3 Min. read

เราทุกคนรักพ่อหลวง เราทุกคนต่างรู้โดยถ้วนทั่วเต็มหัวใจว่าพ่อทรงงานหนักที่สุด เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดในโลก โครงการต่างๆ ตามแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านดีและมีคุณเอนกอนันต์ต่อปวงพสกนิกร เรารู้ เรารัก แต่เราเพิกเฉย น้อยคนนักจะเดินตามรอยที่พ่อได้กรุยทางไว้ให้ เพราะอะไร?

โปรดอ่านข้อความนี้ “ผมเคยถามหลายคนว่ารักในหลวงที่ตรงไหนเขาก็บอกว่าในหลวงทำเพื่อประชาชนเขาเลยรักในหลวง ผมบอกผมรักในหลวงต่างจากพวกคุณนะ ผมไม่ได้มองว่าท่านทำเพื่อประชาชนรึเปล่า แต่ผมมองว่าท่านเป็นตัวอย่างการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย อย่างที่เราเคยเห็นอย่างยาสีฟันท่านก็บีบจนแบน รองเท้าท่านก็เอาไปปะ ซึ่งระดับพระมหากษัตริย์ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ซื้อใหม่ก็ได้ แต่ท่านทำให้ดู เบิกดินสอปีละ 12 แท่ง ทำไมไม่รักในหลวงตรงนี้ ทำไมเราไม่ใช้ชีวิตแบบที่ท่านทำให้เราดู”

ข้อความข้างต้นเป็นของผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่หลายคนรู้จักในนาม อาจารย์ทอง ธรรมดา แห่ง เพชรพิมาย … ผืนดินว่างเปล่าที่ถูกพลิกฟื้นจนกลายเป็นเรือกสวนไร่นาทางการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ผู้ชายที่ไม่เคยมีความรู้ทางการเกษตรเลย แต่กลับกลายเป็นปราชญ์ปราดเปรื่องซึ่งสามารถให้ความรู้ทางด้านการเกษตรอย่างรู้ลึก รู้ดี รู้จริง และเชี่ยวชาญ

STARTING POINT |

แต่เดิมผมกับหุ้นส่วนทำโรงงานอุตสาหกรรมมาก่อน เป็นโรงงานผลิตอิฐแดง-อิฐมอญที่ใช้ในงานก่อสร้าง พอปี 2540 เกิดเหตุการณ์พลิกผัน ฟองสบู่แตก การก่อสร้างต่างๆ มันหยุดหมด โรงงานของผมเลยอยู่ไม่ได้ ผมกับหุ้นส่วนก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป ปรึกษากันว่าเราจะทำการเกษตร เพราะพอดีโรงงานมันเหลือเนื้อที่ข้างหลังเป็นที่ดินเปล่าประมาณ 15 ไร่ เราเลยลงไปทำการเกษตรกัน ที่นี้หากทำการเกษตรผมกับหุ้นส่วนก็มาปรึกษากันอีกทีว่าเราจะทำอะไรกันดี ตกลงกันที่องุ่น เลือกองุ่นเพราะมองว่าองุ่นเนี่ยสร้างผลตอบแทนเร็ว รายได้ค่อนข้างดี ผมเองเกิดมายังไม่เคยเห็นต้นองุ่นเลย แต่เมื่อหุ้นส่วนจะปลูกก็ไม่ขัดใจ ปลูกก็ปลูก ซึ่งหุ้นส่วนบอกปลูกทั้งทีเราต้องปลูกให้ดีกว่าคนอื่น ต้องปลูกองุ่นนอก องุ่นไทยไม่ปลูกเพราะว่ามันพื้นๆ เกินไป ซึ่งองุ่นนอกมันก็จะราคาแพงหน่อย ต้นหนึ่งตกอยู่ที่ราคาประมาณ 300 – 500 บาท เราปลูก 10 กว่าไร่ ลงทุนเป็นล้านเฉพาะต้นพันธุ์

พอปลูกไปสักพักปัญหาเกิด นั่นเพราะพวกเราไม่มีความรู้ในเรื่องการเกษตรเลย ไม่เคยปลูกองุ่นมาก่อนในชีวิต เรามองว่าเอาปุ๋ยใส่เอายาฉีดมันก็น่าจะได้ แต่พอทำแล้วมันไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ มันเกิดปัญหา องุ่นไม่โตแล้วทยอยตายไปเรื่อยๆ เราเลยตัดสินใจไปจ้างนักวิชาการมาจากภาคกลาง เพราะที่ภาคกลางในตอนนั้นปลูกองุ่นเยอะ ทั้งแถวกำแพงแสน นครปฐม ราชบุรี แถวนั้นเขาจะปลูกองุ่นเยอะ เราก็จ้างนักวิชาการมาดูให้ เดือนๆ หนึ่งจะมาดู 2 ครั้ง ค่าจ้างตกครั้งละ 3,000 บาท ค่าน้ำมันอีก 2,000 บาท แล้วก็พาเขาไปเลี้ยงข้าว สิริรวมเดือนละ 10,000 กว่าบาท เขามาถึงเข้าไปเดินดูในแปลงแล้วก็เขียนรายการให้คล้ายๆ หมอสั่งยา เขาว่าเอาปุ๋ยนี้ใส่เอายานี้ฉีดนะ เราก็ทำตาม ทำตามอยู่ประมาณ 6 เดือน แทนที่องุ่นจะดีขึ้นกลับพากันทยอยตายเพิ่มไปเรื่อย มันไม่ได้ผล มันผิดวิธี หุ้นส่วนก็ปรักษากันว่ามี 2 ทางให้เลือกคือ ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็เลิกเสียหรือไม่เราก็ต้องหาผู้รู้จริงมาดูแลให้

TURNING POINT |

พอดีผมไปซื้อวีดีโอมาม้วนหนึ่งเป็นของอาจารย์ ดร.เกษม สร้อยทอง ท่านสอนอยู่ที่ลาดกระบัง เราก็เอาวีดีโอชุดนั้นมาดู ซึ่งท่านได้บรรยายว่า

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ถ้าเราจะปลูกพืชอะไรเราต้องเรียนรู้ก่อน เข้าใจมันก่อน แล้วค่อยๆ ปลูก เราต้องปรับดินให้เหมาะกับพืช พืชมันถึงเจริญเติบโตได้ ไม่ใช่สักแต่ปลูก

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ฟังครั้งแรกโดนใจเลย อาจารย์พูดแทงใจดำเรามาก เพราะว่าเราไม่ได้ทำอะไรสักอย่างที่อาจารย์พูด ฟังจบผมก็โทรไปหาท่านเลย บอกว่าอาจารย์ครับผมปลูกองุ่นอยู่พิมาย ถ้าอาจารย์มีเวลาช่วยมาดูให้ผมหน่อย องุ่นผมทยอยตายจนจะหมดแล้ว ท่านก็เมตตาบอกผมว่าเดี๋ยววันเสาร์จะมา พอมาถึงท่านก็เดินเข้าไปในสวน เดินเข้าไปยังไม่ถึงในสวนดี แค่ปากทางที่พอจะมองเห็นต้นองุ่นอยู่ลิบๆ ท่านก็บอกว่าท่านรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นผมเจอท่านครั้งแรกเนาะ ความเชื่อถือยังไม่มี นึกในใจว่าอาจารย์ขี้โม้เกินไปหรือเปล่าเพราะผมอยู่กับมันเป็นปีๆ ผมยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น อาจารย์ตอบว่าดินใต้เท้าที่เดินมันเป็นกรด มันขาดอินทรียวัตถุ ต้นองุ่นพวกนั้นรากเน่าหมดแล้ว ผมไม่เชื่อเลยสั่งหัวหน้าคนงานให้เอาจอบไปขุด ถ้ารากไม่เน่าให้อาจารย์กลับกรุงเทพฯเลย แต่พอลองขุด ไม่ว่าต้นไหนต้นนั้นเน่าหมด ก็เลยขอคำแนะนำจากท่าน ท่านบอกต้องปรับสภาพดิน ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกต้องใส่ ใส่ยากันรากเน่าลงไป ตัดแต่งกิ่งออก ไม่นานเดี๋ยวมันก็โต ผมลองทำตามท่าน หลังจากนั้น 6 เดือนผมก็ได้ขายองุ่น

GROWING HAPPINESS |

ผมนับถือท่านอาจารย์มาก ไม่ใช่แค่เพราะท่านช่วยชุบชีวิตองุ่นและพวกผมที่ทำการเกษตรแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์นะครับ แต่ตลอดเวลาที่ท่านอาจารย์มาดูแปลงองุ่นให้พวกผม กรุณามาแนะแนวทางและช่วยเหลือพวกผม ท่านอาจารย์ ดร.เกษม สร้อยทอง ไม่เคยคิดเงินแม้แต่บาทเดียว มาหาเราทุกเดือน ค่าน้ำมันก็ไม่เอา ในใจตอนนั้นคือคิดว่ามันมีด้วยหรือคนอย่างนี้ในโลก เราก็ประทับใจเนาะว่าคนอย่างนี้จะไปหาได้จากที่ไหน เสียเวลาก็เสีย เสียเงินก็เสีย แล้วไม่เอาอะไร ท่านไม่ได้อะไรเลยจากเรา ไม่ได้อะไรเลย มีแต่พาไปเลี้ยงข้าว บางครั้งเราต้องแอบเติมน้ำมันรถให้ ซึ่งถ้าท่านรู้ท่านก็จะไม่เอา ตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเป็นอย่างทุกวันนี้

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

จากที่ผมได้พบกับท่านอาจารย์ ดร.เกษม สร้อยทอง ตั้งแต่นั้นมาผมก็มีความคิดที่อยากจะเป็นให้ได้อย่างท่าน เวลาที่มีเกษตรกรเข้ามาถามปัญหา ถ้าเรารู้เราก็จะบอกทุกคน เพราะเรามองว่ามันคือการช่วยเหลือสังคมเหมือนที่ท่านอาจารย์ช่วยเรา คือถ้าท่านไม่ช่วยผมในวันนั้นก็ไม่มีผมในวันนี้ เป็นไอดอลว่าคนอย่างนี้เราต้องเอาเป็นตัวอย่าง

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

หลังจากนั้นสวนองุ่นเพชรพิมายก็ประสบผลสำเร็จ มีหนังสือเกี่ยวกับการเกษตรเข้ามาทำข่าว เล่มแรกจะเป็นเพื่อนเกษตรมาทำข่าว พอทำข่าวเรียบร้อยทางหนังสือก็ได้ขอร้องให้ผมเขียนคอลัมน์ให้ ผมบอกผมไม่เคยเรียนเกษตรผมเขียนไม่ได้หรอก เขาบอกให้เขียนจากประสบการณ์ไม่ต้องเขียนวิชาการก็ได้ ตั้งแต่นั้นผมก็เลยตกลงเขียนให้ ตอนนั้นผมใช้นามปากกาว่าอาจารย์ทอง ธรรมดา ทองเป็นชื่อเล่น ผมเอามาใช้เป็นนามปากกาซะเลย พอเขียนออกไปเสร็จปุ๊บ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ รายการวิทยุแห่งประเทศไทยก็ขอเข้ามาทำข่าว ทีนี้รถไม่มีที่จอด เต็มหมด

หลังจากปลูกองุ่นได้ 3 ปีก็มีเรื่องให้ต้องหนักใจตามมา คือสำหรับผมมองว่าการปลูกองุ่นมันเก่งอย่างเดียวไม่ได้มันต้องเฮงด้วย เฮงคืออะไร เฮงก็คือเราสามารถบังคับให้มันออกวันที่ 1 มกราคมก็ได้ ออก 14 เมษายนก็ได้ ออกวันตรุษจีนก็ได้ แต่ปัญหาคือเราไม่เฮง เพราะเราบังคับให้มันออกตามที่เราต้องการไม่ได้ อย่างสมมติครั้งหนึ่งเกิดฝนตก 2 วันติดกัน องุ่นทั้งสวนกลายเป็นไวน์หมด แมลงหวี่เต็มสวนหมด ขาดทุน เป็นอย่างนี้เราก็เลยกลับมาพิจารณาว่าเราคงไม่เฮงแล้วล่ะ มันเก่งแต่ไม่เฮง พอไม่เฮงเราก็มานึกว่าเราจะปลูกต้นอะไรที่ไม่ต้องเฮงก็ได้ เก่งอย่างเดียวพอ หุ้นส่วนลงมติกันว่าปลูกส้มสายน้ำผึ้งดีไหม เราก็ไปเอาพันธุ์มาจากที่ อ.ฝางมาปลูกที่นี่

พอปลูกส้มเราเรียนรู้ก่อนแล้วไม่พลาดแล้วล่ะ ที่สำคัญคือโชคดีที่ท่านอาจารย์ ดร.เกษม สร้อยทอง ท่านก็เชี่ยวชาญเรื่องส้มด้วย พอเราปลูกส้มปุ๊บก็ประสบความสำเร็จ ส้มเราเอาไปประกวดที่ อ.ฝาง กับแหล่งกำเนิดเราก็ชนะ เรามองว่าฝีมือเราใช้ได้ ส้มเพชรพิมายดังมาก ไปขายถึงโคราชคนก็แย่งกันซื้อ อร่อยมาก ปลูกส้มได้อีก 6 ปี ปรากฏว่าผมเริ่มเบื่อ เพราะอะไร เพราะผมมองว่าถ้าปลูกส้มต่อไปชาวบ้านแถวนี้ไม่ได้อะไรเพราะเขาทำตามผมไม่ได้ มันใช้วิชาการเยอะ อีกอย่างคือต้นทุนสูง ชาวบ้านแถวนี้ยากจน ผมอยากจะแบ่งปันให้ชาวบ้านด้วย เราไปอยู่ที่ไหนก็อยากให้ที่นั่นเจริญไปด้วย

คิดแบบนั้นผมเลยบอกหุ้นส่วนว่าถ้าเราปลูกส้มไปก็ไม่ได้ประโยชน์ เรารวยอยู่คนเดียว ผมไม่ปลูกส้มแล้ว ผมจะเลิก หุ้นส่วนก็ถามว่าเราจะปลูกอะไร ผมบอกผมจะปลูกมันสำปะหลัง หุ้นส่วนก็คัดค้าน เขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นให้ผมซื้อหุ้นไปปลูกเลย ยกให้เลย ผมก็ซื้อหุ้นแล้วเริ่มปลูกมันสำปะหลัง เราก็ศึกษาก่อน ศึกษาแล้วเราจึงลงมือปลูก มันสำปะหลังชาวบ้านปลูกได้ไร่ละ 3 ตัน ของเราปลูกครั้งแรกเลยได้ 21 ตัน ได้ 7 เท่าของเขา พอประสบความสำเร็จเราก็พยายามเผยแพร่ความรู้ออกไปจากรายการวิทยุชุมชน ชาวบ้านก็แห่มาดู พอมาดูเสร็จก็ไม่ทำตามเพราะเขามองว่าลักษณะผมเป็นเถ้าแก่ไม่ใช่เป็นเกษตรกร เรามีโรงงานทำปุ๋ยหมักเอง แล้วเราเอาปุ๋ยไปใส่ไรละ 2 ตันชาวบ้านไม่มีปัญญาใส่ไร่ละ 2 ตันแบบเรา ใส่ปุ๋ยไร่ละกระสอบก็หมดเงินแล้ว ไร่ละ 2 ตันเอาที่ไหนใส่ เราพยายามบอกชาวบ้านว่าไร่ละ 2 ตันเนี่ยเราลงทุนตันละ 100 เองนะ เราไปซื้อกากอ้อยจากโรงงานน้ำตาลพิมายตันละ 100 แล้วเราเอามาหมักแล้วก็เอาไปใส่ ไร่ละ 2 ตัน 200 บาท ถ้าคุณไปซื้อปุ๋ยอินทรีย์ที่ตลาด กระสอบหนึ่ง 50 กิโลราคา 300 บาท คุณลงทุนมากกว่าผมนะ ทำไมคุณไม่ทำอย่างผม เขาก็บอกว่าเขาหมักปุ๋ยไม่เป็น มันยุ่งยาก ซื้อเอามันง่ายดี มันไม่ใช่แล้วเนาะ ก็พยายามบอกชาวบ้าน ชาวบ้านไม่เอา ไม่เอาก็อย่าเอา เราทำเองเราก็ปลูกมันอยู่หลายปี ปลูกมันสำปะหลังเสร็จผมก็มองว่าอนาคตมันสำปะหลังมันจะไปไม่ได้ เพราะเรื่อง AEC ด้วย เรื่องแรงงานหายาก มันต้องปลูกทุกปี แรงงานหายากขึ้นทุกปี ค่าแรงแพง ผมก็เลยเลิกปลูกมัน พอเลิกปลูกมันเราเลยมาคิดว่าเราจะทำอะไรที่มันยั่งยืน ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้นานๆ แล้วก็สร้างรายได้ได้ด้วย

ผมได้ไปพบทฤษฎีพ่อหลวงเรื่องเกษตรผสมผสาน เราเลยน้อมนำแนวพระราชดำริเริ่มต้นทำในพื้นที่ของเรา เราปลูกพืชแบบผสมผสาน เราไม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว เราปลูกพืช 3 ระยะคือ ระยะสั้นปลูกผักต่างๆ ระยะกลางปลูกไม้ผล ส่วนระยะยาวเราก็ปลูกไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้ยางนา ไม้ประดู่ เราปลูกไม้เศรษฐกิจพวกนี้รอบแปลงเลย

เพราะอะไรจึงต้องปลูกพืชแบบผสมผสาน นั่นก็เพราะพืชระยะสั้นมันใช้เวลาเร็วในการให้ผลผลิต เราสามารถเอามากินเอามาขายได้เลยทันที เราสามารถเอารายได้ตรงนั้นเข้ามาเลี้ยงดูในสวนได้ทุกวัน พอมันมีรายได้เกือบทุกวันก็มีเงินที่จะจ่ายได้ทุกวัน แต่ถ้าปลูกพืชเชิงเดียวปีหนึ่งเก็บได้ครั้งเดียว ต้องรอ มันไม่มีรายได้ที่จะจ่ายทุกวัน

ส่วนพืชระยะกลางอย่างไม้ผลต่างๆ ที่เราเอามาปลูก ข้อดีคือถึงแม้ว่ามันอาจจะสร้างรายได้ปีหนึ่งแค่ครั้ง 2 ครั้ง แต่พืชระยะกลางพวกนี้จะมีประโยชน์มากเพราะเราเอาไว้ใช้หนี้ เกษตรกรก็จะมีเงินใช้หนี้ สมมติถ้าปลูกพืชเชิงเดียว เกษตรกรจะนำเงินที่ได้ครั้งเดียวมาใช้จ่าย ใช้ไปใช้มาก็หมด พอหมดก็ไม่มีเงินใช้หนี้ ที่นี้เมื่อปลูกพืชระยะกลางเราก็จะสามารถแบ่งไว้ใช้หนี้ ส่วนพืชระยะยาวไม่มีลงราคา ยิ่งนานยิ่งแพง อันนี้เอาไว้เป็นบำนาญชีวิต ถ้าเกิดอีกหน่อยเราอายุ 50-60 ปี ทำงานไม่ไหว ไม้พวกนี้ราคาต้นหนึ่งเป็นหมื่น ถ้าเราปลูกไว้เป็น 1,000 ต้น เราก็มีเงินบำนาญไว้ใช้จ่ายในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างสุขสบายตามอัตภาพ ตอนนี้ผมปลูกไว้เต็มไปหมด

SHARING INSPIRATION |

ที่ผมมีวันนี้ได้ นอกจากท่านอาจารย์ ดร.เกษม สร้อยทองแล้ว สำคัญคือแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

พระองค์ทรงสอนให้เรามีภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง การที่เราปลูกพืชเชิงเดี่ยวก็เหมือนถนนเส้นเดียว ถ้าถนนเส้นนี้เป็นอะไรไปแล้วเราจะไปยังไง ของผมทำซอยไว้เยอะแยะเลย ถ้าเส้นนี้ผมไปไม่ได้ผมก็มีอีกเส้นหรือสองเส้นสามเส้นให้เลือกไป แบบนี้เราก็อยู่ได้ นอกจากที่เราจะอยู่เองได้แล้วเราก็ต้องพยายามถ่ายทอดเรื่องการทำเกษตรแนวใหม่ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่คนอื่นๆ ด้วย เพื่อที่พวกเขาจะได้มีภูมิคุ้มกันแบบเราด้วยเหมือนกัน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เท่าที่ผมสัมผัส น่าเศร้าคือเรามีพ่อหลวงแต่เราไม่รู้จักเอาหลักเอาแนวพระราชดำริของพ่อหลวงมาใช้ พ่อหลวงสอนเราไว้ทำไมเราไม่ทำตาม ทำไมไม่รู้จักสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ทำไมเราต้องไปเสี่ยงอีก เพราะจริงๆ แล้วโดยส่วนใหญ่ทฤษฎีของพระองค์ท่านได้ผ่านพระวินิจฉัยมาแล้วเป็นอย่างดีก่อนที่จะมอบให้แก่ประชาชน เป็นแนวทางที่สุดยอดที่สุดในโลก ที่สำคัญคือทำได้จริง โดยเฉพาะเรื่องการเกษตร ผมมองว่าพระองค์ท่านทรงเป็นสุดยอดอัจฉริยะเรื่องการจัดการพื้นที่ 30 : 30 : 30 : 10 พระองค์ท่านทรงคิดขึ้นมาได้ยังไง ทุกวันนี้ผมก็ยังคิดไม่ออกว่าพระองค์ท่านเอาแนวพระราชดำรินี้มาจากไหน ทำไมพระองค์ทรงรู้จักแบ่งสันปันส่วน ทำนา 30 ปลูกผลไม้ 30 เป็นบ่อน้ำ 30 เป็นที่อยู่อาศัย 10 ถ้าใครทำตามนี้ได้เรื่องภัยแล้งไม่ต้องกลัว เรื่องน้ำท่วมก็ไม่มี พออยู่พอกินของตัวเองได้ด้วย

LEARN THE RULES |

เรื่องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่พระองค์ทรงประทานให้พสกนิกรชาวไทยคือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งผมมองว่าคนทั่วไปไม่เข้าใจเลยเพราะมันเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ก็เคยได้ยินเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเนาะ แล้วได้เอาไปทำจริงไหม

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเนี่ยให้ลดละเลิกความอยากลง เขียนไว้ข้างฝาว่าอยู่อย่างอดอยาก คำว่าอดอยากไม่ได้แปลว่าไม่มีกิน อดอยากคือลดความอยากลง ทุกวันนี้ที่ถ้าเราจนเพราะเรามีความอยากเยอะ เราอยากได้โน่นอยากได้นั่นแล้วมันก็จะอยากได้นี่ ในที่สุดมันจะได้หนี้ ถ้าเราไม่อยากได้หนี้ เราก็ต้องลดความอยากได้โน่นนี่นั่นลง ในทุกครั้งที่จะควักเงินออกจากกระเป๋าให้ถามใจตัวเองดูก่อนว่าจำเป็นหรือยัง ถ้าจำเป็นให้ซื้อ ถ้าแค่อยากอย่าซื้อ ให้ชั่งใจดูก่อน

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ส่วนตัวผมยังไม่เคยเข้าห้างเลย ไม่ได้เงินผมหรอก เพราะผมไม่ซื้อของห้าง ผมจะแอนตี้ห้างหรือห้างค้าปลีกเล็กๆ ที่มีเต็มประเทศ ผมจะไม่ซื้อเลย ผมมองว่าถ้าผมจะซื้อผมจะซื้อกับข้าวร้านตาสายายมียายมาดีกว่า ชาวบ้านจะได้มีเงิน อยู่ได้ ถ้าไปอุดหนุนห้างพวกนี้ เขาก็ขนเงินไปต่างประเทศหมด

ผมเคยถามหลายคนว่ารักในหลวงที่ตรงไหนเขาก็บอกว่าในหลวงทำเพื่อประชาชนเขาเลยรักในหลวง ผมบอกผมรักในหลวงต่างจากพวกคุณนะ ผมไม่ได้มองว่าท่านทำเพื่อประชาชนรึเปล่า แต่ผมมองว่าท่านเป็นตัวอย่างการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย อย่างที่เราเคยเห็นอย่างยาสีฟันท่านก็บีบจนแบน รองเท้าท่านก็เอาไปปะ ซึ่งระดับพระมหากษัตริย์ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ซื้อใหม่ก็ได้ แต่ท่านทำให้ดู เบิกดินสอปีละ 12 แท่ง ทำไมไม่รักในหลวงตรงนี้ ทำไมเราไม่ใช้ชีวิตแบบที่ท่านทำให้เราดู

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ผมรักในหลวงตรงที่ท่านเป็นตัวอย่างที่ดี ท่านเป็นถึงพระเจ้าแผ่นดินแต่พระองค์ท่านยังใช้ชีวิตอย่างนี้แล้วเราเป็นใคร ทำไมเราใช้ชีวิตเกินตัว ผมรักในหลวงที่ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ผมก็จะต่างคนอื่น

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


 

Comments

Powered by Facebook Comments