4 Min. read

หากเปรียบ การสัก เป็นงานศิลปะแขนงหนึ่ง ช่างสัก ก็เปรียบได้กับศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังผลงานศิลปะ (รอยสัก) แม้งานของพวกเขาและเธอจะคือการสร้างความเจ็บปวด ทว่าความเจ็บปวดที่กลุ่มคนเหล่านี้สร้างขึ้นมากลับทำให้เกิดลวดลายแห่งความทรงจำที่สวยงาม หลายคนจึงยอมเจ็บเพื่อให้ได้ความสวยงามนั้นมาครอบครองไว้บนร่างกาย

และนี่คือ 6 ศิลปินช่างสักที่ว่ากันว่า ‘มือฉมัง’ ที่สุดในโคราช เป็นใครกันบ้าง และเขามีมุมมองด้านศิลปะการสักและการใช้ชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับรอยสักอย่างไร ต้องอ่าน!

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ในอดีตที่ผ่านมา ทัศนคติของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมที่มีต่อ รอยสัก มักเป็นไปในทิศทางที่ติดลบ

คนที่มีรอยสักจึงขาดการยอมรับจากสังคม โดยเฉพาะเรื่องหน้าที่การงาน และยิ่งคนที่มีรอยสักนั้นเป็นสตรีเพศ อาการมองหางตาของผู้พบเห็นก็จะเกิดขึ้นในทันที

แต่เมื่อเวลาผ่านไป รอยสักที่เคยถูกผู้คนในสังคมตั้งแง่ในด้านลบ ก็ได้พบกับยุคเปลี่ยนถ่าย ยุคที่การสักเข้าสู่โหมดงานศิลปะ ที่ถ่ายทอดผ่านน้ำหมึกสู่ผิวหนังเพื่อบอกเล่าความเป็น ‘ตัวตน’ ด้วยลวดลาย

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

หนุ่ม (โรงเตี๊ยม) – ประสงค์ยศ ใจงามดี 

เขาคนนี้คือช่างสักระดับตำนานที่ช่างสักในโคราชหลายคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘หนุ่มโรงเตี๊ยม’ เอกลักษณ์ในงานสักของเขานั้นเกิดจากประสบการณ์บวกกับจินตนาการส่วนตัว รอยสักทุกรอยที่ช่างหนุ่มได้ประทับลงบนผิวหนังจึงเป็นเสมือนผลงานชิ้นมาสเตอร์พีช ซึ่งยากที่ใครจะเลียนแบบ

จุดเริ่มต้นของอาชีพช่างสัก

จุดเริ่มต้นอาชีพนี้ของผมก็คือ ประมาณ 20 กว่าปีที่แล้วผมได้มีโอกาสเจอพี่ชายคนหนึ่ง เขาชื่อเอ็ดเวิร์ด เป็นเจ้าของนิตยสาร Tattoo เล่มแรกๆ ของเมืองไทย เขาขายเครื่องสักให้กับผมในราคา 19,000 บาท ซึ่งมันหาที่ไหนไม่ได้แล้ว เพราะสมัยนั้นราคาเครื่องสักอยู่ที่ประมาณ 35,000 บาท เลยตัดสินใจซื้อแล้วเอามาเรียนรู้ด้วยตัวเอง ใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์ก็พอทำได้ แต่ไม่ได้เข้าขั้นเก่ง ยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ก็จะใช้วิธีไปเยี่ยมไปหาพี่เขาบ่อยๆ เพื่อดูการทำงาน จดจำเทคนิคเขามา และอาศัยว่าเป็นคนมีหัวทางด้านศิลปะ ชอบใช้จินตนาการ ก็ฝึกฝนตัวเองมาเรื่อยๆ จนชำนาญ

สไตล์งานสักที่ถนัด

ทุกวันนี้มันเกินที่ผมจะบอกว่าตัวเองถนัดงานสไตล์ไหน คือแค่หลับตาผมก็จำได้แล้ว อย่างงานญี่ปุ่นของผมก็จะไม่ใช่แค่ลอกจากลายต้นแบบแล้วสักลงไป แต่ผมจะทำเกินและฉีกออกไป ด้วยการใส่ใช้จินตนาการส่วนตัวเข้าไป สมมติรูปปลาหนึ่งตัว ผมทำไม่เคยซ้ำกันเลย ไม่ว่าจะเป็น สีของน้ำ หางปลา ครีบปลา หรืออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในรูปต้นฉบับจะถูกบิดไปหมด แล้วผมก็จะเอาอย่างอื่นเข้ามาแทรกแทนทุกครั้ง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ชอบกันมาก เพราะลอยสักก็จะเป็นเอกลักษณ์ของคนๆ นั้นไปเลย

การยอมรับจากสังคม

เมื่อก่อนสังคมจะมองว่าคนที่มีรอยสักเป็นโจรติดคุกติดตาราง แต่สมัยนี้ผมว่ารอยสักมันเริ่มที่จะกลายเป็นเรื่องของแฟชั่น คนนิยมสักกันมากขึ้น ผู้หญิงบางคนมีรอยสักเยอะกว่าผู้ชายซะอีก ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าเราก้าวตามวัฒนธรรมตะวันตกตลอดเวลาอยู่แล้ว คนที่เขารับได้ เขาก็มองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา เป็นศิลปะกันไป

อาชีพนี้ให้อะไรบ้าง

ผมว่าให้ทุกอย่างในชีวิตนะ มีบ้าน มีรถ ก็เพราะอาชีพนี้ เมื่อก่อนผมเปิดร้านชื่อว่า ‘โรงเตี๊ยม’ เป็นร้านที่ดังมาก มีคอนเสิร์ตมาจัดเป็นประจำ ผมก็ใช้เงินจากการสักนี่แหละมาเป็นเงินทุนเปิดร้าน ทุกวันนี้ถึงจะไม่ค่อยได้อยู่ประจำที่ร้านเพราะต้องทำงานดนตรีด้วย แต่ก็ยังมีลูกค้าที่เขาศรัทธาในผลงานของเราติดต่อเข้ามาตลอด และที่สำคัญที่สุดคือ ให้ความภาคภูมิใจ แต่ไม่ใช่จากการได้ถ้วยรางวัลนะ เพราะสำหรับผมแล้วถ้วยรางวัลไม่ใช่ความภาคภูมิใจ การทำให้ผู้ถูกสักชื่นชอบผลงานต่างหาก คือความภาคภูมิใจ

ฝากถึงคนที่อยากจะมีรอยสักแรกในชีวิต

ก่อนที่เดินเข้าร้านสักต้องคิดก่อนว่าเราสักเพื่ออะไร ยังไง สักเพื่อใคร ต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ก่อน และอะไรเหมาะสมกับตัวเรา เหตุผลที่เลือกลายนี้รูปนี้ ทุกอย่างมันควรจะมีเหตุผลที่มาที่ไป หรือบางคนอาจไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล แต่ก็ขอให้คิดดีๆ ก่อนตัดสินใจ เพราะว่าการสักมันจะติดตัวไปตลอดชีวิต

สิ่งที่อยากบอกผ่านไปยังคนที่คิดจะเป็นช่างสัก

คนที่จะยึดอาชีพนี้สำคัญที่สุด คือเรื่องความสะอาดในการทำงาน ต้องศึกษาเรื่องนี้ให้ดี ว่าจะทำให้ลูกค้าปลอดภัยได้ยังไง ศึกษาการใช้เครื่องมือต่างๆ รวมถึงต้องศึกษาเรื่องผิวหนังของคนด้วย เพราะแต่ละคนผิวหนังไม่เหมือนกัน ซึ่งมันจะลงไปสู่ดีเทลของการตั้งค่าเครื่อง และความรู้เรื่องศิลปะควรมี ไม่ใช่มองแค่ว่าอาชีพนี้เงินดีแล้วอยากทำ เพราะกว่าที่จะเป็นมืออาชีพนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์และฝีมือ

คุกกี้ – สุนิสา ปานเดชา

สาวน้อยที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ทางด้านศิลปะอย่างเต็มตัว เธอใช้พรสวรรค์ที่มีต่อยอดกับอาชีพช่างสักได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการออกแบบลอยสักที่ไม่ซ้ำใคร เพราะทุกลวดลายล้วนแล้วแต่ถูกกลั่นออกมาจากจินตนาการของศิลปินสาวคนนี้แทบทั้งสิ้น

จุดเริ่มต้นของอาชีพช่างสัก

ทุนเดิมของเราก็คือเรียนจบมาทางด้านศิลปะ และเคยทำงานออกแบบมาอยู่พักนึง แล้วพอดีคิดว่างานสักเนี่ยมันน่าจะต่อยอดให้กับเราได้ เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนประเภทที่ว่าอยากจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งงานช่างสักก็เป็นงานที่น่าสนใจ และคิดว่าเราน่าจะพอทำได้ เลยไปปรึกษาเพื่อนๆ เพื่อนก็แนะนำให้รู้จักกับพี่เอก (เอก ซามูไร) เลยมีโอกาสได้เข้าไปฝึกงานและเรียนรู้จากพี่เขา

เปิดร้านของตัวเอง

ก็คิดว่าจะช้าจะเร็วเราก็ต้องทำตรงนี้ เพราะว่าเรารักที่จะทำงานศิลปะอยู่แล้ว และถ้าเราอยากจะทำตามความฝันของตัวเองมันก็ต้องเปิดร้าน พอเปิดร้านเป็นของตัวเองแล้วเราก็ได้วาดรูปด้วย ออกแบบด้วย ได้ทำอะไรที่ตัวเองต้องการ

ผู้หญิงกับอาชีพช่างสัก

บางทีลูกค้าเข้ามาเขาก็จะถามว่าช่างคนไหนสัก พอรู้ว่าเป็นเราซึ่งเป็นผู้หญิงและอายุยังน้อยด้วย เขาก็จะไม่ค่อยกล้าเท่าไร ต้องขอดูผลงานกันก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขามีภาพจำว่าช่างสักต้องเป็นผู้ชายเข้มๆ ถึงจะน่าเชื่อถือ แต่ทุกวันนี้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้เห็นผลงานของเราจริงๆ ก็ไม่มีปัญหาแบบนั้นแล้วค่ะ

สไตล์งานสักที่ถนัด

งานที่ถนัดสุดๆ เลยก็จะเป็นพวกงานลายเส้น งานมินิมอล งานดอท เป็นงานสไตล์ผู้หญิงๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะออกแบบลายตามความต้องการของลูกค้า

อาชีพนี้ให้อะไรบ้าง

มันทำให้เราได้พิสูจน์ตัวเองให้ที่บ้านเห็นแล้วว่าเราจริงจังกับอาชีพนี้ และมันก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย ที่เหลือก็คือเรื่องรายได้และการยอมรับจากคนในสังคมค่ะ

ฝากถึงคนที่อยากจะมีรอยสักแรกในชีวิต

อย่างแรกเลยคือต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าลายนี้มันมีความหมายอะไรกับเรา บางคนเห็นเน็ตไอดอลสัก ก็อยากสักตามเขา ทั้งที่มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับตัวเองเลย รอยสักเมื่อมันได้ลงไปบนผิวหนังแล้ว มันจะอยู่กับเราไปตลอดและเปลี่ยนไม่ได้ ต่อให้คุณไปแก้มันก็จะไม่สวยเหมือนงานสักใหม่ เพราะฉะนั้นเลือกลายที่มันมีความหมายกับเราจริงๆ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

สิ่งที่อยากบอกผ่านไปยังคนที่คิดจะเป็นช่างสัก

ถ้าคิดว่าจะทำมันเป็นอาชีพ ก็จะต้องให้เกียรติงาน ให้เกียรติตัวเอง ให้เกียรติลูกค้า ให้เกียรติวิชาชีพ คือเราจะต้องไม่ทำอะไรให้มันเป็นการเสื่อมเสียด้วยการไปสักมั่วๆ ให้คนอื่น และจะต้องมั่นใจก่อนว่าคุณทำมันได้ดี มีความชำนาญ จนถึงขั้นที่ว่าจะสามารถประกอบอาชีพได้ เพราะการที่เราสักให้ใครสักคนนั่นเท่ากับว่าเราเป็นคนตีตราให้เขา มันจะติดตัวเขาไปตลอด เพราะฉะนั้นจะต้องทำงานให้ออกมาดีที่สุดค่ะ

เอก – เอกลักษณ์ เสียนขุนทด

ชายหนุ่มผู้ตบเท้าเข้าสู่แวดวงอาชีพช่างสักมาด้วยความชอบและความหลงใหลในรอยสักเป็นทุนเดิม สั่งสมประสบการณ์ในสายอาชีพนี้มาแล้วกว่า 17 ปี ที่สำคัญ เขาคนนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้ง ‘ชมรมช่างสักโคราช’ อีกด้วย

จุดเริ่มต้นของอาชีพช่างสัก

มันเริ่มต้นจากการที่ผมเป็นคนชื่นชอบรอยสักมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน แต่ตอนนั้นร้านสักในโคราชยังไม่ค่อยมี ผมเลยตัดสินใจไปเรียนสักอยู่ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อก่อนมันไม่ได้มีการเรียนกันแบบเป็นกิจจะลักษณะ ที่ว่าเรียนก็คือไปเป็นลูกมือเขา แล้วก็ใช้วิธีครูพักลักจำ เรียนอยู่ประมาณ 2 ปีก็กลับมาเปิดร้านเองที่โคราช

สไตล์งานสักที่ถนัด

งานสักที่ถนัดของผมจะเป็นงานเจแปนนิสสไตล์ เหตุที่ถนัดงานสไตล์นี้ก็เพราะว่าสมัยก่อนมันไม่มีอินเทอร์เน็ต งานต้นแบบของช่างสักยุคเก่าๆ ส่วนมากก็จะมีแต่งานญี่ปุ่น งานยากูซ่า ก็เลยได้ทำงานสไตล์นี้ซะเยอะครับ

เสน่ห์ของงานสักเจแปนนิสสไตล์

เสน่ห์ของงานสักเจแปนนิสสไตล์อยู่ที่สีสัน และเป็นงานใหญ่ ความสมบูรณ์สวยงามของงานสักประเภทนี้ นอกจากจะดูกันที่เรื่องลวดลายและสีสันแล้ว หากเป็นงานแขนหรือหน้าอกก็จะต้องดูว่าลายของทั้งสองด้านเหมือนกันหรือไม่

การยอมรับจากสังคม

ผมว่าทุกวันนี้สังคมมีทัศนคติต่อการสักดีขึ้นครับ ต่างจากในสมัยก่อนที่งานนี้ยังเป็นงานที่จำกัด และคนสักก็ยังจำกัดอยู่ในวงเล็กๆ และยังถูกมองในทางลบ แต่ตอนนี้สังคมเปิดกว้าง คนส่วนใหญ่เริ่มมองว่ามันคืองานศิลปะไปแล้ว

อาชีพนี้ให้อะไรบ้าง

ให้ทั้งหมดที่ศิลปะจะให้ได้ครับ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน ทำให้ผมสร้างตัวเองสร้างครอบครัวได้ และให้ความคิดวิสัยทัศน์ด้วยครับ

ฝากถึงคนที่อยากจะมีรอยสักแรกในชีวิต

ผมในฐานะช่างสักคนหนึ่งอยากบอกคนที่คิดจะมีรอยสักครั้งแรกว่า งานสักเป็นงานที่คุณต้องมีใจรักจริงๆ ฉะนั้นขอให้คิดดีๆ และไตร่ตรองดีๆ ก่อนตัดสินใจ เพราะมันจะติดตัวเราไปตลอดชีวิต

สิ่งที่อยากบอกผ่านไปยังคนที่คิดจะเป็นช่างสัก

สำหรับคนที่สนใจที่อยากจะเป็นช่างสัก สิ่งสำคัญเลยก็คือต้องมีความรู้และความรักจริงในงานสัก เพราะว่ามันเป็นงานที่ทำบนร่างกายของคน ซึ่งมันต้องได้รับการฝึกฝนฝีมือให้มากก่อนที่จะลงมือทำให้ลูกค้า และที่สำคัญไม่แพ้กัน คือต้องดูแลเรื่องความสะอาดให้กับลูกค้าด้วย

เต้ – ธีระพงษ์ จอมพลเรือง

ช่างสักที่มีฝีไม้ลายมือไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะ ‘งานสักลายมังกร ‘ ที่ใครๆ ต่างก็ยกให้เขาเป็นหนึ่งในตองอู การันตีด้วยรางวัลมากมายหลายสมัย รวมถึงลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ยอมให้เขาคนนี้ได้จรดเข็มสักมาแล้วนับไม่ถ้วน

จุดเริ่มต้นของอาชีพช่างสัก

ตอนอายุ 15 ก็มีโอกาสได้ลองมาจับเครื่องสักครั้งแรก ก็รู้สึกว่ามันใช่ และมันก็ไม่ได้ยากอะไร แต่ตอนนั้นไม่มีความรู้เรื่องการสักเลย แต่เพราะตั้งใจแล้วว่าอยากจะทำอาชีพนี้ ก็เริ่มพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ จนมาเปิดร้านของตัวเองตอนอายุ 18

สไตล์งานสักที่ถนัด

ตามจริงแล้วผมทำงานได้ทุกแนว แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเราประกวดมาทางสายงานสไตล์ญี่ปุ่นจนเป็นที่รู้จัก ก็เลยดูเหมือนว่าผมถนัดงานสไตล์นี้

รางวัลแห่งความภูมิใจ

โดยส่วนตัวแล้วผมภูมิใจกับทุกๆ รางวัลที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นเวทีเล็กหรือใหญ่ และผมจะรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ส่งผลงานเข้าประกวด

การยอมรับจากสังคม

เมื่อก่อนผมว่าเมืองไทยยังไม่ค่อยเปิดกว้างเรื่องรอยสัก ไม่เหมือนเมืองนอกที่เรื่องพวกนี้เป็นที่ยอมรับ แต่ทุกวันนี้มันเปลี่ยนไป เพราะคนเริ่มมองว่ามันเป็นศิลปะมากขึ้น หรือมองว่ามันเป็นแฟชั่นก็ยังได้

อาชีพนี้ให้อะไรบ้าง

นอกจากเรื่องรายได้ที่ใช้หาเลี้ยงครอบครัวแล้ว อาชีพนี้ยังให้ความสุขกับผมด้วย เพราะทำแล้วมันมีความสุข เป็นอะไรที่ไม่เคยเบื่อเลย ยิ่งสักยิ่งมีความสุข เวลาที่เขาเห็นผลงานที่เราสักให้เขา แล้วเขามีรอยยิ้มกลับไป ก็รู้สึกภูมิใจนะ

ฝากถึงคนที่อยากจะมีรอยสักแรกในชีวิต

ก่อนจะสักต้องคิดให้ดีๆ ต้องเลือกงานที่เราชอบจริงๆ ก่อนที่จะสัก ในการเลือกช่างก็ควรดูที่ผลงานของช่างคนนั้นว่าถูกใจไหม และควรเลือกร้านที่สะอาด

สิ่งที่อยากบอกผ่านไปยังคนที่คิดจะเป็นช่างสัก

สำหรับคนที่อยากจะเป็นช่างสัก แนะนำว่าให้มาเรียนรู้กับช่างพี่ มาอยู่กับคนที่เขามีความรู้มากกว่า ก่อนที่จะเปิดร้าน เพราะงานพวกนี้ถ้าเราทำเสีย มันก็จะติดตัวลูกค้าไปตลอด เราเองก็จะเสียชื่อ อย่างน้อยๆ ฝึกมือตัวเองให้มั่นใจก่อนแล้วค่อยมาเปิดร้าน และนอกจากความชำนาญแล้ว ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดด้วย เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าที่มาใช้บริการกับ ซึ่งเป็นจรรยาบรรณอย่างหนึ่งที่ช่างสักทุกคนจะต้องมี

หนึ่ง – สราวุฒิ กกกลาง

ชายหนุ่มผู้หลงใหลในเสน่ห์ของลายสักยันต์แบบไทยๆ มาตั้งแต่อายุ 14 แรงบันดาลใจที่ทำให้เขาตัดสินใจเดินบนเส้นทางอาชีพช่างสักอย่างเต็มตัว งานสักยันต์ที่ไม่ได้วัดกันแค่เพียงความประณีตและงดงาม แต่ต้องมีความถูกต้องทางอักขระมาร่วมด้วย ซึ่งเขาคนนี้ได้พิสูจน์ฝีมือให้เห็นมานักต่อนักแล้ว

จุดเริ่มต้นของอาชีพช่างสัก

ที่ชอบเกี่ยวกับการสักยันต์ แรกสุดเลยคือเห็นคนที่เขาสักยันต์มีอาการของขึ้น เราว่ามันแปลกดีก็เลยชอบ และเริ่มที่จะเรียนสักยันต์ ซึ่งเราเองได้มีโอกาสเรียนอักขระขอมกับพระที่วัดอยู่ก่อนแล้ว พอเรียนเสร็จก็มาหัดสัก ใช้เข็มเย็บผ้ามาพันกับไม้ตะเกียบฝึกฝีมือตัวเอง พออายุประมาณ 17-18 ไปเห็นร้านสักในตัวเมืองเขาใช้เครื่องสักก็เริ่มอยากที่จะลองใช้เครื่องมือแบบนั้นบ้าง ก็เลยเก็บเงินซื้อ พอได้เครื่องมาก็เอามาสักเป็นตัวยันต์ และก็หัดสักลายอื่นๆ ไปด้วย

ภาพลักษณ์อาจารย์สักยันต์

ภาพอาจารย์สักยันต์ที่หลายคนเคยเห็นก็คือมักจะนุ่งขาวห่มขาว แต่สำหรับผมแล้ว การนุ่งขาวห่มขาวมันเหมือนเป็นเครื่องแบบมากกว่า เพราะวิชาความรู้มันอยู่ในตัวในสมองเรา การแต่งตัวหรือปะรำพิธีอะไร ผมว่ามันเป็นแค่องค์ประกอบเฉยๆ ครับ ที่สำคัญที่สุด คือต้องเรียนเรื่องอักขระมาอย่างถูกต้อง เพราะถ้าอักขระผิด ความหมายก็จะเปลี่ยนทันที

ข้อห้ามสำหรับคนที่สักยันต์

ข้อห้ามต่างๆ ที่อาจารย์กำหนดขึ้นมันเป็นเหมือนกุศโลบาย เพื่อให้ลูกศิษย์ได้ประพฤติตามแล้วจะเป็นคนดี พอเป็นคนดีปุ๊บ พระพุทธคุณก็จะบังเกิด อย่างเช่น เขาบอกว่าสักสาริกาแล้วอย่าด่าพ่อล้อแม่ ให้พูดเพราะๆ พอคนเราปฏิบัติตามมันก็จะเป็นเสน่ห์แก่ตัว กลายเป็นเมตตามหานิยมมหาเสน่ห์ตามที่เราสัก อีกอย่างคือมันเป็นเหมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เวลาที่จะไปทำอะไรไม่ดี พอคนๆ นั้นนึกถึงของที่อยู่ในตัวกลัวว่าจะเสื่อม เขาก็จะไม่กล้าทำ และเพราะคนแต่ละคนมีภูมิความรู้ที่ต่างกัน การที่ครูบาอาจารย์เอาธรรมะที่ลึกซึ้งไปสอน บางคนเขาก็ไม่เข้าใจ ก็ต้องใช้กุศโลบายต่างๆ เข้าช่วย ซึ่งหลักๆ แล้วมันก็คือการรักษาศีล 5 นั่นแหละครับ

ฝากถึงคนที่อยากจะมีรอยสักแรกในชีวิต

อย่างแรกเลยคือคุณต้องมีอายุสิบแปดปีขึ้น ถ้าต่ำกว่านั้นจะต้องมีผู้ปกครองเซ็นยินยอม และก่อนที่ตัดสินใจสักอะไรขอให้คิดดีๆ คิดนานๆ เลือกลายที่ชอบที่สุด เพราะมันต้องอยู่กับเราไปตลอดชีวิต และอย่าไปคิดคำนึงแค่เรื่องราคา แต่ให้ดูที่ประสบการณ์ของช่าง ดูผลงานของช่าง อยากสักแนวไหนก็ไปหาช่างที่เขาถนัดแนวนั้น แล้วสู้ราคา เราก็จะได้งานที่ต้องการ เพราะถ้าสักมาแล้วไม่ถูกใจ เวลาแก้มันจะหมดเยอะกว่า

สิ่งที่อยากบอกผ่านไปยังคนที่คิดจะเป็นช่างสัก

สำหรับคนที่อยากจะเป็นช่างสัก ก็ขอให้หัดเขียนลายบ่อยๆ และศึกษาดูงานตัวอย่างเยอะๆ ซึ่งทุกวันนี้มีให้ดูมากมายตามยูทูป หรือไปขอดูเทคนิคจากช่างรุ่นพี่ แล้วก็ลองฝึกมือกับหนังเทียมหรือหนังหมูก่อนที่จะลงผิวคนจริงๆ

เอ – ชิตวร สายอุบล 

เชื่อว่าชื่อของ ‘ช่างเอ แพลทตินั่ม’ น่าจะเป็นที่รู้จักของใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบงานสักในสไตล์ Old School เพราะเป็นหนึ่งในสไตล์งานสักที่ช่างเอคนนี้ทำได้ดีไม่แพ้ใคร ทั้งความสวยงามและความละเอียดของลวดลาย จนลูกค้าหลายต่อหลายคนยกให้เขาเป็นช่างสักประจำตัว

จุดเริ่มต้นของอาชีพช่างสัก

ตอนที่ย้ายมาอยู่โคราช ช่วงนั้นผมยังไม่ได้ทำงานอะไร และพอดีว่าพี่ชายผม พี่เต้ (ช่างเต้ไอที) ซึ่งเป็นญาติๆ กัน เขามาเปิดร้านสักอยู่ที่โคราช ก็เลยได้มีโอกาสเรียนรู้งานทางด้านนี้จากเขา ทำให้รู้ว่าเราเองก็พอทำงานนี้ได้

เปิดร้านของตัวเอง

ผมอยู่กับพี่เต้ได้ประมาณปีนึง ก็ออกมาเปิดร้านของตัวเอง ตอนนั้นอายุประมาณ 17-18

ทำไมต้อง Old School

จริงๆ แล้วงาน Old School ไม่ได้เป็นแนวถนัดของผมมาตั้งแต่แรก แต่เพราะว่ามีลูกค้าเข้ามาสักงานสไตล์นี้กับผมค่อนข้างเยอะ มันก็เลยทำให้ผมได้ฝึกฝีมือไปในตัว จนกลายมาเป็นงานที่ถนัดแบบจริงจังไปโดยปริยาย ซึ่งลูกค้าก็จะมากันแบบปากต่อปาก หรือบางครั้งก็เป็นลูกค้าที่เขาเห็นผลงานผ่านเฟซบุ๊ก

สิ่งที่ยากที่สุดในอาชีพนี้

สำหรับผมแล้ว ความยากมันไม่มีหรอกครับ เพียงแค่เราต้องมีความตั้งใจและมีความรับผิดชอบ และที่สำคัญคือ ต้องมีความชอบ เพราะถ้าไม่ชอบก็ทำไม่ได้

อาชีพนี้ให้อะไรบ้าง

สำหรับผมแล้วอาชีพนี้ให้เพื่อน ให้สังคมในรูปแบบที่เราไม่เคยเจอ ทั้งแวดวงของช่างด้วยกันและลูกค้าที่มาใช้บริการ คือมันทำให้เราได้รู้จักกับคนหลากหลายประเภท และก็ได้สร้างเนื้อสร้างตัว มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะตั้งแต่ที่ผมเปิดร้านมาตอนอายุ 17-18 ก็หาเงินเลี้ยงตัวเองมาตลอด แถมยังได้จุนเจือครอบครัวด้วย

ฝากถึงคนที่อยากจะมีรอยสักแรกในชีวิต

ถ้าคิดว่าอยากจะมาสัก ก็ขอให้คิดก่อนว่า ตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ไม่ใช่ว่าอยากสักก็สักเลยให้มองลึกๆ คิดดีๆ ก่อนที่จะทำ

สิ่งที่อยากบอกผ่านไปยังคนที่คิดจะเป็นช่างสัก

ขอให้ตั้งใจมากๆ ถ้าใครคิดว่าตัวเองยังไม่เก่งก็อย่าเพิ่งไปทิ้งมัน เพราะงานแบบนี้มันต้องค่อยๆ ฝึกฝนฝีมือไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าจะเป็นมืออาชีพกันได้ง่ายๆ มันต้องใช้เวลากันทั้งนั้น

 

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

รอยสัก ที่ประทับอยู่บนเรือนร่างของแต่ละคนเกิดขึ้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางคนสักเพื่อความสวยงาม บางคนสักเพื่อเก็บความทรงจำดีๆ ณ ช่วงเวลาหนึ่งไว้ บางคนสักเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ในขณะที่บางคนรอยสักไม่ได้เป็นเพียงแค่ความชอบ แต่กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร อย่างน้อยๆ เราขอนิยามมันว่าคือ ‘ความหลงใหล’

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


 

Comments

Powered by Facebook Comments