นภูเขาพนมรุ้งที่ดับสนิทไปแล้ว แต่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามและมีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มหัศจรรย์ของแสงตะวันที่พระอาทิตย์ขึ้นและตก แสงอาทิตย์โดยสาดส่องทะลุ 15 ช่องประตูของปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทพนมรุ้งสร้างขึ้นในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ซึ่งปราสาทประธานปราสาทพนมรุ้งนั้นก่อด้วยหินทรายสีชมพู ภายในเป็นที่ประดิษฐาน ศิวลึงค์สิ่งสำคัญอีกอย่างของปราสาทพนมรุ้งคือ ภาพสลักพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ทรงอยู่ที่ประทับหลังของมณฑป

กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนปราสาทพนมรุ้งเป็น โบราณสถานแห่งชาติ

ค่าเข้าชม : ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท
ข้อแนะนำ : ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 (เมษายน) ของทุกปีจะมีงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ในวันนี้พระอาทิตย์แรกแห่งอรุณจะทำการสาดส่องทะลุผ่านประตูทั้ง 15 ช่อง
สถานที่ตั้ง : บ้านตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ
โทรศัพท์ : 044-666-251 , 044-666-252

หาดปราสาททอง

สำหรับอ่างเก็บน้ำทุ่งกระเต็น เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำตั้งอยู่หน้าองค์การบริหารส่วนตำบลเย้ยปราสาท โดยรับน้ำจากที่สูงที่ไหลลงมาและเป็นแหล่งรับน้ำตามธรรมชาติ ปราสสารททอง หรืออ่างเก็บน้ำทุ่งกระเต็น ต.เย้ยปราสาท อ.หนองกี่ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยว ที่มีหาดทรายสวยงาม มีจักรยานน้ำปั่นมีบานาน่าโบ๊ทและเจ็ตสกีด้วย โดยที่หาดปราสาททองแห่งนี้ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวจะใช้เป็นทางเลือกเข้ามาเที่ยวชมและพักผ่อนหย่อนใจได้

หาดปราสาททอง ทะเลน้ำจืดแห่งใหม่ของจังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ในเนื้อที่ 2,450 ไร่ ระยะทางระหว่างขอบสระถึงเกาะกลางประมาณ 250 เมตรสถานที่แห่งนี้เดิมทีจัดไว้สำหรับแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ซึ่งรอบๆของหาดปราสาททอง เหมาะแก่การปั่นจักรยาน โดยรวมของระยะทางทั้งหมดประมาณ 10 กิโลเมตร ที่นี่ยังเป็นสถานสำหรับฝึกซ้อมกีฬาทางน้ำอย่าง เจ็ทสกี อีกด้วย

สถานที่ตั้ง : ถ.สุขาภิบาล ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่
โทรศัพท์ : 044-666-405

วนอุทยานเขากระโดง

เนื่องจากเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วทำให้วนอุทยานเขากระโดงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและศึกษาประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยา ยังมีโบราณสถานกู่เขากระโดง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและยังมีพระสุภัทรบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์อยู่บนยอดเขา จุดเด่นวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง คือพระสุภัทรบพิตร เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่เมือง ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ โดยประดิษฐานอยู่บนเขากระโดงและหันหน้าไปทางทิศเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2512 เพื่อให้เป็นสักการบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป จากจุดที่ตั้งขององค์พระสามารถมองเห็นทัศนียภาพของตัวเมืองบุรีรัมย์ได้

สถานที่ตั้ง : ต.เสม็ด อ.เมือง

สะพานพิสูจน์ศรัทธาสาธุชน

บันไดนาคราช ตั้งอยู่บนยอดเขากระโดง มีจำนวน 297 ขั้น เพื่อใช้เป็นทางขึ้นไปสักการะบูชาพระสุภัทรบพิตร มีการเล่นพื้นบ้านในงานประเพณีขึ้นเขากระโดงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน  5 ในช่วงก่อนวันออกพรรษาและวันออกพรรษาของทุกปี

อ่างเก็บน้ำเขากระโดง

อ่างเก็บน้ำวุฒิสวัสดิ อยู่ด้านเหนือของภูเขากระโดง เนื้อที่ประมาณ 40 ไร่ เป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำประจำถิ่นและอพยพหนีหนาว รอบๆอ่างจะอุดมไปด้วยพันธุ์ไม้เต็งรัง นานาชนิด เป็นจุดนั่งชมวิวเหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

วัดเขาอังคาร

วัดเขาอังคาร เป็นวัดที่มีความสวยงาม ใหญ่โตแห่งหนึ่งของจังหวัดบุรีรัมย์ มีการสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยเดียวกับปราสาทหินพนมรุ้งมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ 3 ยอด ซึ่งภายในโบสถ์ 3 ยอด มีภาพจิตกรรมฝาผนังที่สวยงาม มีเรื่องราวชาดกเป็นภาษาอังกฤษ ใบเสมาพันปี พระพิฆเนศงาเดียว พระตำหนักศักดิ์สิทธิ์ เทวรูปเจ้าเมืองขอม-และพระพุทธ 109 องค์ ฯลฯ

เขาอังคารจัดได้ว่าเป็นภูเขาไฟที่ดับแล้วส่วนบริเวณที่ตั้งวัดนั้นเป็นปากปล่องภูเขาไฟ ที่นี่การค้นพบเสมาหินแกะสลักเป็นจำนวนมาก หากมองจากที่สูงเขาอังคารจะดูเป็นรูปคล้ายพญาครุฑกำลังกระพือปีกหรือคว่ำหน้า โดยหันหัวไปทางใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านถาวร ส่วนลำต้นปีกซ้าย เป็นโบราณวัตถุและพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งเขาอังคารเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟยุคควอเทอร์นารี ซึ่งมีอายุประมาณ 700,000 ปี มีตำนานเล่าว่าพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้าประดิษฐานไว้ที่นี่ พระอาจารย์ปัญญาวุฒิโธ ได้สร้างวัดเขาอังคารบนยอดเขา โดยเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานที่มีความสวยงามดูแล้วแปลกตาและมีโบราณวัตถุ อย่างใบเสมาหินบะซอล์ทสมัยทวารวดี ซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งอยู่รอบ  อุโบสถ์ สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 1,300 ปี

สถานที่ตั้ง : ต.เจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ

สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต

สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ ตั้งอยู่ทางด้านหลังของสนามฟุตบอลซึ่งในวันที่ไม่มีการแข่งขันที่นี่ก็ให้เข้าชมฟรี ซึ่งสนามแห่งนี้เป็นสนามแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรองจากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติว่าเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน FIA เกรด 1 ซึ่งเป็นระดับสนามที่อนุญาตให้ใช้สำหรับทำการจัดแข่งขันรถ “ฟอร์มูล่า วัน” ได้และสนามช้างยังได้รับการรับรองจากสมาพันธ์จักรยานยนต์ (FIM) ว่าเป็นสนามแข่งรถระดับมาตรฐาน FIM Grabe A ซึ่งเป็นระดับสนามที่อนุญาตให้ใช้จัดการแข่งขันโมโตจีพีได้

สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เป็นสนามแข่งรถมาตรฐานของสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIM) ในประเทศไทย เป็นสนามแข่งรถระดับโลก เป็นสนามเดียวในโลกที่มีแกรนด์สแตนที่สามารถชมการแข่งขันได้ทั้งหมด โดยมองเห็นได้ทั้งสนาม แบบทุกโค้งซึ่งเป็นแนวคิดที่ท่านประธานเนวิน ชิดชอบ ได้ไอเดียมาจากการชมฟุตบอล ที่นี่ยังได้ออกแบบให้มีบ่อน้ำภายในบริเวณแทร็ก เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของอากาศ และทำการติดตั้งระบบไฟส่องสว่างมาตรฐานเอฟไอเอ ซึ่งรองรับการแข่งขันกลางคืนได้อย่างไร้ปัญหา ยังมี     พิตระดับมาตรฐานถึง 30 พิต รองรับความต้องการด้านการทำงานของทีมแข่งทุกระดับ บริเวณด้านบนของพิตถูกสร้างเป็นแพ็ดด็อก เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ชมระดับวีไอพีส่วนชั้นบนสุดที่ถูกสร้างเป็นสแตนด์อีกชั้น เพื่อให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้สัมผัสการทำงานของทีมแข่งอย่างใกล้ชิด

ที่อยู่ : ต.อิสาณ อ.เมือง
โทรศัพท์ : 093-656-1622 , 044-604-200

ไอ-โมบาย สเตเดียม

เยือนถิ่นปราสาทสายฟ้า สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ดและชมสนามฟุตบอลที่ ไอ-โมบายสเตเดียม ที่ถือได้ว่าเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตราฐานระดับโลก ไอ-โมบายสเตเดียม เป็นฟุตบอลแบบไม่มีลู่วิ่งที่ได้มาตราฐานต่างๆ เป็นสนามที่ครบถ้วนที่สุดแห่งแรก แห่งเดียวในประเทศไทยและยังได้รับการบันทึกลงกินเนสส์บุ๊กว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลก ที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกคือ 256 วัน ซึ่งสนามแห่งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเช้าชมสนามได้ฟรีทุกวัน โดยที่จะมีเจ้าหน้าที่สนามอธิบายและพาเข้าชมทุกจุด ทุกห้องและทุกมุมของสนาม นอกจากนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกของสโมสรมีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อ ที่สำคัญที่นี่ยังขายเสื้อราคาถูก

ไอ-โมบายสเตเดียม สร้างด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท เป็นสนามฟุตบอลที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้า ของสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและยังเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนาม ได้ผ่านมาตรฐานฟีฟ่า AFC , AFF ผ่านมาตรฐานระดับเวิล์ดคลาสจาก FIFA สนามฟุตบอลไอ-โมบายสเตเดียม มีขนาดใหญ่มากๆ สามารถจุได้ถึง 32,600 ที่นั่งซึ่งสนามแห่งนี้ยังมีการติดตั้งไฟส่องสว่างของฟิลิปส์อย่างมาตรฐานด้วยความสว่างของไฟอยู่ที่ 1,500 ลักซ์ ในส่วนอัฒจรรย์ฝั่งกองเชียร์ มีเก้าอี้ที่นั่งเชียร์เป็นสีน้ำเงินและสีขาว มองไปแล้วเหมือนสนามฟุตบอลต่างประเทศ ส่วนสนามฟุตบอลใช้หญ้าแพตพารัมย์ โดยนำเข้ามาจากประเทศออสเตเลียซึ่งมีความนุ่มเป็นพิเศษช่วยเซฟนักกีฬาเมื่อล้มลงไปและทุกๆ วัน จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูและกำจัดวัชพืชแปลกปลอม ซึ่งขึ้นมาทำลายหญ้าแพตพารัมย์และภายใต้ผืนหญ้ายังฝังลักกี้ไฟเบอร์แซนซึ่งเป็นวัสดุใยสังเคราะห์ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยระบายน้ำไม่ให้เกิดน้ำขังบนสนามอีกด้วย

สถานที่ตั้ง : อ.อิสาณ อ.เมือง
โทรศัพท์ : 044-666-448 , 095-825-2744 , 081-070-2626

แหล่งท่องเที่ยวใน จ. สุรินทร์ |

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

จังหวัดสุรินทร์เป็นหนึ่งในจังหวัด ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อารยธรรม รวมถึง ศิลปวัฒนธรรมของหลากหลายชนชาติโดยเฉพาะวัฒนธรรมขอมโบราณ ที่มีการหล่อหลอมและผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมไทยถิ่นอีสานจนกลายเป็นเอกลักษณ์ทั้งยังมีชื่อเสียงในด้านการเลี้ยงช้าง จนได้ชื่อว่าเมือง “สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่” และเป็นเมืองที่น่าสนใจ น่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ

หมู่บ้านช้างใหญ่ที่สุดในโลก

หมู่บ้านช้าง บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีความเป็นอยู่และความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับช้าง รวมทั้งชมประเพณีวัฒนธรรมที่น่าชื่นชมอย่างใกล้ชิด แต่ละครัวเรือนจะมีช้างที่เลี้ยงไว้อาศัยอยู่รวมกัน ดูจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว บ้านตากลางได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง

ที่ตั้ง : ศูนย์คช ศึกษาหรือหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง
โทรศัพท์ : 044-517-461, 044-145-050
ค่าเข้าชม // ผู้ใหญ่คนละ 50 บาท เด็กโตคนละ 20 บาท เด็กเล็กคนละ 10 บาท // ชาวต่างชาติ คนละ 100 บาท

สนามแสดงช้าง

มีการแสดงความสามารถอัน เฉลียวฉลาดและน่ารักของช้างในศูนย์ๆ ที่สนามแสดงช้างแสนรู้ อย่างช้างเต้นรำ  วาดรูปช้างเตะฟุตบอล ช้างป่าลูกโป่ง ฯลฯ โดยจะเปิดการแสดงทุกวันวันละ 2 รอบคือ 10:00 น.และ 14:00 น.ไม่เว้นวันหยุด

เขตอนุรักษ์พันธ์ไม้สนสองใบ (วนอุทยานป่าสนหนองคู)

วนอุทยานป่าสนหนองคู เป็นเขตอนุรักษ์พันธ์ไม้สนสองใบที่ถือว่าเป็นพันธุ์ดีที่สุดที่ขึ้นในที่ราบสูง เป็นโครงการร่วมระหว่างไทย-เดนมาร์ก มีเนื้อที่ 6,250 ไร่ มีลักษณะเด่นคือ เป็นสนสองใบที่ขึ้นในที่ราบแห่งเดียวในประเทศไทย สภาพพื้นที่โดยรอบเป็นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์คล้ายๆ กับป่าสนสองใบที่พบเห็นบนภูเขา

ที่นี่ยังใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุรินทร์อีกแห่งหนึ่งและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเรียนรู้ ศึกษาและสัมผัสธรรมชาติ ระบบนิเวศภายในผืนป่าแห่งนี้แบบไม่เป็นการรบกวนธรรมชาติอีกด้วยและยังจัดสถานที่ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาพักแรมกลางเต็นท์ภายใต้ธรรมชาติอันงดงามได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดใดเขตอนุรักษ์พันธ์ไม้สนสองใบยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติค่อนข้างมาก ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสที่จะได้เห็นสัตว์ป่าออกมาหากิน ไม่ว่าจะเป็นกระรอก บ่าง นกกาเหว่า กระต่าย ผีเสื้อ ฯลฯ สนสองใบเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่มีความสูง 10 – 30 เมตร

สถานที่ตั้ง : วนอุทยานป่าสนหนองคู ต.ทับทัน อ.สังขะ
โทรศัพท์ : 044-511-362
กิจกรรม : เดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมพรรณไม้ แค้มป์ปิ้ง
เวลาเปิดทำการ : 06.00-18.00 น.

ปราสาทจอมพระ

ปราสาทจอมพระเป็นโบราณสถาน สำคัญอีกแห่งของจังหวัดสุรินทร์ มีสิ่งก่อสร้างเรียกว่า “อโรคยาศาล” ซึ่งอาคารต่างๆก็ด้วยศิลาแลงโดยใช้หินทรายเป็นส่วนประกอบ ยังมีโครงสร้างที่ยังสมบูรณ์อยู่มาก บริเวณปราสาทมีส่วนประกอบหลัก 4 ส่วน คือ ปรางค์ประธาน รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีมุขด้านหน้า บรรณาลัยหรืออาคาร รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีกำแพงล้อมรอบพร้อมซุ้มประตูรูปกากบาทและสนามนอกกำแพง

ซึ่งโบราณวัตถุสำคัญที่พบคือ เศียรพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร 1 เศียร รูปพระวัชรสัตว์ 1 องค์ ซึ่งโบราณวัตถุเหล่านี้ ถือเป็นรูปคารพในพุทธศาสนาลัทธิ มหายานโดยมีลักษณะตรงกับทางศิลปะขอมแบบบายนซึ่งเป็นแบบศิลปะที่เจริญอยู่ในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 แห่งอาณาจักรขอม มหาราชองค์สุดท้ายของราชอาณาจักรเขมร ที่ส่งสร้างขึ้นโดยให้อยู่ ภายใต้ของพระพุทธเจ้าผู้ทรงการแพทย์ คือ พระการเภสัชคุรุไวฑูรยประภา ซึ่งเป็นผู้ประทานความสุขเกษม ความไม่มีโรคให้กับประชาชน สำหรับปราสาทหินจอมพระมีอายุราว 800 ปีขนาดนี้อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม คงเหลือคงปราสาทหินองค์ประธานและซุ้มประตูปุระ ที่อยู่ทางเข้าด้านทิศตะวันออก เป็นหินศิลาแลงเพียงบางส่วนเท่านั้น

สถานที่ตั้ง: ต. นาบัว อ. เมือง

วนอุทยานพนมสวาย

วนอุทยานพนมสวาย ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีพื้นที่ทั้งหมด 18,145 ไร่ เป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มีการจัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธโดยร่วมกันจัดหาระฆัง 1,080 ใบ เพื่อติดตั้งบริเวณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในวนอุทยานพนมสวาย ทำให้มีภูมิทัศน์สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้เคาะระฆังบูชาพระรัตนตรัย เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ซึ่งวนอุทยานแห่งชาติพนมสวาย ประกอบด้วยภูเขา 3 ลูกติดต่อกันคือ พนมกรอล พนมเปร๊าะ พนมสรัย รวมกันทั้ง 3 ลูก ที่มีชื่อว่าเขาพนมสวาย ซึ่งก็คือ ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว

พระพุทธสุรินทรมงคล

พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ประทับนั่งปางประทานพร มีหน้าตักกว้าง 15 เมตร มองเห็นได้แต่ไกลเพราะเด่นสง่า “พระพุทธสุรินทรมงคล” เป็นชื่อที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามไว้ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศูนย์รวมจิตใจชาวเมืองสุรินทร์

วัดพนมศิลาราม

วัดพนมศิลาราม เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมสรัย มีอุโบสถ ที่โดดเด่นขนาดใหญ่ เป็นวัดที่ค่อนข้างสงบ กุฎิสงฆ์ สร้างอยู่ห่างไกลจากในป่าค่อนข้างห่างจากอุโบสถ ส่วนชั้นล่างใช้เป็นวิหารและศาลา ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์พระครูพนมศิลคุณสร้างไว้ข้างสระน้ำ

อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง

เป็นอ่างเก็บน้ำของโครงการชลประทานที่มีสันเขื่อนสูงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองสุรินทร์ บนสันเขื่อนเป็นถนนลาดยางสวยและภายในที่ทำการชลประทาน มีพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งห้วยเสนง เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและยังเป็นอ่างเก็บน้ำเพื่อการเกษตร อีกทั้งยังเป็นแหล่งพักผ่อนของชาวสุรินทร์ซึ่งเปรียบเสมือนทะเลเมืองสุรินทร์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนและสามารถลงเล่นน้ำได้

ทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เป็นถนนคู่ขนานเลียบกับคลองชลประทาน มีถนนทั้ง 2 ฝั่งของคลอง มีต้นไม้จำนวนมากเรียงกันอย่างร่มรื่น บริเวณริมคลองกว้างมากเพียงพอที่จะใช้เป็นสถานที่นั่งเล่นพักผ่อนได้มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถมองไปเป็นน้ำเวิ้งว้าง สุดสายตาและยังมีจุดชมวิวห้วยเสนง ซึ่งเป็นซุ้มประตูต้นไม้จะเอาไว้อย่างสวยงามสำหรับเข้าไปถ่ายรูปริมน้ำโดยสร้างเป็นระเบียงยื่นเข้าไปซึ่งจุดชมวิวอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง เป็นอีกจุดที่มีการสร้างอย่างแข็งแรงสำหรับมายืนชมวิว

ในพื้นที่นี้ยังมีเรือนรับรองที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงค์ในการเสด็จเยือนอ่างเก็บน้ำ (ในส่วนของเรือนรับรอง บุคคลภายนอกเข้าไปไม่ได้)

สถานที่ตั้ง: อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง อ.เมือง

กลุ่มปราสาทตาเมือน

กลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานแบบขอม 3 หลัง โดยตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ประกอบด้วยปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และประสาทตาเมือน ซึ่งกลุ่มปราสาทตาเมือนนี้นับได้ว่าเป็นกลุ่มปราสาทที่มีความสมบูรณ์ในด้านของการอำนวยประโยชน์ที่เหมาะแก่ผู้คนที่ใช้เส้นทางผ่านช่องเขา โดยปราสาทแต่ละหลังต่างมีประโยชน์ใช้สอยและความสำคัญแตกต่างกันออกไป

สถานที่ตั้ง: ปราสาทตาเมือน ต. ตาเมียง อ.พนมดงรัก
โทรศัพท์ : 044-508-240

ปราสาทตาเมือนธม

เป็นประสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มปราสาทตาเมือน มีตัวปราสาทอยู่บนเนินเขาสร้างคร่อมโขดหินธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรม มีปรางค์ประธานขนาดใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง มีลวดลายจำหลักที่งดงามและกลางอีกสององค์อยู่ถัดไปด้านหลังทางด้านขวาและซ้าย ปรางทั้งสามองค์สร้างด้วยหินทราย

ปราสาทตาเมือนโต๊ด

ปราสาทตาเมือนโต๊ด ก่อด้วยศิลาแลง มีกำแพงล้อมรอบและมีสระน้ำขนาดเล็กอยู่ทางทิศเหนือหนึ่งสระ ปราสาทแห่งนี้เป็นอโรคยาศาล หรือสถานรักษาพยาบาลของชุมชนหรือตามรายทางที่เป็นเส้นทางคมนาคม ซึ่งนิยมสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

ปราสาทตาเมือง (บายกรีม)  

ปราสาทตาเมืองเป็นปราสาทที่เล็กที่สุดเชื่อกันว่าเป็นธรรมศาลา คือที่พักสำหรับคนเดินทาง ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายแห่งเมืองพระนครได้ทรงโปรดให้สร้างขึ้น ปราสาทตาเมืองสร้างด้วยศิลาแลง มีลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวและมีห้องยาวเชื่อมต่อมาทางด้านหน้า มีการสลักเป็นหน้าต่างหลอก ส่วนอีกด้านมีหน้าต่างเรียงกัน

Comments

Powered by Facebook Comments