1 Min. read

“… มีคนเอาที่มาให้ อยู่อำเภอปักธงชัย … บอกว่าทำอะไรก็ได้ … จึงจะทำโครงการสาธิตทฤษฎีใหม่ในที่ที่เหลือ ส่วนหนึ่งจะทำการเพาะปลูกแบบชาวบ้านไม่ได้ส่งเสริม หมายความว่าใช้น้ำฝน ใช้ธรรมชาติ แต่อีกส่วนหนึ่งจะทำแบบทฤษฎีใหม่ที่มีการขุดสระและแบ่งเป็นส่วนที่จะปลูกข้าว ปลูกไม้ยืนต้น ปลูกพืชสวน …”

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2540 ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ทรงหมายถึงที่ดินที่ตั้งอยู่ ณ ตำบลธงชัยเหนือ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา จำนวนเนื้อที่ 29 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา ซึ่ง นางจรรยา ปั้นดี และ นางสมควร มณีสุริยา ได้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯถวาย จึงเป็นที่มาของ โครงการทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

ผืนดินว่างเปล่าได้รับหยาดน้ำพระราชหฤทัยหล่อเลี้ยงชุบชีวิตจนกลายเป็นพื้นที่อันมีค่ายิ่งกว่าทอง เพราะสามารถยังประโยชน์โพดผลไปชั่วลูกหลาน ทั้งยังให้ความรู้ด้านการเกษตรและการใช้ชีวิตพอเพียงตามแนวพระราชดำริ … น่าตกใจที่มีคนรู้จักน้อยมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งคนในพื้นที่ เปรียบประดุจขุมทรัพย์มีค่ายิ่งที่ยังไม่ถูกค้นพบ ทั้งๆ ที่กองสมบัติเหล่านั้นได้กองตรงหน้าแต่ก็มองไม่เห็น วันนี้ผมจึงจะขอพาคุณๆ ไปทำความรู้จักกับ ‘ขุมทรัพย์สุดอัศจรรย์’ นี้กันครับ โดยมีสุดยอดอินเดียน่าโจนส์เป็นผู้นำทาง คุณนนทกร พุ่มกล่อม ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการเกษตร มูลนิธิชัยพัฒนา

ช่วยเล่าถึงที่มาของโครงการทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่อำเภอปักธงชัยครับ |

ขอเริ่มเล่าอย่างนี้ครับว่า ตลอดรัชสมัยซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติ ไม่มีวันไหนที่พระองค์จะไม่ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรอันเป็นที่รักของพระองค์ ดังจะเห็นได้จากหลากหลายนวัตกรรมและแนวพระราชดำริใหม่ๆ ที่พระองค์ทรงสร้างสรรค์ขึ้นก็เพื่อแก้ปัญหาให้กับราษฎร ซึ่งปัจจุบันไม่เพียงแต่จะยังประโยชน์ให้กับชาวไทยเท่านั้น แต่ผู้นำหลายชาติได้น้อมนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้วย

โดยหลังจากที่คุณจรรยา ปั้นดีและคุณสมควร มณีสุริยาได้ขอพระราชทานน้อมเกล้าฯถวายที่ดินในอำเภอปักธงชัยจำนวน 29 ไร่ 2 งาน 24 ตารางวา พระองค์ท่านก็พระราชทานที่ดินให้กับมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นผู้ดูแลโดยที่พระองค์ท่านเป็นนายกกิตติมศักดิ์ มีสมเด็จพระเทพฯเป็นองค์ประธาน แล้วก็มีกรรมการทั้งหมด 16 ท่าน หลังจากนั้นจึงได้พระราชทานเพื่อจัดทำโครงการสาธิตทฤษฎีใหม่ (แบบบ้านนา) ขนาดเล็กเพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว พึ่งพาตนเองได้แบบพออยู่พอกินตามสมควรแก่อัตภาพในระดับที่ประหยัด ไม่อดอยาก และเลี้ยงตนเองได้ตามหลักปรัชญาของ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’

ว่ากันถึงโครงการทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ นี่คือหนึ่งในแนวพระราชดำริที่ทรงคุณประโยชน์ต่อเกษตรกรรายย่อย ด้วยเป็นแนวทางหรือหลักการในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มักประสบปัญหาทั้งภัยธรรมชาติและปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อการทำการเกษตร เพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤตโดยเฉพาะเรื่องของการขาดแคลนน้ำ ตัวทฤษฎีใหม่เริ่มดำเนินการจริงๆ ในปี 2536 โดยเริ่มแห่งแรกที่วัดมงคลชัยพัฒนา จังหวัดสระบุรี พอทำตรงนั้นแล้วก็มาทำที่นี่ เริ่มเมื่อปี 2540 ครับ

หลักการทฤษฎีใหม่คืออะไรครับ |

ด้วยหลักการบริหารและจัดแบ่งที่ดินแปลงเล็กออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนรวมถึงมีการคำนวณโดยใช้หลักวิชาการเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่จะกักเก็บให้พอเพียงต่อการเพาะปลูกได้อย่างเหมาะสมตลอดปี ณ โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมาแห่งนี้ จึงได้แบ่งพื้นที่ตามแนวทางของทฤษฎีใหม่ เป็น 4 ส่วนครับ

ส่วนที่ 1 แบ่ง 30% ของพื้นที่เป็นแปลงนาข้าว ปลูกข้าวพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และหลังเก็บเกี่ยวข้าว จะได้ดำเนินการปลูกพืชหลังนาอายุสั้นเพื่อหมุนเวียนและบำรุงดิน เช่น ถั่วเขียว ถั่วลิสง และข้าวโพดหวานผักสด เป็นต้น

ส่วนที่ 2 แบ่ง  30% ของพื้นที่ปลูกไม้ผล โดยแบ่งออกเป็น 2 แปลง แปลงแรกปลูกไม้ผลหลัก ได้แก่ มะม่วง มะขาม กระท้อน และส้มโอ แปลงที่สองปลูกไม้ผลรอง ได้แก่ ฝรั่ง น้อยหน่า และกล้วยน้ำว้า รวมถึงมีการปรับโครงสร้างดินด้วยหญ้าแฝก เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกร

ส่วนที่ 3 แบ่ง 30% ของพื้นที่ขุดสระน้ำ เลี้ยงปลากินพืชชนิดต่างๆ เพื่อจำหน่ายและบริโภค โดยใช้วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร เช่น ฟางข้าว เศษหญ้า ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อปรับสภาพน้ำและเป็นอาหารปลา ริมขอบบ่อปลูกพืชผัก พืชสมุนไพร ไม้ผล ไม้ยืนต้น เพื่อการบริโภคและจำหน่าย

ส่วนที่ 4 พื้นที่อีก 10% เป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ เป็ดเทศ หมูหลุม วัว เลี้ยงกบและปลาดุกในบ่อดิน รวมถึงปลูกพืชสมุนไพร และพืชผักสวนครัว

ทฤษฎีใหม่จะมี 3 ขั้นตอน ขั้นตอนที่หนึ่งเป็นขั้นตอนของการผลิต ขั้นตอนที่สองเป็นขั้นตอนของการรวมพลัง ขั้นตอนที่สามเป็นขั้นตอนที่จะดำเนินธุรกิจ

ประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับการโครงการทฤษฎีใหม่ฯคืออะไรบ้างครับ |

โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปักธงชัย ได้ดำเนินการในส่วนของการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการทำนาแบบดั้งเดิมตามวิถีชาวบ้าน และขยายผลพัฒนาเป็นแหล่งฝึกอบรมให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาวิธีทำเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนให้สามารถทำการเกษตรได้อย่างถูกวิธี ซึ่งเกษตรทฤษฎีใหม่จะช่วยให้สามารถทำการเพาะปลูกในฤดูแล้งที่มีน้ำน้อยได้ และในปีที่ฝนตกตามฤดูกาลมีน้ำตลอดทั้งปีทฤษฎีใหม่ก็จะทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยเกษตรกรสามารถประยุกต์โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่ฯได้ด้วยการเริ่มต้นแบ่งพื้นที่ซึ่งก็แล้วแต่ความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ สภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ กำลังคน สมาชิกในครัวเรือน หรือความต้องการของเกษตรกร คือไม่จำเป็นต้องแบ่งตามโครงการทฤษฎีใหม่เป๊ะๆ ก็ได้ แต่ต้องแบ่งพื้นที่ทำกินออกเป็น 4 ส่วนในอัตราส่วนที่พอเหมาะ ส่วนที่ 1 จะเป็นสระเก็บน้ำ อันนี้เก็บไว้ใช้ให้ในเวลาที่ข้าวต้องการน้ำ เวลาที่ฝนไม่ตก ฝนขาดช่วง ฝนแล้ง ซี่งสามารถเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ด้วยได้ ส่วนที่ 2 คือปลูกข้าว ควรจะปลูกข้าวและก็ทำแปลงนาปีเท่านั้น ส่วนที่ 3 เราไม่ได้กินข้าวอย่างเดียวต้องกินอย่างอื่นด้วย ก็อาจจะปลูกพืชผักผลไม้อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น พืชผักสวนครัว เป็นต้น พระองค์รับสั่งเอาไว้ว่าเป็นพืชชนิดใดก็ได้ที่ต้องการหรืออยากกิน เลือกได้ตามความพอใจ ส่วนที่ 4 จะเป็นที่อยู่อาศัย

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษา เรียนรู้ และฝึกอบรมเกี่ยวกับ “ทฤษฎีใหม่” สามารถติดต่อได้ที่ โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีทำการตั้งอยู่ที่บ้านฉัตรมงคล หมู่ที่ 14 ตำบลธงชัยเหนือ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โทร.0-4432-5048 ครับ

ผมเชื่อว่าทุกคนเสียดาย เสียใจ แต่นั่นเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ของโลก ไม่มีสิ่งใดอยู่จีรังยั่งยืนไปได้ตลอด แต่สิ่งที่เราจะต้องกระทำก็คือรำลึกถึงคำสอนของพระองค์ท่าน

ตลอดเวลาจากการสังเกตของผม คือพระองค์ท่านไม่ได้ประทับอย่างสบายเลย ในหนึ่งปีท่านจะเสด็จพระราชดำเนินไปประทับอยู่ที่ทางเหนือแล้วไปทางอีสานแล้วก็ไปทางใต้แล้วกลับมาประทับที่พระราชวังดุสิต ที่พระองค์ทรงทำเช่นนั้นก็เพื่อทรงเยี่ยมเยียนราษฎร ซึ่งทุกครั้งพระองค์ก็จะทอดพระเนตรพบเห็นความยากลำบากของราษฎร และก็ทรงนำมาเป็นแรงพระราชหฤทัยในการแก้ปัญหาให้ราษฎร

เมื่อพระองค์ท่านทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่เราคนไทยควรยึดถือแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งน้ำ กังหันน้ำ การศึกษา มาน้อมนำในการดำเนินชีวิต ซึ่งสำหรับตัวผมเองก็จะยึดถือแนวทางพระราชดำริของพระองค์ท่านแล้วจะปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานครับ


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Location : โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา

Comments

Powered by Facebook Comments