2 Min. read

วณิพก … หลายคนไม่คุ้นคำนี้ คืออะไรอ๊า! แต่ถ้าพูดถึง นักดนตรีเปิดหมวก คงร้องอ๋อกันเป็นแถว นักร้องนักดนตรีเหล่านี้มีเครื่องเล่นดนตรีประกอบอยู่ไม่กี่ชิ้น เปรียบท้องถนนเป็นเวทีขนาดใหญ่ เปรียบคนที่เดินผ่านเป็นผู้ชมที่หยุดฟังบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนราคาบัตรนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจที่ผู้ชมหยิบหย่อนลงในกล่อง เราแทบจะแยกไม่ออกเลยทีเดียวว่าพวกเขากำลังขายเสียง ขายความสุข ขายความน่าสงสาร หรือขายความสามารถกันแน่ และแม้ว่าปัจจุบันการให้คุณค่าเชิงลบต่อการแสดงริมทางจะยังคงมีอยู่ แต่วัยรุ่นและคนทั่วไปก็เริ่มหันมาเล่นดนตรีริมทางกันมากขึ้น

นอกจากมูลค่าที่เป็นตัวเงินหรือสินน้ำใจตอบแทนที่ใช้เป็นทุนในการดำรงชีวิตแล้ว ยังมีมูลค่าแบบอื่นๆ อีกไหมนะที่เร่งเร้าให้พวกเขาและเธอกระโจนมาเร่ขายเสียงและความสามารถกันริมถนน

ร้องแลกเงิน |

ฉันได้มีโอกาสพูดคุยกับ นายบุญหลาย สักบุตร และ นายธีรวัต ชัยฤทธิ์ สองนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา สาขาพัฒนาสังคม คู่หูดูโอ้ที่ตลาดไนท์วัดบูรพ์ … เสียงร้องที่ฉันได้ยินนั้นถ้าหากพูดกันตรงๆ ก็คงไม่ได้ไพเราะอะไรนัก แต่กลับสามารถทำให้ฉันและใครหลายๆ คนที่เดินผ่านหยุดฟังได้ เพราะเห็นถึงความพยายาม ความตั้งใจ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้นั่งเฉยเพื่อรอให้มีคนมาสงสาร

“จุดเริ่มต้นของการมาร้องเพลงที่ตลาดไนท์วัดบูรพ์คือมีเพื่อนแนะนำมา วันหนึ่งก็ได้อยู่ประมาณ 400 บาท ร้องตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึง 20.00 น. ก็กลับแล้ว ที่เรารู้เวลาก็เพราะพอถึงเวลาก็จะมีเสียงนาฬิกาเตือน เราเดินทางมาร้องเพลงที่นี้ด้วยรถสาย ก็ต้องกลับตรงเวลาเพราะเดี๋ยวรถหมด ร้องแค่อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นไม่ได้มาทุกวัน ” บุญหลายกล่าวกับฉัน

ทำไมถึงคิดจะมาร้องเพลงกันริมถนน – ฉันถาม

“เอาตรงๆ คืออยากมีเงินใช้ ก็เหมือนๆ คนทั่วไป สมัยนี้อะไรก็ต้องซื้อหา การที่เราจะนั่งรอนอนรอให้คนมาสงสารเห็นใจหยิบยื่นโน่นนี่นั่นตลอดเวลาเราก็ไม่โอเค คือคนส่วนใหญ่จะคิดว่าคนตาบอดหรือคนพิการต้องนั่งขอทานอย่างเดียว หรือต้องรอให้คนช่วยเหลือ เป็นภาระสังคม จริงๆ คนพิการหลายคนมีความสามารถ เราสองคนพยายามช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เป็นภาระคนอื่นให้น้อยที่สุด อย่างการมาร้องเพลงก็เป็นอีกวิธีหาเงินที่ช่วยแบ่งเบาภาระของคนรอบข้าง เราอาจไม่ได้เสียงดีหรือเล่นดนตรีขั้นเทพ หลายคนอาจให้เงินด้วยความสงสารหรืออะไร แต่อย่างน้อยๆ เราก็มีความสุขและภูมิใจกับเงินที่ได้เพราะเราขายความสามารถจากความพยายามของเรา ไม่ได้ไปทำอาชีพทุจริตหรือคดโกงใครเขามา ก็ภูมิใจในตัวเอง ก็อยากขอบคุณทุกๆ คนที่เสียเวลาฟังเราร้องเพลง เราก็หวังว่าคุณจะมีความสุขบ้างไม่มากก็น้อย และก็ต้องขอขอบคุณคุณๆ ที่เสียเวลาเงินมอบให้เราครับ”

ร้องแลกสุข |

นายพลากร แจบไธสง เป็นอีกหนึ่งคนที่เล่นดนตรีในตลาดไนท์วัดบูรพ์ ต่างกับสองคนแรกตรงที่ร่างกายของเขาปกติดีทุกอย่าง แต่ที่เลือกมาเล่นดนตรีริมทางก็เพราความรักในการร้องเพลงนั่นเอง

“เริ่มเล่นมาได้ 2-3 ปีแล้วครับ เล่นเพราะว่าเป็นความชอบ หัดเล่นกีต้าร์เองจาก YouTube ตั้งแต่อายุ 16 ปี ตอนนี้ก็ 28 แล้ว จริงๆตอนนั้นที่หัดเล่นแรกๆ เป็นเพราะว่าอยากไปจีบสาวเฉยๆ พออกหักเราเลยหยุดเล่นไปสักพัก แล้วกลับมาเล่นอีกครั้งตอนอายุ 21-22  ปี”

ทำไมถึงคิดจะมาร้องเพลงริมถนน – ฉันถาม

“ตัดสินใจมาเปิดหมวกดูเพื่อหาเงินให้ตัวเองซึ่งเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนะว่าในแต่ละวันจะได้เงินเท่าไร เล่นเพราะว่าตัวเองชอบ ช่วงแรกๆ ยอมรับว่ามีรู้สึกเขินๆ บ้างครับ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว คือเรามีความสุขที่ได้เล่น เรื่องเงินถามว่าสำคัญไหมก็สำคัญ แต่ความสุขที่ได้ร้องเพลงสำคัญกว่า”

เคยคิดจะไปประกวดร้องเพลงตามเวทีต่างๆ บ้างไหม – ฉันถามอีก

“เคยไปประกวดร้องเพลงอยู่ครั้งหนึ่งแล้วตกรอบกลับมา มันยากเกินไปสำหรับเรา จากนั้นก็ไม่เคยไปประกวดที่ไหนอีกเลย เพราะแนวเพลงของเราไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ อีกอย่างเราต้องพัฒนาตัวเองอีกเยอะครับ” เขาเล่าพร้อมอมยิ้ม แล้วใช้มือดีดที่สายกีต้าร์แก้เขิน

ร้องแลกประสบการณ์ |

น้องเจเจ – ด.ญ. นาราชา รัชวิชโรธร วัย 12 ขวบ คืออีกหนึ่งศิลปินริมทางตัวจิ๋ว ที่ถ้าใครได้เดินผ่านเป็นต้องหยุดฟังเสียงใสๆ ของเธอกันแทบทุกคน

ในทุกๆ วันหลังเลิกเรียนเธอมักจะมาร้องเพลงที่ตลาดเซฟวัน โดยมีพ่อเป็นคนเล่นกีตาร์ให้ แต่บางครั้งเธอก็ทั้งร้องทั้งเล่นเอง จุดเริ่มต้นของเธอเริ่มจากการที่เธอชอบร้องเพลงมากโดยเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เวลาอยู่บ้านว่างๆ ก็อัดวีดีโอลง YouTube จากนั้นเมื่อพ่อแม่ของเธอได้เห็นถึงความสามารถตรงนี้ จึงได้พาน้องเจเจมาลองเล่นที่ตลาดเซฟวันเพื่อหาประสบการณ์

“แรกๆ ก็มีเขินอายบ้างค่ะ แต่หลังๆ ก็เริ่มชินกับผู้คนเยอะๆ” น้องเจเจตอบ

เธอเริ่มก้าวสู่ศิลปินริมทางได้ 5 เดือน ซึ่งพ่อของเธอเล่าว่า “ไม่คิดว่าจะเล่นได้นานขนาดนี้ แค่พาน้องมาลองเฉยๆ แต่ปรากฏว่าผลตอบรับดีก็เลยเล่นมาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ เคยมีผู้ใหญ่เห็นแววแล้วมาทาบทามให้เธอไปเล่นที่สถานบันเทิงด้วย แต่เสียดายที่อายุยังน้อย บางครั้งก็มีคนเดินเข้ามาขอเพลง ซึ่งส่วนใหญ่น้องเจเจถนัดร้องเพลงสากลมากกว่าเพลงไทย เธอใช้โอกาสในนี้ฝึกภาษาให้ตัวเองไปด้วย”

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาและเธอจะร้องเพลง/เล่นดนตรีเปิดเพลงด้วยเหตุผลใดก็ตาม สุข เงิน หรือประสบการณ์ แต่สิ่งที่ได้รับแน่ๆ คือความรื่นรมย์แบบฟรีๆ ที่ผู้ฟังซึ่งเดินผ่านไปผ่านมาจะได้รับไม่มากก็น้อยและจะด้วยตั้งใจฟังหรือไม่ก็ตาม

เดินๆ ไปมีเสียงดนตรีเพราะๆ ให้ฟังก็จรุงใจดีไม่หยอกนะเออ ชีวิตจะได้ไม่เงียบจนเกินไป หรือไม่จริง


Writer : สุภาศิณี หางนาค สาขานิเทศศาสตร์ วิชาเอกวารสารศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

Re-Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

photo : ฤทธิเดช เถียมสันเทียะ // สุภาศิณี หางนาค

Location : ตลาดไนท์วัดบูรพ์ // ตลาดเซฟวัน

Comments

Powered by Facebook Comments