0 Min. read

ผู้การโคราชโต้ยืนยันไม่เคยเรียกรับเงินสินบนนำจับ 5 แสนบาทตามที่เป็นข่าว เตรียมแจ้งความกลับสาวเมืองกรุง ตำรวจคาดว่าเป็นการแจ้งความแก้เกี้ยวหลังพบว่าจะเป็นการเชื่อมโยงคดีแชร์ลูกโซ่

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2560 พล.ต.ต.สุภากร คำสิงห์นอก ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีที่มี น.ส.อัชฌา นาคธรณินทร์ อายุ 39 ปี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับตน และ พ.ต.ต.วิชานนท์ บ่อพิมาย สว.กก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา อ้างว่าถูกเรียกรับเงินสินบนนำจับ 5 แสนบาท ที่ สน.บางเขน ว่าส่วนตัวตนเองนั้นไม่เคยรู้จักหรือพูดคุยกับ น.ส.อัชฌา มาก่อน ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นได้มีการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่าก่อนหน้ามี นางรุ่งนภา มัทวานุกูล ซึ่งเป็นผู้เสียหายถูกฉ้อโกง เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมาให้ดำเนินคดีกับนางสิริปภา เกตุมัก อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้างของ น.ส.อัชฌา กระทั่งได้มีการออกหมายจับของศาลแขวงจังหวัดนครราชสีมา เลขที่ 76/2560 ลงวันที่ 22 พ.ค.60 ข้อหาฉ้อโกง

ต่อมา พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วิชานนท์ ทำการสืบสวนติดตามกระทั้งสามารถจับกุมน.ส.สิริปภา ได้ในวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงได้ดำเนินการนำตัวมาสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม ซึ่ง น.ส.สิริปภา ให้การซัดทอดถึงผู้ร่วมกระทำผิดในคดีนี้ และต่อมาได้มี อดีตผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหายร่วมด้วย ได้นำพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมมายื่นต่อพนักงานสืบสวน กก.สส.ภ.จ.นม. และต่อมา อดีต ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว ได้มีการเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อัชฌา และ น.ส.สิริปภา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ไว้ที่ สน.บางเขน แล้ว เมื่อประมาณต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มูลค่าความเสียหายกว่า 78 ล้านบาท และในขณะเดียวกัน ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จ.นม. ได้สืบสวนขยายผล จนพบว่า น.ส.อัชฌา อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงประชาชน หรือเป็นตัวการ ในคดีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ มูลค่าความเสียหายเกือบร้อยล้านบาท

พ.ต.ต.วิชานนท์ เปิดเผยว่าจากนั้นได้เชิญตัว น.ส.อัชฌา มาสอบสวนที่ จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 22 ก.ค.60 ที่ผ่านมา เพื่อสอบปากคำในฐานะผู้ให้ถ้อยคำ เนื่องจากได้ตรวจสอบพบความเชื่อมโยงทางการเงิน ซึ่งเบื้องต้นพบว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในคดี ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อัชฌา เพิ่มเติม และขอยืนยันว่า ตำรวจชุดสืบสวนได้กระทำการตามอำนาจหน้าที่และดำเนินการตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามพฤติการณ์ในคดีนี้ และขอให้รอดูผลการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในทางคดีของพนักงานสอบสวน จนถึงผลการพิจารณาคดีนี้ในชั้นศาลต่อไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.สุภากร ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า จากการที่มีภาพถ่ายที่ น.ส.อัชฌา อ้างว่าเป็นการมอบเงินรางวัลนำจับให้กับตำรวจ และมีสื่อบางสื่อได้นำไปเสนอข่าวออกไป ซึ่งมันไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวคือ ผู้ชายในภาพคือนายณัฐ นาคธรณินทร์ ซึ่งทราบในเวลาต่อมาว่าเป็นพี่ชายของ น.ส.อัชญา ที่ร่วมเดินทางมาด้วยในฐานะเป็นญาติ ได้นำเอกสารหลักฐานจาก ดร.สาโรจน์ ลีสวรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหายทีถูกโกงไปเกือบ 80 ล้านบาท ซึ่งในวันดังกล่าวทาง ดร.สาโรจน์ ก็เดินทางมาด้วยตามที่ปรากฏในภาพ มามอบให้กับตำรวจ โดยมี พ.ต.อ.ณรงค์ เสวก ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา เป็นตัวแทนรับมอบเอกสารดังกล่าว โดยขอยืนยันได้ว่าซองที่ได้รับมานั้น เป็นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นของคดีแรก ที่มีผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.สิริปภา ซึ่งในตอนนั้น ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคดีดังกล่าวจะเชื่อมโยงไปถึงตัว น.ส.อัชฌา จึงขอชี้แจ้งเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ

“ขอยืนยันว่าซองที่รับมาเป็นเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นของคดีแรก ที่มีผู้เสียหายได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.สิริปภา เกตุมัก ลูกจ้างของ น.ส.อัชฌา ซึ่งในตอนนั้นยังไม่รู้ว่าคดีดังกล่าวจะเชื่อมโยงไปถึงตัว น.ส.อัชฌา จึงขอชี้แจ้งเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ”

ทางด้านของ พ.ต.ต.วิชานนท์ ได้กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการสืบสวนสอบสวนขยายผล จนกระทั้งพบว่ามีหลักฐานเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงของการโอนเงินจากผู้เสียหายไปยังบัญชีของ น.ส.อัชฌา จำนวนมาก ซึ่งถือว่ามีหลักฐานชัดเจน แต่ด้วยที่ต้องการทำงานให้รอบคอบ จึงยังไม่ได้แจ้งหรือดำเนินการใดๆ กับ น.ส.อัชฌา แต่กลับมาถูก น.ส.อัชฌา เข้าแจ้งความก่อนตามที่เป็นข่าว โดยในส่วนของคดีที่ตนรับผิดชอบในคดีแรก เมื่อมาพบว่ามีผู้เสียหายหลายคน และมีมูลค่าความเสียหายสูง จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมนำส่งพนักงานสอบให้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.อัชฌา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป โดยคาดว่าน่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในอาทิตย์นี้

Comments

Powered by Facebook Comments