6 Min. read

ถ้าพูดถึงศูนย์การค้าชื่อดังอย่าง Terminal 21 เชื่อว่าคนโคราชเกือบทุกคนคงได้เคยผ่านตาหรือเคยเที่ยวชมช็อปปิ้งกันมาแล้ว น้อยคนนักจะทราบว่าผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จคือ คุณอนันต์ อัศวโภคิน ประธานคณะกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของไทย โดยมีธุรกิจที่ผ่านมือไม่ว่าจะเป็น Land & House Home Pro และ Terminal 21 … จากเด็กในย่านสำเพ็งเติบโตสู่เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีกค้าส่งยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย เขาทำได้อย่างไร มีแนวคิดและเป้าหมายในการทำงานอย่างไร หาคำตอบได้ในบทสัมภาษณ์นี้ครับ

ชีวิตในวัยเด็กก่อนที่จะกลายมาเป็นนักธุรกิจชื่อดังอย่างในวันนี้เป็นอย่างไรครับ |

ผมเกิดและโตที่สำเพ็ง คือเกิดที่สำเพ็งจริงๆ เพราะไปคลอดที่โรงพยาบาลไม่ทันเลยต้องคลอดที่บ้าน แม่บอกว่าเสียค่าทำคลอดผม 100 บาท ถูกสุดล่ะ แต่ 60 ปีที่แล้ว 100 บาทสมัยนั้นถือว่าแพงนะ และเนื่องจากโตมาที่สำเพ็งเลยรู้จักวิธีค้าขายตั้งแต่อายุ 10-12 ขวบ เด็กสำเพ็งค้าขายเป็นทุกคน จะขายอะไรหน้าบ้านก็ขายได้หมด ขายน้ำก็ได้ จับฉลากก็ได้ ส่วนผมทำทั้งสองอย่างเลย ทุกเย็นผมกับพี่ๆ น้องๆ จะมานั่งขายน้ำ จับฉลากกัน เป็นอะไรที่สนุกมาก มีโอกาสวันหยุดเราก็จะมาช่วยขายผ้า ซึ่งตรงนี้ผมว่าเป็นพื้นฐานที่ทำให้ผมมีนิสัยรักการค้าขายนะ คือมีอะไรค้าขายได้ก็อยากทำหมด จับฉลากก็ทำมาแล้ว ยิงเป้าก็ทำมาแล้ว ขายน้ำก็ทำมาแล้ว ตอนนั้นขายของได้เงินเก็บสัก 50 บาทเราก็ดีใจแล้ว พออายุ 12 ที่บ้านก็ให้มาค้าขายหน้าบ้าน ให้รับลูกค้าได้ จำได้ว่าช่วงปีใหม่ทุกบ้านจะเอาสินค้าออกมาเลหลัง มันก็จะมีการตะโกน การตบมือเรียกลูกค้า แรกๆ รู้สึกอาย ไม่กล้าทำ แต่เราก็ต้องหัดทำให้ได้

ทราบมาว่าที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่มาก!! |

เพราะที่บ้านผมเป็นครอบครัวคนจีน ก็เลยอยู่กันเยอะ ที่เอาไปลงกันว่าบ้านผมจน จริงๆ ผมไม่ได้จนนะ เรียกว่าพอกินพอใช้ ไม่ถึงขนาดจน แต่ที่บ้านคนมันเยอะ นับรวมกันแล้วก็ 32 คน ตอนนั้นเราเด็กๆ อ่ะ มันก็โอเค นอนทีก็เรียงแถว 7-8 คน แต่ถามว่าอยู่ได้ยังไง อย่างเรื่องการใช้ห้องน้ำ สมัยก่อนใช้ขันตักอาบน้ำ มันก็จะเร็ว หนึ่งนาทีก็อาบเสร็จล่ะ และที่บ้านจะแยกระหว่างห้องส้วมกับห้องอาบน้ำอยู่แล้ว ซึ่งห้องส้วมในบ้านก็จะมีทั้งชั้นบนและชั้นล่าง มันก็เลยพออยู่กันได้

จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่แวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ |

เผอิญตอนผมเด็กๆ ผมมีแม่ยกอยู่คนหนึ่ง เขาไม่มีลูก เป็นโสด เขาเห็นเราหน้าตาน่ารักดี เขาชื่อคุณนายอารมณ์ ที่นี้พอเขาเอ็นดูผมเหมือนลูก แม่ผมเลยไปยืมเงินเขามาเปิดร้านสีวลี ทำไปได้สักพัก คุณแม่ก็มีไอเดียจะทำโรงแรม เพราะไปเห็นโรงแรมเอราวัณเก่า เลยไปชวนญาติพี่น้องที่เปิดร้านเพชรอยู่แถวนั้นมาทำ และเนื่องจากพ่อกับแม่เป็นพี่คนโตทั้งคู่ ก็ย่อมอยากให้ลูกคนโตเป็นคนดูแลธุรกิจหลักของครอบครัว เลยให้พี่คนโตของผมไปทำโรงแรม ซึ่งตอนผมเรียนจบกลับมาพอดี เขาก็ให้ผมไปทำหมู่บ้าน เพราะเขาซื้อที่ไว้แปลงหนึ่งอยู่แถวบางเขน ถือเป็นธุรกิจแรกเลยที่เราได้เริ่มต้น

ธุรกิจแรกที่ได้เริ่มต้นทำตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้างครับ |

เป็นโครงการหมู่บ้านที่ชื่อว่า ‘ศรีรับสุข’ มีบ้านในโครงการทั้งหมด 100 หลัง ตอนเข้าไปทำแรกๆ ก็เฟลเพราะทำไม่เป็น แล้วก็มาเป็นตอนลอกชาวบ้านเขา ที่ไหนขายดีก็ไปลอกเขา แล้วก็หัดดูเรื่องบัญชี ไปอบรมตอนเย็นๆ เพราะตอนนั้นไม่ได้เรียน MBA ดูบัญชีไม่เป็น ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเงินมันช็อตตลอดทุกเดือน ทำไมปิดงบเรามีกำไร ก็เลยไปเอาหนังสือบัญชีเบื้องต้นมานั่งหัดอ่าน ท้ายที่สุดก็ตัดสินใจไปเรียนภาคปกติ ใช้เวลาเรียนอยู่ 4 ปี … คิดอยู่เหมือนกันนะว่า ถ้าไปทำโรงแรมป่านนี้อาจจะไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้

ไลฟ์สไตล์การทำงานในแบบ อนันต์ อัศวโภคิน เป็นอย่างไรครับ |

ผมเป็นคนที่ชอบทำอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ผมจะเริ่มถามว่ามีใครทำแทนได้ไหม คือผมไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ไง ถ้าใครทำแทนได้ผมปล่อยให้เขาทำเลย ทุกวันนี้ผมแทบจะไม่ได้เซ็นเช็คเลย … ผมทำธุรกิจมาเยอะมาก เจ๊งมากก็เยอะ แต่เป็นเพราะชีวิตในวัยเด็กทำให้เราสนุกกับการค้าขาย เลยไม่ได้คิดเรื่องเงินเท่าไร

อะไรคือสิ่งสำคัญในการบริหารองค์กรที่ทำให้เติบโตได้ขนาดนี้

ผมมองว่าเรื่อง ‘คน’ นี่แหละเป็นฐานของบริษัทที่แข็งแรงมาก ซึ่งก็กลายเป็นว่าบริษัทเราเนี่ย เป็นบริษัทที่รับเด็กจบใหม่หมด เพราะว่า culture มันฝึกง่าย แต่ว่าพอครบห้าปี หัวหน้าก็จะเลือกแล้วว่า ใครต้องไปเรียน MBA ต้องไปนะ ถ้าไม่ไปเราไม่ยอม ขณะที่ไปเรียนบริษัทก็ให้สิทธิทุกอย่าง จะมาทำงานบ้างขาดบ้างไม่เป็นไร ใช้คอมพิวเตอร์ออฟฟิศ ใช้ห้องประชุม ได้หมด คือซัพพอร์ตทุกอย่างเพื่อให้เขาได้เรียนจบ ทุกวันนี้ก็ยังส่งอยู่ ยังมีระบบนี้อยู่ ไม่ต้องเซ็นสัญญาด้วย … ผมว่าเรื่องการศึกษามันเป็นพื้นฐานสำคัญของบริษัทในเครือทั้งหมดนะ

ปัจจุบันคุณอนันต์ทำธุรกิจอะไรบ้างครับ |

จริงๆ มันก็ไม่เยอะนะ ไอ้ที่เยอะน่ะเจ๊งไปหมดแล้ว ก็มีบริษัทแลนด์ฯที่เป็นบริษัทแม่ซึ่งผมถือหุ้นโดยตรง ส่วนบริษัทลูกทั้งหมดผมไม่มีหุ้นส่วนตัวเพื่อตัดปัญหา Conflict of interest Quality House แต่ละบริษัทในเครือก็จะมีการแตกย่อยธุรกิจออกไปอีก อย่างเช่น Terminal 21 Home Pro ฯลฯ นอกจากนี้ก็มีธุรกิจ Shopping Mall ที่เป็นของครอบครัวก็คือ Fashion Island

มีธุรกิจที่ต้องดูแลไม่น้อย แบบนี้มีผลต่อชีวิตครอบครัวบ้างไหมครับ |

ลูกๆ ก็จะไม่ค่อยสนิทกับเราเลย เพราะเราบ้างาน เวลานัดเขาทานข้าวเราไปสาย ลูกก็อารมณ์เสีย ไม่กินมันละ หรืออย่างเวลาไปเที่ยวก็ไม่มีความสุข เพราะเราจะคิดแต่เรื่องงาน ไปญี่ปุ่นเห็นตึกสวยๆ ก็ถ่ายรูปเก็บไว้ ไม่ซื้อของเลย ใครชวนไปทะเล ไปน้ำตก ผมไม่อยากไปเลย บอกดูรูปสวยกว่า อยากได้ยินเสียงน้ำตกก็เปิดเสียงน้ำไหลเอา

ในบรรดาธุรกิจที่ทำมา รู้สึกชอบธุรกิจตัวไหนเป็นพิเศษ |

ผมชอบธุรกิจ Home Pro ที่สุด ก็เพราะว่าเราไม่ได้เป็นผู้ผลิตอะไรเลย คนอื่นๆ เป็นผู้ผลิตให้เราหมด แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้เรามียี่ห้อเป็นของตัวเองก็จ้างเขาผลิต เรามีหน้าที่วางสเปกให้เขา อย่าลืมนะว่า Apple เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีคนงานเลย outsource หมดทุกอย่าง หรือ Uber เป็นบริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ไม่มีแท็กซี่สักคัน เพราะฉะนั้นเราเองก็ใช้วิธีการที่คล้ายๆ กัน ธุรกิจ Home Pro คือซื้อมาขายไป สินค้าใครดีเราเอามาขาย เพียงแต่เราต้อง cash up ให้ทันตลาด ฝึกคนให้ดีเท่านั้นเอง จบละ

สุดท้ายคิดว่าธุรกิจตัวไหนที่ทำแล้วสนุกที่สุด |

ก็ต้องสนุกทุกตัว ไม่มีธุรกิจตัวไหนที่ทำแล้วไม่สนุกเลย เจ๊งยังสนุกเลย

Comments

Powered by Facebook Comments