8 Min. read

โคราชมีวัดที่สวยงามและศักดิ์สิทธิ์อยู่อีกมากมาย หลายแห่งเป็นวัดเก่าแก่ที่น่าสักการะบูชาและอนุรักษ์เห็นคุณค่าให้คงอยู่สืบไป เปิดกรุวัดดังโคราช แห่งที่ 5 ขอนำเสนออีกหนึ่งวัดสำคัญภายในเขตเมืองเก่าของโคราช ซึ่งสร้างมานานตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช … วัดบูรพ์ วัดอีกแห่งของชาวโคราชที่มีพุทธศาสนิกชนรวมถึงนักท่องเที่ยวแวะเวียนไปเยือนไม่ขาดสายโดยอีกสิ่งที่ถือว่าเป็นความพิเศษซึ่งวัดน้อยแห่งจะสามารถมีได้คือ สมุดข่อยโบราณที่ได้รับขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ เพราะมีคุณค่าทางศิลปะฝีมือช่างยุครัตนโกสินทร์

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

| วัดบูรพ์ |

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

สัมพุทธเจดีย์ศรีบุรพสถิต

ประวัติวัดบูรพ์ |

วัดบูรพ์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองโคราช สำหรับประวัติความเป็นมาจะเป็นอย่างไรนั้นไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร จนกระทั่งเมื่อครั้งมีการจัดงานพระราชทานเพลิงศพ พระครูอรรถโกวิท (พรหม ภทฺทิโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดบูรพ์ ก็ได้จัดพิมพ์หนังสือที่ระลึกขึ้น โดยมีการรวบรวมหลักฐานต่างๆ ของทางราชการ และจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ จึงทำให้วัดบูรพ์มีประวัติความเป็นมาดังต่อไปนี้

ตาม ‘หนังสือประวัติศาสตร์การสร้างเมืองนครราชสีมา’ ได้กล่าวถึงการสร้างวัดบูรพ์เอาไว้ว่า “ในสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสร้างเมืองนครราชสีมาให้เป็นเมืองเอก เพราะตั้งอยู่หน้าด่านรับศึกหนักเสมอมา ทรงดำริให้สร้างค่าย คู ประตู หอรบ และกำแพงเอาไว้อย่างมั่นคงแข็งแรงที่สุด โดยลักษณะผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยม ขุดคูน้ำเอาไว้โดยรอบทั้ง 4 ทิศ มีประตูเมือง 4 ด้านคือ ประตูชุมแพ อยู่ทางทิศตะวันตก ประตูพลแสน (ประตูน้ำปัจจุบัน) อยู่ทิศเหนือ ประตูพลล้าน (ประตูยมราช) อยู่ทิศตะวันออก และประตูไชยณรงค์ (ประตูผีปัจจุบัน) อยู่ทางทิศใต้ โดยพระองค์ทรงโปรดให้สร้างวัดประจำเมืองภายในเขตเมือง ซึ่งวัดบูรพ์ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น และที่ได้ชื่อนี้ก็เป็นเพราะตัววัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง (ทิศตะวันออกมีอีกคำเรียกโบราณว่า ทิศบูรพา ทำการย่อตัดทอนกลายเป็นชื่อวัดบูรพ์ดังปัจจุบัน) โดยวัดนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะความร่วมมือร่วมใจของพ่อค้า คหบดี และประชาชนร่วมกันสร้างขึ้น”

สำหรับภายในตัววัด อุโบสถนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ จากเดิมที่ชำรุดทรุดโทรมคงเหลือแต่ใบเสมาคู่ที่ยังเป็นของเก่าดั้งเดิมให้ได้เห็น สังเกตได้ว่า หลายวัดในตัวเมืองนครราชสีมานี้จะมีใบเสมาคู่ เนื่องจากมีข้อสันนิษฐานถึงนัยยะที่ซ่อนอยู่ก็คือ มีการผูกพัทธสีมาที่ต่างวาระ ต่างนิกายในที่เดียวกัน ฝ่ายที่มาทีหลัง เมื่อต้องการใช้พื้นที่ในเขตสังฆกรรมแห่งนี้ ไม่มีความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ในเขตสีมาอันก่อนจึงได้ทำการสวดผูกพัทธสีมาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หรืออีกความหมายหนึ่งก็คือ วัดในสมัยโบราณนั้น มีด้วยกัน 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายอรัญวาสีและฝ่ายคามวาสี โดยเมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น (วัดหลวง) เพื่อไม่ให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ก็จะอาราธนาพระสงฆ์ทั้ง 2 ฝ่าย ให้มาร่วมผูกพัทธสีมาพร้อมๆ กัน วัดหลวงจึงมักเห็นมีสีมา 2 ใบแต่นั้นมา

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

วัดบูรพ์เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ได้ชื่อนี้เพราะตัววัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของกำแพงเมือง โดยพ่อค้า คหบดี และประชาชนร่วมใจกันสร้างขึ้น ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น กุฏิน้อยหรือเรือนไทยโคราชจิตรกรรมบนแผ่นสังกะสี (แสดงภาพพุทธประวัติ พระมาลัย สวรรค์ นรก ฯลฯ) รวมถึง สมุดข่อยโบราณ ที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์จัดแสดงอยู่ภายในอุโบสถ สันนิษฐานกันว่าเป็นฝีมือของช่างหลวงเป็นต้น ซึ่งท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันมีความประสงค์ที่อยากจะสร้างพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมของเก่าของโบราณภายในวัดเอาไว้ เพื่อให้ญาติโยมได้มาเยี่ยมชม

อีกหนึ่งความน่าสนใจก็คือ อุโบสถเก่าแก่ ที่แม้จะได้รับการปฏิสังขรณ์จนส่วนฐานลักษณะแอ่นท้องเรือสำเภาหายไป ทว่าภายในอุโบสถยังคงสภาพดั้งเดิมไว้แทบทั้งหมด เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย ที่สำคัญ บริเวณด้านหลังของอุโบสถมีเจดีย์สีทองอร่ามซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุให้ได้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

กุฏิน้อยหรือเรือนไทยโคราช

ลำดับเจ้าอาวาส |

  1. พระอรรถจารีสีธรรมาจารย์ พ.ศ.2472-2482
  2. พระณรงค์ ญาณสโร พ.ศ.2488-2495
  3. พระครูรัตนภิธาน พ.ศ.2495-2496
  4. พระมหาแสง สุกวโร พ.ศ.2495-2499
  5. พระครูอรรถโกวิท พ.ศ.2499-2530
  6. พระมหาอำนวย กนโก พ.ศ.2531-2541
  7. ดร.พระครูวรปัญญาคม พ.ศ.2542-ปัจจุบัน

ศาสนสถาน-ศาสนวัตถุสำคัญ |

วัดบูรพ์ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2554 ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจและหาชมได้ยาก อาทิ กุฏิน้อยหรือเรือนไทยโคราช เป็นสถาปัตยกรรมที่มีความสมบูรณ์ ในเรือนครัวยังมีเตาเชิงกรานซึ่งหาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว จิตรกรรมบนแผ่นสังกะสี ติดที่ศาลาการเปรียญ โดยช่างเขียนได้เขียนลงบนแผ่นสังกะสีหลายแผ่นแล้วนำมาปะติดต่อกันจนเป็นเรื่องเป็นราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ พระมาลัย พระอดีตพุทธเจ้า สวรรค์ นรก พญากาเผือก และภาพวิถีชีวิตของชาวบ้าน

จิตรกรรมบนแผ่นสังกะสี แสดงภาพพุทธประวัติ พระมาลัย สวรรค์ นรก ฯลฯ

โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.2531 แผนกสามัญ สมุดไทยวัดบูรพ์ เป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ที่ได้รับขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ เพราะมีคุณค่าทางศิลปะฝีมือช่างยุครัตนโกสินทร์ พ.ศ.2339 มีสภาพสมบูรณ์ จำนวน 14 เล่ม และมี 3 เล่มที่มีภาพเขียนประกอบเรื่องราวทศชาติชาดก ลักษณะภาพมีความสวยงาม วิจิตร ได้สัดส่วน สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นฝีมือของช่างหลวง

อุโบสถ อุโบสถรูปทรงสี่เหลี่ยมสร้างด้วยอิฐถือปูนขนาด 6 ห้อง มีการปฏิสังขรณ์มาแล้วหลายครั้ง ทำให้ส่วนฐานลักษณะแอ่นกลางหายไป คันทวยหรือไม้ค้ำยันเปลี่ยนจากไม้เป็นปูนหล่อขนาดเล็กและสั้น ของเดิมที่เป็นไม้มีลักษณะเป็นนาคแกะสลักลาย ด้านหลังมี สัมพุทธเจดีย์ศรีบุรพสถิต สีทอง กำแพงแก้ว และบานไพทีสูง 1.50 เมตร จึงทำให้อุโบสถดูเด่นเป็นสง่า

สมุดไทยวัดบูรพ์ มีสภาพสมบูรณ์จำนวน 14 เล่ม และมี 3 เล่มที่มีภาพเขียนประกอบเรื่องราวทศชาติชาดก ลักษณะภาพมีความสวยงาม วิจิตร ได้สัดส่วน สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นฝีมือของช่างหลวง


How to go : รถสองแถวสาย 3 บ้านเดื่อ-วัดสระแก้ว // สาย 8 วัดป่าสาละวัน-รร.บุญวัฒนา 2

Writer : ชลธิชา สินค้า

Comments

Powered by Facebook Comments