4 Min. read

ถ้าพูดกันถึงอาหารข้างทาง หลายคนต้องนึกถึงกาแฟรถเข็นรถพ่วงที่ตระเวนขับไปตามเส้นทางต่างๆ เพื่อบริการความสดชื่นฉ่ำใจแบบเดลิเวอรี่ถึงที่ถึงมือ ก็แหม … กาแฟดี รสอร่อย หากินง่าย (เทียบจอดข้างๆ ก็สะดวกสบายไปอีก) แถมราคาประหยัด กินทุกวันก็ไม่ถึงขนาดล่มจม ใครๆ ก็ปลื้ม แต่ก็นั่นล่ะ กาแฟข้างทางใส่ถุงกระดาษพิมพ์ลายง่อยๆ หรือแก้วพลาสติกพิมพ์ลายเบๆ ที่หาซื้อได้ตามร้านโชว์ห่วยมันจะไปฮิปอะไร ยิ่งเด็กสมัยนี้ยิ่งมองยิ่งเมิน เพราะเดินถือไปไหนมาไหนมันไม่เท่ มีแต่คนแก่ๆ เท่านั้นหรอกที่กินอะไรแบบนี้

อย่าได้ดูถูก!! ถ้าคุณยังไม่รู้จักร้านนี้ … รมย์สราญ ชื่อที่หลายคนบอกว่าเป็นกาแฟรถพ่วงที่เฟี้ยวและมีแนวทางเป็นของตนเองที่สุดในโคราช แถมเปิดมานานกว่า 20 ปี พิสูจน์ข้ามกาลเวลาว่าของเขาเจ๋งและมีดีจริงๆ ไม่แพ้ร้านกาแฟหรูๆ ทั้งในและนอกห้าง พูดเลยว่าถ้าใครยังไม่รู้จักถือว่าเชยสะบัดเลยชั้บๆ

เพื่อไม่ให้คุณๆ เป็นคนเชย ผมจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับเจ้าของร้าน คุณรมย์สราญ สุขสบาย กันครับ หมายเหตุเอาไว้นิดนึงว่า มันอร่อยจริงๆ ก็เลยลงทุนไปสองวัน วันแรกพี่แกยังไม่ตัดผม วันที่สองตัดผมแล้วซะงั้น หล่อไปอีก เหมือนคนละคนจนทีมงานในกองฯซักถามกันใหญ่ว่าใครคือเจ้าของร้าน (อพิโธ่อพิธัง!!) ซึ่งก็เป็นคนเดียวกัน แค่เปลี่ยนมงกุฏเฉยๆ ผมบอกไว้ก่อนจะได้ไม่งง อิอิ ว่าแล้วก็ตามไปอ่านกันโลด!!

STARTING POINT |

เมื่อก่อนทำงานอยู่แผนกรังสีรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชครับ ก็รู้สึกอิ่มตัว อยากมีอาชีพอิสระ ช่วงแรกจะทำงานไปด้วยขายไปด้วย คือยังไม่กล้าทำเต็มตัวเพราะเรายังไม่แน่ใจว่ามันจะไปได้ไหม ที่เลือกมาทำร้านกาแฟก็เพราะเป็นคนชอบบรรยากาศของร้านกาแฟ คิดว่ามันเป็นศิลปะ รู้สึกว่ามันสบาย รู้สึกว่ามันเป็นงานที่สนุกและต้องใช้ใจทำ มันไม่มีหลักการอะไรตายตัว อะไรก็ได้ โดยจุดเด่นของที่ร้านซึ่งใครๆ ก็บอกว่าแปลกดีคือร้านเราใช้ Mokka Pot ครับ แรกๆ ตอนเปิดหน้าร้านก็เคยใช้เป็นเครื่องปกตินี่ล่ะ แต่ที่เปลี่ยนก็เพราะเราไม่ต้องการมีภาระมากไง ถ้าใช้เครื่องเราก็ต้องมีร้านใช่ไหม มีไฟ มีน้ำใช่ไหม แต่แบบนี้เราไม่จำเป็น

TURNING POINT |

หลังจากทำงานประจำไปด้วยขายไปด้วยสักพัก ผมก็ลาออกจากงานมาทำเต็มตัว ก็ลาออกมาได้นานแล้วครับ ประมาณเกือบ 20 ปีที่แล้วพอเราเห็นว่าร้านกาแฟมันพอเดินไปได้ด้วยตัวมันเองเราก็ลาออก มันจะรู้สึกว่าเราทำได้เต็มที่ ถ้าเราทำงานประจำไปด้วยควบคู่กันไป มันจะรู้สึกขาดๆ เกินๆ มันก็ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องพิจารณาแล้วระดับหนึ่งว่าเราอยู่ได้ไหม พึ่งตัวเองได้ไหม

LEARN THE RULES |

ถามว่าจากร้านมาเป็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงได้ยังไงก็คิดแค่ว่าอะไรที่ทำให้เราเซฟต้นทุน เซฟเวลา และเซฟในเรื่องค่าใช้จ่ายก็ทำเลย ซึ่งมอเตอร์ไซค์พ่วงคือตอบโจทย์ ก็อย่างที่บอกว่ากาแฟมันอะไรก็ได้ไงเปิดหน้าร้านก็ใช่ว่าจะเวิร์กนะ แต่มันก็คือการเรียนรู้ มาขายเป็นรถนี่ก็เป็นการเรียนรู้ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจากนี้ต่อไปจะเป็นยังไง ช่วงชีวิตมันอาจจะเปลี่ยน แต่โดยส่วนตัวพอมาทำเป็นรถก็อิสระดี เพราะมันไม่มีค่าเช่า มันไม่มีอะไรกดดัน คือเราอยู่อย่างนี้มันไม่ต้องเครียด ลักษณะการทำงานมันก็ฟรีสไตล์กว่า เพราะไม่ใช่ว่าเราจอดอยู่ตรงนี้ประจำนะ บางครั้งเราก็ขยับไปมุมนั้นบ้างมุมนี้บ้าง มันไม่ต้องฟิกซ์ว่าร้านต้องจัดอย่างนั้นอย่างนี้ บางวันข้างหลังเราอาจจะรถชนกันก็ได้ มันบรรยากาศแห่งความจริง เพราะเราไม่ต้องอยู่ในสถานที่ที่มันไม่ต้องตกแต่ง มันก็เป็นไปตามเรื่องตามราวของมัน แต่ละวันก็ไม่เหมือนกัน เราคิดว่าทุกอย่างเราเป็นผู้กำหนด

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าจะปล่อยสะเปะสะปะไปเสียทุกอย่าง ความตั้งใจมันต้องมีอยู่แล้ว เหมือนกับเราทำให้ลูกค้า ทุกคนก็คาดหวัง คาดหวังอะไร คาดหวังในรสชาติ เพราะฉะนั้นเราทำให้เขา เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด แต่ในบริเวณหรือสถานที่นั้นเราอาจจะเลือกไม่ได้ แต่เราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า อย่างกาแฟ เราก็คั่วเอง เลือกเมล็ดกาแฟที่ดี แต่มันดีที่สุดไหมเราไม่รู้หรอก มันอาจจะมีดีกว่านี้ก็ได้ แต่ก็เอาแค่ว่าเขากลับมากินของเราได้อีกก็ถือว่าของเราใช้ได้ แต่บางทีคำว่ารสชาติของกาแฟมันก็ยังไม่พอนะ มันก็ต้องรวมทั้งความสะอาด ความตั้งใจของคนขาย บุคลิกภาพคนขาย ราคาด้วย

GROWING HAPPINESS |

ในส่วนของ Mokka Pot ก็ไม่ได้เรียนมาจากไหน ทดลองทำมาเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าไปเรียนรู้จากที่ไหน มันไม่มีสูตรอ่ะ แต่เมื่อก่อนที่เราใช้เครื่องชง ตอนที่เราไปซื้อเขาก็จะมีบอก มีการเทรนให้ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องตามเขาไปทั้งหมด ดูอย่างกาแฟโบราณเขายังขายได้เลย เขาใส่อะไรกันบ้าง เราดูแค่นั้นพอแล้ว มีนม มีน้ำตาลก็ว่าไป เรียกว่าเป็นสูตรคิดเองก็ได้ มันก็มาจากการที่เราได้ชิมแล้วเรารู้สึกว่าเราชอบรสชาติแบบนี้ พอเอามาขาย แล้วมีคนมาซื้อมากินของเรา ก็แสดงว่าเขาก็คงชอบรสชาติเหมือนกับเรา คือเราไม่จำเป็นต้องไปจำกัดความหมายของมันมาก

SHARING INSPIRATION |

หลักในการทำมาหากินของผมก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ใช้อุปกรณ์ให้มันคล่อง และให้ความรู้สึกที่ดีกับลูกค้าคิดว่าเราเป็นผู้ให้ คือถ้าเราคิดว่าเราเป็นผู้ให้เราก็จะมีกำลังใจ เพราะถ้าคิดว่าเราจะต้องได้ มันก็จะเครียด แต่พอเราเป็นผู้ให้ เราก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า หลักของผมมีแค่นั้น

ตอนนี้ขายมา 20 ปี ยอดขายอะไรต่างๆ ก็เหมือนเดิมครับ ไม่ขึ้นไม่ลง ไปเฉยๆ อย่างนี้นี่ล่ะ แต่ถ้าเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยว จะได้ลูกค้ากลุ่มใหม่เยอะนะ เพราะเรามาอยู่จุดที่มันเป็นทางผ่านไปย่าโมพอดี บางทีเขามาจากกรุงเทพฯปีที่แล้ว ปีนี้เขากลับมา เขาก็แวะมา

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ที่ตั้ง : ถ.โพธิ์กลาง หน้าสถาบันกวดวิชา Tutor (เยิ้องตลาดแม่กิมเฮง) จากหน้าย่าโมมาประมาณ 100 เมตร

เปิด-ปิด : เริ่มขายตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึงบ่าย 3 โมง หรือจนกว่าของจะหมด

เบอร์โทร : 084-154-5438 / 063-051-8980

••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Interview : จิตรา แก้วลอยมา + ชลธิชา สินค้า

Photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ

Comments

Powered by Facebook Comments