12 Min. read

ถ้าจะบอกว่าความเชื่อในเรื่องของโชคลาภวาสนานั้นฝังลึกชนิดแน่นแฟ้นอยู่ในกมลสันดานของคนไทยก็คงไม่ผิดนัก โดยเฉพาะกับผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายนายวานิชต่างๆ … เครื่องรางของขลังที่ว่ากันว่าจะช่วยให้โชคลาภส่งเสริมการขายทำมาค้าขึ้นนี่ต้องมีไว้บูชากันทุกห้างร้านไม่มีขาด ไม่ว่าจะเป็นนางกวัก แมวกวัก รกแมว ฯลฯ หรืออย่างล่าสุด กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง เจ้าแมลงนำโชคที่หลายเสียงพูดคล้ายๆ กันว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ โดยเจ้าแมลงชนิดนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ ในโคราชบ้านเอ็งนั้นได้รับความนิยมมากเช่นกัน โดยเฉพาะในอำเภอปักธงชัยซึ่งนิยมเลี้ยงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน แถมว่ากันว่าให้ ‘คุณ’ แก่ผู้เลี้ยงหนักมาก!!

หมายเหตุก่อนอ่าน** เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง เจ้าแมลงนำโชคที่หลายเสียงพูดคล้ายๆ กันว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

ตามความเชื่อของคนไทยโดยส่วนใหญ่ถือว่า เจ้ากระดิ่งเงินกระดิ่งทองเหล่านี้เป็นแมลงแห่งโชคลาภ หากผู้มีอาชีพทำมาค้าขายเลี้ยงไว้จะนำโชคนำความสุขความเจริญมาสู่ผู้เลี้ยง

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปเดินตลาดในตัวอำเภอปักธงชัย ก็เข้าไปซื้อของในร้านขายของชำแห่งหนึ่งตามปกติ แต่สิ่งที่ผมเพิ่งสังเกตจนเกิดความสงสัยใคร่รู้ก็คือ  ภายในตู้ปลาตู้หนึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณแคชเชียร์นั้นไม่ได้มีไว้เพื่อเลี้ยงปลา แต่กลับมีแมลงตัวเล็กจำนวนมากอาศัยอยู่ ลักษณะของลำตัวเท่าที่สังเกตในระยะห่างเป็นสีดำมันปลาบคล้ายด้วงปีกแข็ง ขนาดลำตัวเท่าหัวไม้ขีดไฟ พวกมันกำลังกัดกินข้าวตอกอยู่ สีดำสนิทของมันตัดกับสีขาวสะอาดของข้าวตอกอย่างให้รายละเอียดที่น่าสนใจ

เก็บความสงสัยไว้ไม่กล้าถามออกไป จนในที่สุดก็ไม่อาจเก็บเอาไว้ได้เมื่อเดินเข้าออกร้านนั้นร้านนี้แล้วพบว่ามีเจ้าแมลงชนิดนี้ถูกเลี้ยงอยู่ในแทบทุกร้าน ด้วยความสงสัยผมจึงได้ลองเสิร์ชกูเกิ้ลเพื่อค้นหาว่า ‘เจ้าแมลงเหล่านี้คืออะไร’ แล้วทำไมพ่อค้าแม่ขายจึงนิยมเลี้ยงแมลงชนิดนี้ไว้ในร้าน

โป๊ะเช๊ะ!! จากสิ่งที่ผมได้ศึกษามาจากทางเว็บไซต์ต่างๆ พบว่า เจ้าแมลงชนิดที่ว่านี้มีชื่ออย่างไทยว่า กระดิ่งเงินกระดิ่งทอง โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Martianus Dermestoides เป็นแมลงปีกแข็งขนาดเล็ก ลำตัวมีสีน้ำตาลอมดำ แรกเริ่มของวงจรเกิดจากเป็นหนอนที่มีลำตัวยาวเรียวทรงกระบอกสีน้ำตาลอมเขียว หากโตเต็มที่จะมีอายุได้ประมาณ 55-75 วัน มีความกว้างของลำตัวอยู่ที่ 0.28-3.2 มิลลิเมตร ยาว 29-35 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 0.2-0.24 กรัม เมื่อเข้าสู่ภาวะดักแด้จะมีอายุราว 5-7 วัน จากนั้นจะเริ่มลอกคราบกลายเป็นแมลงปีกแข็ง อายุเฉลี่ยคือประมาณ 3-6 เดือน โดยตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้ 1-2 ฟองต่อวัน หรือ 80-85 ฟองต่อตลอดวงจรชีวิต

รู้จักลักษณะภายนอกของเจ้ากระดิ่งเงินกระดิ่งทองกันไปแล้ว ก็ต้องโฉบมารู้กันว่า แล้วทำไมพ่อค้าแม่ค้าหลายๆ คนจึงนิยมนำมันมาเลี้ยงดู (อย่างดี) ให้ออกลูกแพร่พันธุ์กันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ คำเฉลยก็คือ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ตามความเชื่อของคนไทยโดยส่วนใหญ่ถือว่า เจ้ากระดิ่งเงินกระดิ่งทองเหล่านี้เป็นแมลงแห่งโชคลาภ หากผู้มีอาชีพทำมาค้าขายเลี้ยงไว้จะนำโชคนำความสุขความเจริญมาสู่ผู้เลี้ยง ช่วยกวักเงินกวักทอง ซึ่งก็ไม่ต่างจากการที่เราไปบูชานางกวักหรือรกแมว … ที่ว่ากันว่ามีพลานุภาพมหัศจรรย์ สามารถเรียกลูกค้า ช่วยให้ทำมาค้าขายคล่อง และสร้างความร่ำรวยให้แก่ผู้เลี้ยง ยิ่งเลี้ยงแล้วมีลูกมีหลานออกมามาก ผู้เลี้ยงจะยิ่งมีเงินมีลาภยิ่งๆ ขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีความเชื่อสืบต่อกันมาอีกว่า เจ้ากระดิ่งเงินกระดิ่งทองเป็นพระโพธิสัตว์ (ไม่องค์ใดก็องค์หนึ่ง) ที่ได้จุติลงมาเกิดเพื่อสร้างบุญญาบารมีในชาตินั้น

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

คุณสมัย พิมแพง พ่อค้าขายพลาสติก ที่เลี้ยงเจ้าแมลงนำโชคชนิดนี้มานานกว่า 10 เดือน

พูดไปก็จะว่ามโนไปเอง ผมจึงถือโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์พูดคุยกับหนึ่งในผู้เลี้ยงเจ้าแมลงชนิดนี้ คนแรกคือ คุณสมัย พิมแพง พ่อค้าขายพลาสติกอายุ 36 ปีชาวอำเภอปักธงชัยที่เล่าให้ผมฟังว่า “ส่วนตัวคือได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว ก็อยากเลี้ยงเหมือนกัน ตอนแรกเห็นมีแฟนเพจซื้อขายในอินเทอร์เน็ตก็สนใจ แต่จะซื้อก็แพง ศูนย์ที่ขายก็อยู่กรุงเทพฯด้วย เลยไปถามหาตามร้านค้าในละแวกเดียวกันที่เขาเลี้ยงกันมาก่อน เขาก็ใจดีให้มาประมาณ 80 ตัว ทีนี้แมลงก็แพร่พันธ์ุ เราก็ให้คนที่สนใจไปบูชาต่อ จะให้เขาเช่าชุดละ 99 บาทไม่จำกัดตัว เงินส่วนที่ได้จากการบูชาก็จะเอาไปทำบุญต่อ แล้วก็เอาไปซื้ออาหารให้เขาอย่างข้าวตอกหรือแอปเปิ้ล แต่บางคนเขาจะนับตัว โดยจะตกตัวละ 1 บาท ตอนนี้ก็เลี้ยงมาได้ประมาณ 10 เดือนแล้วครับ … ถามว่าได้อะไรจากการเลี้ยงกระดิ่งเงินกระดิ่งทอง ส่วนตัวมีความเชื่อว่าจะนำโชคลาภมาให้ อย่างการเล่นหวยที่เอากระดาษมาวางไว้แล้วให้เขาพลิกให้ ก็ถูกหวยติดกัน 4 งวดแล้ว ให้เขาพลิกให้ก็ถูกตลอด พอคนอื่นรู้ก็เลยมาขอบูชาต่อๆ กันไป โดยเฉพาะคนที่ค้าขาย และถ้าคนที่ไม่ได้ค้าขายเขาก็จะมีแต่สิ่งที่ดีๆ เข้ามาในชีวิตเหมือนกัน ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลด้วย”

คุณชุติมา ธรรมโร แม่ค้าออนไลน์ ที่บอกว่าตั้งแต่เลี้ยงมาก็เงินไม่เคยขาดมือ มีใช้จ่ายตลอด

ด้าน คุณชุติมา ธรรมโร แม่ค้าออนไลน์อายุ 27 ปี ก็ได้บอกกับเราว่า “เริ่มแรกคือมีน้องเขยที่เป็นคนเหนือเขาไปเจอแมลงชนิดนี้ที่ตลาด เขาเห็นคนเลี้ยงกันเกือบทุกร้าน เลยไปถามดูว่าเป็นแมลงอะไร ก็รู้ว่าที่จริงแล้วแมลงชนิดนี้คนเหนือจะนิยมนำมาเลี้ยงและมีความเชื่อเหมือนๆ กัน พอเรารู้ว่าเป็นแมลงที่ให้โชคเงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดมือก็เลยไปบูชามาเลี้ยงจากเพจทางเฟสบุ๊ค เขาจะขายเป็นชุดๆ ละ 99 บาท มี 9 ตัว จากที่เอามาเลี้ยงก็รู้สึกได้ว่าถึงจะไม่ได้มีเงินเยอะแต่ก็จะมีเงินหมุนตลอด เงินไม่ขาดมือ แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าไม่ใช่ว่าเอาเขามาเลี้ยงแต่ไม่ทำงานแล้วจะมีเงินทองไหลมาเทมานะคะ แบบนั้นเงินก็จะไม่มา ตอนนี้เลี้ยงมา 2 ปีแล้ว อยากได้อะไรก็จะขอ แต่จะไม่ค่อยขอเรื่องหวยนะ ส่วนใหญ่จะขอเกี่ยวกับการค้าขายมากกว่า”

คุณคบขวัญ จิตรหมอสา ช่างเย็บผ้าผู้มีความตั้งใจอยากเลี้ยง แต่ไม่มีเวลา เพราะการเลี้ยงกระดิ่งเงินกระดิ่งทองต้องอาศัยความเอาใจใส่ดูแลพอสมควร

ทั้งนี้ คุณคบขวัญ จิตรหมอสา ช่างเย็บผ้าอายุ 35 ปีก็ได้แสดงทัศนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ก็เคยเห็นเขาเลี้ยงกัน แล้วก็ได้ยินกลุ่มที่เขาเลี้ยงพูดกันว่า ถ้าจะเลี้ยงต้องขโมยเอา และต้องขโมยแค่ 9 ตัว ส่วนตัวก็มีความเชื่ออยู่เหมือนกันค่ะ เพราะคนแถวบ้านก็เลี้ยงกัน อยากจะเลี้ยงอยู่แต่ที่ไม่ได้เลี้ยงก็เพราะไม่มีเวลาดูแลเขา เอาเขามาก็ต้องดูแล ตอนนี้จึงยังไม่คิดที่จะเลี้ยง”

แตกต่างกับ คุณธนัญชัย พรวังหรีด พ่อค้าขายผักอายุ 31 ปี ที่ได้พูดถึงกรณีความเชื่อดังกล่าวว่า “เรื่องกระดิ่งเงินกระดิ่งทองเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ตัวผมไม่เชื่อเรื่องอะไรพวกนี้หรอกนะ เพราะไม่ว่าจะเป็นการค้าขายหรือทำอะไร มันน่าจะขึ้นอยู่จากการกระทำของเราเองมากกว่า ถ้าเราขยันทำงานหรือมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า อย่างการพูดหรือการยิ้มให้ลูกค้าเมื่อเขาเห็นเราเขาก็จะมาซื้อของเราเอง แต่ที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็ไม่ได้จะไปลบหลู่นะ เพราะมันก็ขึ้นอยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคล”

คุณธนัญชัย พรวังหรีด พ่อค้าขายผักที่ส่วนตัวไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ความเชื่อนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าแมลงนำโชคอย่างกระดิ่งเงินกระดิ่งทองก็ถือได้ว่าเป็นแมลงที่มหัศจรรย์จริงๆ มหัศจรรย์จนเกิดเป็นธุรกิจใหม่ขึ้นมา อย่างการขายเจ้าแมลงชนิดนี้หรือที่เรียกในกลุ่มผู้ที่เลี้ยงว่า สินสอดน้อง โดยจะตกตัวละ 3.37 บาทโดยประมาณ (ราคานี้ยังไม่รวมข้าวตอก** ซึ่งเป็นอาหารเมนูโปรดของเจ้าแมลงเหล่านี้)


** ข้าวตอก คือ ข้าวเปลือกที่เราเอาไปคั่วจนแตกออกมา เป็นดอกสีขาว โดยเราจะใช้ข้าวเปลือกใหม่ๆ หลังจากการนำไปผึ่งแดดให้แห้งสนิท แล้วจึงนำไปคั่ว โดยใช้ไฟอ่อนๆ ควบคุมอุณหภูมิ ความร้อนให้คงที่เท่ากัน และเมื่อร้อนจนได้ที่ แล้วเนื้อในของข้าวเปลือก จะขยายออก ดันเปลือกภายนอก จนขาด หลังจากนั้น ก็เอาเปลือกข้าวทิ้ง เหลือไว้เพียงข้าวตอกขาวๆ

Writer : นายธนภัทร พลครบุรี สาขานิเทศศาสตร์ วิชาเอกประชาสัมพันธ์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 

Re-Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Source : klangpanya.com

Comments

Powered by Facebook Comments