9 Min. read

สวัสดีครับ วันนี้ผมขออนุญาตชวนผู้อ่านทุกๆ ท่านไปเที่ยววัดป่าภูผาสูง วัดสวยแนว Unseen ที่สูงเนิน โคราชบ้านเอ็งกันดีกว่า ไม่รู้มีใครสนใจจะตามไปด้วยบ้างหรือเปล่านะ

เชื่อว่า วัดป่าภูผาสูง เป็นชื่อของวัดที่หลายๆ คนอยากไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต ด้วยกิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ความเชื่อมั่นศรัทธาในพระอาจารย์หลวงพ่อผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ความวิจิตรอลังการน่าสักการะกราบไหว้ของพระธาตุจอมผา (พระมหาธาตุเจดีย์ศรีภูผาสูง) และที่สุดคือความงดงามตระการตาของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากไปเยือนให้ได้สักครั้ง และแล้วโอกาสก็เป็นใจ เร่งเครื่องออกตัวไปกันเลย!!

แผนที่การเดินทางสู่วัดป่าภูผาสูง

ทีแรกนึกว่าทางขึ้นเขาจะสมบุกสมบันและเป็นเส้นทางที่ลำบากลำบนไม่น้อย แต่ความจริงแล้วสะดวกดีมาก เป็นถนนลาดยางสลับกับคอนกรีตซึ่งมีสภาพดีใช้ได้ เส้นทางราบเรียบแม้จะไต่ขึ้นไปตามแนวเขาก็ไม่รู้สึกว่าหูอื้อจนต้องกลืนน้ำลาย (เรื่องความชันของเส้นทางก็สบายๆ ไม่ชันมาก) ตลอดเส้นทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและวิถีชีวิตแบบสงบงามของคนท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่ทำไร่ทำนา ขับรถเพลินๆ ชมวิวไปด้วย ไม่นานก็ถึง

จุดจอดรถของวัดจะมีหลายๆ จุด แต่ละจุดก็กว้างขวางไม่แออัดสักนิด มีระบบการบริหารจัดการที่ดีพอใช้ ผมได้โอกาสไปจอดบริเวณลานจอดรถใกล้ๆ กับองค์พระมหาธาตุเจดีย์ บรรยากาศโดยรอบสงบสันติและใกล้ชิดกับธรรมชาติมากๆ มีกระรอกขาวเยี่ยมหน้าออกมาทักทายแขกผู้มาใหม่นับสิบตัว เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นกระรอกขาวขนฟู น่าเอ็นดูมากๆ ที่นี่นับว่าเป็นจุดที่มีสัตว์ชนิดนี้มากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เรียกได้ว่าเต็มวัด ขนาดเข้าห้องน้ำยังพบเจอหลายตัวกำลังวิ่งไต่ขึ้นต้นไม้ข้างๆ ห้องน้ำอย่างสนุกสำราญ ไม่มีทีท่าหวาดกลัวคนแม้แต่น้อย คงรู้ว่าไม่มีใครทำร้าย เพราะเป็นเขตอภัยทาน

จอดรถบริเวณลานด้านหน้าแล้วเดินเท้าเรื่อยไปสักพักก็จะพบประตูทางเข้า มีรูปปั้นยักษ์สองตนยืนเป็นทวารบาลน่าเกรงขาม

โชคดีพบนกยูงบริเวณทางเข้า สวยเหลือเกิน แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแนวป่าเขา ตื่นเต้นตั้งแต่ยังไม่เดินเข้าไป

โชคดีในวันที่ผมเดินทางเป็นวันธรรมดา คนที่มาเยี่ยมชมวัดมีจำนวนไม่มากนัก อีกทั้งเป็นช่วงบ่ายที่ฟ้าฝนดูอึมครึมชอบกล พุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญถวายสังฆทานจึงน้อย ผมก็เลยได้ภาพแบบคลีนๆ ไม่มีผู้คนมารบกวนสายตาให้เพื่อนๆ ได้ชม

ก่อนจะพาชมแบบยาวๆ ขอแทรกเกร็ดประวัติของทางวัดให้เพื่อนๆ ได้ทำความรู้จักกันก่อนครับ

วัดป่าภูผาสูง เป็นสำนักปฏิบัติธรรมกรรมฐานสาย ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแห่งขุนเขามีเนื้อที่ดูแลจำนวน 2,800 ไร่ โดยสถานที่ตั้งวัดป่าภูผาสูงนี้มีชื่อตามแผนที่ทางทหารว่า ‘เขาช้างหลวง’ แห่ง ‘เทือกเขาภูหลวง’ แต่ชาวบ้านรู้กันในนามว่า ‘เขาเจ้าพ่อ’ พื้นที่เป็นป่าดิบแล้ง มีความสูง 760 เมตรเหนือจากระดับน้ำทะเล เป็นป่าต้นน้ำลำธารที่ไหลหล่อเลี้ยงไปยังน้ำตกวะภูแก้ว น้ำตกหินเพลิง อ่างซับประดู่ และหล่อเลี้ยงชาวบ้านในบริเวณ โดยรอบในเขตติดต่อ 4 อำเภอ คือ สูงเนิน สีคิ้ว ปากช่อง และ ปักธงชัย

ประวัติความเป็นมาของวัดป่าภูผาสูงนั้นเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2528-2530 เมื่อ พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) ได้เริ่มสร้างวัดวะภูแก้ว โดยการส่งพระอาจารย์เจต ทีฆายุโก ซึ่งเป็นลูกศิษย์มาประจำอยู่ที่สำนักวัดวะภูแก้ว พระอาจารย์เจต์ท่านมีนิสัยชอบเที่ยวภาวนาตามป่าตามเขา จึงเดินทางขึ้นมาเที่ยวธุดงค์กรรมฐานที่บริเวณ ‘ภูผาสูง’ เป็นอาจิณ และต่อมาท่านได้ชักชวนพระอาจารย์ใจ พระเพื่อนสหธรรมิก ขึ้นมาปฏิบัติธรรม ณ สถานที่แห่งนี้ด้วย

ปี พ.ศ. 2533-2534 พระอาจารย์ใจ ซึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพุธ พร้อมคณะศิษย์วัดป่าสาลวันที่ปรารถนาจะอยู่ป่าเขา จึงเดินทางขึ้นมาจำพรรษาที่บริเวณภูผาสูง นับว่าเป็นพระยุคแรกๆ ที่เข้ามาจำพรรษา ณ เสนาสนป่าแห่งนี้

ต้นปี พ.ศ. 2535 เจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าใจผิดคิดว่าพระจะเข้ามาบุกรุกทำลายป่า ซึ่งในขณะนั้นกระแสของพระประจักษ์ พระบุกรุกป่าอนุรักษ์กำลังดังจึงขึ้นมาขับไล่ พระ แม่ชี และชาวบ้านออกจากป่า พระและแม่ชีได้เดินทางออกจากป่า แต่ชาวบ้านไม่มีที่ไปจึงอดทนอยู่ต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิที่ควรจะได้ครอบครองที่ดิน เพราะเข้ามาอยู่ก่อนประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติปี พ.ศ. 2525

หลังจากพระและแม่ชีย้ายออกไปแล้ว แต่ก็มีพระแวะเวียนเข้ามาจำพรรษาบ้าง แต่เป็นแบบชั่วคราว ไม่ได้ถาวรอะไร จึงเสมือนว่าป่าภูผาสูงนี้ไม่มีเจ้าของคอยหวงแหน การตัดไม้ทำลายป่าจึงเป็นไปอย่างสนุกสนาน พระบางกลุ่มถึงกับขอร้องคนที่ตัดต้นไม้ ไม่ให้ตัดต้นไม้ ณ บริเวณภูผาสูงนี้ แต่ก็ไม่ได้ผลทำให้พื้นที่ป่าลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก

ปี พ.ศ.2537 พระมหาธีรนาถ อคฺคธีโร ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านได้เดินทางมาพักที่วัดวะภูแก้ว ปรารถนาแสวงหาที่สงบสงัดทำสมาธิภาวนาตามสมณวิสัย หลังจากนั้นท่านเดินธุดงค์จากวัดวะภูแก้วขึ้นมาบริเวณภูผาสูง และเกิดความพอใจในสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง

หลังจากท่านเดินออกสำรวจเที่ยวชมป่ารอบๆ บริเวณภูผาสูงนี้ ท่านพบว่าป่าไม้ถูกตัดโค่นเป็นจำนวนมาก พวกสัตว์ป่าก็เดือดร้อนเนื่องจากต้องย้ายถิ่นฐานเพราะไม่มีป่าไม้ให้อยู่อาศัย มิหนำซ้ำยังโดนล่าโดยมนุษย์ผู้แล้งน้ำใจซ้ำอีก ในปีนั้นท่านจึงตัดสินใจอยู่จำพรรษาที่บริเวณเสนาสนะป่าภูผาสูงเพียงลำพัง

เมื่อท่านพระมหาธีรนาถ อคฺคธีโรได้จำพรรษาอยู่ ณ วัดป่าภูผาสูง จึงนำความนี้ไปกราบเรียนพระอาจารย์คือหลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านจึงกล่าวสั่งสอนว่า “ท่านมหา… ท่านต้องสำรวมระวังตัวท่านให้ดี ที่เขาสูงแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญ ท่านจงอยู่ปฏิบัติธรรมที่นั่น ที่นั่นเหมาะสมสำหรับท่าน ถ้าเขาไม่มาตีนถีบตกหน้าผาก็อย่าหนี ขอท่านจงจำคำพูดของผมไว้ให้จงดี” ท่านพระมหาธีรนาถ จึงได้จำพรรษาอยู่ที่วัดป่าภูผาสูง และเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าภูผาสูงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

เอาล่ะ เมื่อได้อ่านประวัติของวัดป่าภูผาสูงแต่พอสังเขปแล้ว ผมก็จะพาคุณๆ เดินชมสถานที่กันต่อ

ทางเดินราบเรียบดีมาก แถมมีวิวธรรมชาติรอบด้านให้พักสายตาตลอดทาง ความเขียวชอุ่มแบบนี้หาได้ไม่มากแล้วในไทย จริงไหมครับ

เดินมาไม่นาน ก็พบกับสถานปฏิบัติธรรมอันโอ่อ่า จะเห็นได้ว่ารูปแบบทางศิลปกรรมแตกต่างจากวัดโดยทั่วๆ ไป แถมมีความผสมผสานกลมกลืนไปกับธรรมชาติราวกับไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ที่สำคัญคือแทบไม่มีการปรับสภาพหน้าดิน สร้างขึ้นตามแนวของพื้นที่

พักเหนื่อย นั่งชมวิวสวยๆ ใกล้กับสถานปฏิบัติธรรมกันครับ ขอบอกว่าวิวสวยมาก!! ภาพที่ถ่ายคือสวยไม่เท่าที่ตาเห็น มันสุดลูกหูลูกตา พาโนราม่ามากๆ สังเกตว่าแม้จะเป็นเวลาบ่ายแต่ด้านล่างลงไปมีหมอกจางๆ ปกคลุม คาดว่าน่าจะมีฝนตก แต่บนนี้แห้งสนิท มีเพียงลมเย็นๆ แตะสัมผัสผิวอยู่ตลอดเวลา น่านั่งน่านอนน่าปฏิบัติธรรมมากๆ ให้อยู่ทั้งวันก็ไหว

จัดไปอีกหนึ่งภาพ เพราะวิวสวยแจ่มจริงๆ ที่สำคัญคือที่วัดใส่ใจผู้มาเยือนมากๆ ทำบันไดดินเป็นชั้นๆ ให้นั่งชมธรรมชาติได้โดยไม่รบกวนสายตากัน

พักจากวิวก็ว่าจะเดินต่อไปตามเส้นทาง สายตาก็พลันพบกับพระพุทธรูปสีขาวสะอ้านที่ประดิษฐานตระหง่านอยู่บนชั้นหินสูงข้างสถานปฏิบัติธรรม รูปลักษณะช่างงดงามน่าเคารพศรัทธาเหลือเกิน

แอบหลงทาง แต่ก็โชคดีเพราะได้พบกับคุณลุงคุณป้าสามท่านที่กำลังขมีขมันแต่งองค์พระพุทธรูปขนาดเล็กหลายสิบองค์ คุณป้าบอกว่า องค์พระพุทธรูปได้อาจารย์ท่านหนึ่งจากมรภ.นครราชสีมาทำรูปหล่อให้ (คุณป้าแจ้งชื่อท่านแล้วแต่ผมจำไม่ได้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

งามเหลือเกิน องค์พระพุทธรูป คุณลุงบอกว่า เสร็จแล้วจะนำไปประดิษฐานรอบองค์พระธาตุจอมผา

เดินต่อไป คราวนี้ไม่หลงทางแน่นอน ก็พอดีได้พบกับฆ้องที่แขวนเอาไว้กับต้นไม้ ทีมงานก็เฮโลพากันเอามือลูบกันใหญ่ สงสัยจะทำตามความเชื่อที่ว่า หากลูบแล้วเกิดเสียงดังก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ปรากฏว่าไม่มีเสียงสักนิดเดียว อิอิอิ คงต้องพยายามกันต่อไปนะ ลูบกันสักพักจนพากันถอดใจ ก็ได้เวลาเดินหน้าต่อ

ทางเดินร่มรื่นไปอีก คดเคี้ยวตามแนวป่า ชอบใจที่ทางเดินที่สร้างขึ้นจะพยายามรบกวนป่าให้น้อยที่สุด ถ้าพบต้นไม้ใหญ่ขวางทางตรงก็ไม่ตัดออกเพื่อความสะดวก แต่จะเลี่ยงหลบแล้วให้ต้นไม้ต้นนั้นยังคงเติบโตต่อไป บางต้นมีกิ้งก้านหรือแขนงพาดผ่านเส้นทางก็ไม้ตัดออก หากจะเดินคุณก็ต้องก้าวหรือลอดผ่านไปให้ได้ ไม่สปอยด์คนเดินจนไปทำร้ายสิ่งอื่น

ชมวิวระหว่างทาง ต้องยอมรับว่าวิวที่นี้สวยจริงอะไรจริง สวยทุกมุม

ตรงนี้ผมเรียกมันว่าผาวัดใจ คือเป็นชะง่อนหินโผล่ง้ำออกไปกลางหน้าผา คล้ายๆ ที่ภูกระดึงหรือชัยภูมิ ถ้าเดินออกไปยืนบนก้อนหินก้อนนั้นแล้วมองวิวโดยรอบ ขอบอกว่า งาม!! คุ้ม!! กะความเสี่ยง

พอเดินออกไปตรงหินก้อนนั้นแล้วเหลียวกลับมา คุณพระช่วย!!! ผมขอบอกว่านี่คือวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของวัดป่าภูผาสูง เป็นความงามอันเกิดจากธรรมชาติโดยแท้ ต้นไม้ใหญ่เกิดเกาะอยู่บนชะง่อนผา ทิ้งรากและลำต้นส่วนใหญ่ลงปักไปบนพื้นดินทางเบื้องต่ำห่างออกไป ข้อควรระวัง หากพยายามชะโงกดูตามรากที่ดิ่งลงต่ำ คุณจะเกิดอาการเวียนหน้า และเผลอๆ อาจตกลงไปได้ง่ายๆ ตกลงไปนี่มีตายนะพูดเลย เพราะสูงเอาเรื่องจริงๆ

สวยจริงๆ นะพูดเลย

เดินต่อไป ใกล้ถึงจุดปลายปลายทางแล้วครับ พระบรมธาตึเจดีย์ศรีภูผาสูง

เดินต่อไปอีกนิด ไม่ถึงสิบก้าว คุณก็จะได้พบกับรอยพระพุทธบาท สาธุๆ

แวะพักตรงจุดชมวิวที่ว่ากันว่ามองวิวได้กว้างและไกลสุดลูกหูลูกตา ก็จริงดังเขาว่า สวยแจ่ม ลมเย็นพักโบกตลอดเวลา มีเก้าอี้ไว้บริการคลายเหนื่อย มาถึงตรงนี้ก็เหงื่อชุ่มๆ นะ คงเพราะความกดอากาศด้วยส่วนหนึ่ง

แชะภาพให้อาจารย์เจี๊ยบ – พรนิภา ฉะกระโทก ครูโรงเรียนสูงเนิน ผู้ร่วมทริปครั้งนี้ วิวสวยๆ เหมาะกับรอยยิ้มหวานๆ ไม่เบานะเออ ใครมาเยือนก็ต้องมาแวะแชะภาพที่นี่

ใกล้ถึงละนะ ตรงนี้ความจริงมีอุโมงค์ทางลอด ซึ่งว่ากันว่าสวยงามอันซีนเช่นกัน แต่เราไม่ได้เข้าไป ใช้ทางเดินธรรมชาติแทนดีกว่า

ความสวยงามของศิลปกรรมโดยรอบพระมหาธาตุเจดีย์ศรีภูผาสูง

ในที่สุดก็ถึงเสียที พระธาตุจอมผา สวยงามเหลือเกิน สังเกตไหมว่าวัดแห่งนี้มีการคลุมโทนด้วยสีขาวและอิฐแดง ความสวยงามแบบ Minimal

ด้านหน้าจะมีเสาอโศกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ที่พระเจ้าอโศกมหราชได้เคยสร้างไว้ในอดีต เพื่อเป็นสัญญลักษณ์ว่าจุดๆ นั้นเป็นจุดสำคัญทางพุทธประวัติ

จุดเชิงบันไดทางขึ้นสู่พระเจดีย์ได้สร้างรูปปั้นเท้าจตุโลกบาลทั้ง 4 เป็นไปตามคติความเชื่อที่ว่าเทพทั้ง 4 เป็นเทพประจำสวรรค์ชั้นที่ 1 ที่มีชื่อว่าจาตุมหาราชิกาซึ่งทำหน้าที่ในการปกป้องดูแลพระพุทธศาสนา โดยมีเท้าเวสสุวรรณเป็นราชาแห่งเทพชั้นนี้

พระมหาธาตุเจดีย์ศรีภูผาสูง หรือ พระธาตุจอมผา คือ พระเจดีย์ที่ประกอบไปด้วยเครื่องสักกาะระสูงสุดเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุอรหันตธาตุ ตั้งอยู่บนจอมผาจอมป่า แห่งวัดป่าภูผาสูง และผู้ร่วมสร้างทุกท่าน ต้องทำจิตให้บริสุทธิ์ด้วยจอมศีลคือ ศีล 8 ศีล 10 และ ศีล 227 จึงจะสามารถร่วมสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ให้สำเร็จได้

Conceptual Design

หลักใหญ่เพื่อเก็บรักษาพระบรมธาตุและพระธาตุของพระอรหันต์ให้มั่นคงปลอดภัยจากธรรมชาติ จากคนให้ดีที่สุดนับพันปี โดยวิธี ธาตุนิธาน คือสร้างเรือนบรรจุพระธาตุฝัง (ซ่อน) มือคน จึงสร้างช่องบรรจุ ลงไปในเนื้อหินผาลึกมากที่สุด แล้วหล่อแผ่น Strong Room (แผ่นมั่นคง) ปิดผนึกหลายชั้น

ผอบบรรจุพระธาตุ ชั้นนอกเป็นหินทราย ภายในเป็นผอบแก้วผลึก ทองคำ ไม้แก่นจันทร์ จนถึงองค์พระธาตุมีการจำหลัก หลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายภาษา  ลงบนแผ่นทอง หินและดินเผา ลงในช่องบรรจุ ซึ่งรองด้วยพลอย เพชร แก้วผลึก ปิดและหล่อด้วยคอนกรีตชนิด non shrink เป็นชั้นๆจนอุดถึงปากช่องบรรจุ ด้านบน เป็นกรุใส่ทรายดูดความชื้น ภายในกรุใช้ไหเคลือบขี้เถ้าบรรจุพระตามวิธีโบราณ

สัดส่วนและความหมาย
ความสูง 37 เมตร บ่งบอกถึงจอมธรรมที่จอมปราชญ์มีพระพุทธเจ้า พระอรหันต์เป็นต้นทรงปฏิบัติบำเพ็ญเรียกว่า โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ ส่วนกว้าง 32 เมตร หมายถึง อาการ 32 ประการที่ทำให้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์สามารถใช้พละกำลังบำเพ็ญเพียรถึงความพ้นทุกข์ได้ทั้งสิ้น ส่วนลึกลงใต้ดินฝังธาตุนิธาน 7 เมตร” หมายถึง กัลยาณมิตรธรรม 7 ประการ

ฐานกลมรองรับฐานบัว หมายถึง โลกเป็นศูนย์ หรือ สูญ คือ พระนิพพาน ที่ท่านกล่าวว่า นิพพาน ปรม สุญญ พระนิพพานเป็นธรรมชาติสูญไปจากกิเลส ฐานบัวรองรับพระเจดีย์ หมายถึง ความบริสุทธิ์ที่ลอยเหนือโคลนตม ส่วนยอดประดิษฐานพระพุทธเจ้าปางเปิดโลก หมายถึง พระพุทธศาสนาแผ่ไปไพศาลทั้งสามแดนโลกธาตุ

รูปร่างภายนอก แสดงนามธรรมของการออกจากกามโลก รูปโลก อรูปโลก จากทุกข์ที่เวียนเกิดเวียนตาย แสดงจากทางเดินทักษิณาวัตร เป็นกงล้อรอบ ปฏิจจสมุปบาท (จารึกบนทางเดิน) หลากภาษา ทางเดินนี้มีลักษณะ มิติ เหมือนก้าวเดินบนน้ำ มีใบบัว ดอกบัวเป็นกลุ่มบัว 48 ดอก รอบองค์เจดีย์ อธิบายถึง พ้นทุกข์ของโลก พ้นโคลนตมกิเลส

8 มรรคา เพื่อออกจาก โลกของกาม, กาย, จิต แสดง เป็นวงชั้นๆ ช้อนๆ ขึ้นเป็นฐานเจดีย์

องค์ มโน เป็นศูนย์กลาง “CG” ของเจดีย์ พองกลมโป่ง

ปคตรัด หมายถึง ศีลธรรมหรือธรรมวินัย

ดวงแก้ว 3 ดวงแก้ว หมายถึงภูมิพ้นโลกโสดาปัตติโลกุตรภูมิ สกทาคามีโลกุตรภูมิ อนาคามีโลกุตรภูมิ

บนสุดคือ พระอรหันตโลกุตรภูมิ

รูปร่างภายใน แสดง พื้นเป็นชั้นๆ วงกลม อัฒจันทร์ 4 ชั้น อธิบายถึง อริยสัจ 4

ชั้นพื้นดิน คือ โลก = ทุกข์

ชั้นบนๆ = สมุทัย, นิโรธ, มรรค

บนสุดเป็นพระพุทธเจ้า 24 ของเสา 24 พระองค์

บนชั้นอัฒจันทร์ เป็นที่ตั้งรูปหล่อพระอริยสงฆ์ 58 องค์

ศูนย์กลาง เป็น พระพุทธเจ้าสมัยพระเจ้าอโศก ผู้นำศาสนาพุทธมา ณ ดินแดนนี้ (รวมพระพุทธเจ้า 25 พระองค์)

  • พระพุทธเมตตา ทรงกลด ต้นโพธิ์ Buddha Tree
  • 58 พ่อแม่ครูอาจารย์ ทรงกลด ร่มกลด ภายในโดม ทำภาพป่าสูง เป็นธุดงค์วัตร เครื่องกำจัดกิเลส

เป็นเจดีย์ทรงจอมแห โคนล่างผายเป็นกระโจม ยอดรวบแหลม เส้นขอบนอกอ่อนโค้งตกท้องช้าง ดั่งการรวบแหดึงขึ้น สิ่งที่รวบติดมาได้ คือ มโน ดวงจิตมีลักษะ กลม ว่าง สว่างไสว มีฉัพพรรณรังสี

ลักษณะวงกลมภายใน แสดงถึงพระอรหันต์ 4 ประเภท เชิงล่าง 8 ชั้น หมายถึง มรรคปฏิบัติเพื่อดับกิเลส 8 วิถีทาง

ทรงจอมแห เปรียบด้วยจิตทรงสมาธิหรือจิตทรงภาวนา อาการแห่งจิตสงบสุดส่วนเหมือนหนึ่งนายพรานแหรวบจอมแหด้วยกำลังแล้วดึงขึ้น ปลาย่อมไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้ ฉันใด เปรียบด้วยการทำสมาธิ จิตสงบย่อมรุกร่น ไล่ต้อนควบคุมสรรพกิเลสทั้งหลายไม่ให้สามารถเล็ดลอดออกไปได้ด้วย “ญาณชาโล” คือ ตาข่ายแห่งธรรม ฉันนั้นเหมือนกัน

องค์เจดีย์ลอยเหนือผืนป่าเขา หมายถึงเหนือโลกทั้ง 3

หลังจากเดินชื่นชมความงามและสักการะองค์พระบรมธาตุเรียบร้อยแล้ว ผมและทีมงานก็ได้เดินทางกลับ ตามเส้นทางก็เช่นเคย อุดมไปด้วยแนวป่าสวยงามตลอดทาง ใครชอบต้นไม้นี่บอกเลยว่าเพลินขั้นสุด

นี่ก็นึกว่าเห็ดยักษ์จริงๆ ที่ไหนได้ … !!????!!!

ต้องบอกเลยว่าการเดินทางมาในครั้งนี้คุ้มสุดๆ เพราะนอกจากจะได้มารีชาร์ตชีวิตและจิตใจชมความสวยงามของธรรมชาติและความวิจิตรอลังการในความศรัทธาพระพุทธศาสนาที่วัดป่าภูผาสูงแล้ว ผมยังได้มาทำบุญสักการะธรรมอีกด้วย สำหรับใครที่รั้งๆ รอๆ จะไปไม่ไปดี ขอบอกว่า มาเถอะ!! แล้วคุณจะรู้ว่า ความสวยงามแบบนี้ไม่ได้มีแค่ต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ในโคราชบ้านเอ็งก็งามหลายที่ ไปดูก่อนเถอะ แล้วจะติดใจ สวัสดีครับ.


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ

Comments

Powered by Facebook Comments