7 Min. read

ประเทศไทยคืออีกหนึ่งศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา เพราะเต็มไปด้วยวัดวาอารามมากมายจนนับกันแทบไม่หวาดไม่ไหว ในแต่ละวัดก็จะมีจุดเด่นต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นพระประธาน พระอุโบสถ เจดีย์ วิหาร ฯลฯ นอกจากนี้บางวัดในต่างจังหวัด ยังตั้งอยู่ในบริเวณที่มีทัศนียภาพสุดแสนตระการตา วันนี้เลยขอพาคุณผู้อ่านไปพบกับ 10 วัดบนเขาสุดอันซีนในเมืองไทยที่คุณต้องไปสักครั้ง

วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่ |

[Photo : cdn.airportthai.co.th]

มีความสวยงาม มหัศจจรย์ และเป็นที่ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานที่น่าสนใจ สภาพโดยทั่วไปของวัดถ้ำเสือนั้นมีลักษณะเป็นสวนป่า เป็นโพรงถ้ำ มีเพิงผา และแหล่งน้ำธรรมชาติ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำลอด ถ้ำช้างแก้ว ถ้ำลูกธนู ถ้ำงู ถ้ำเต่า ถ้ำมือเสือ สิ่งสำคัญในวัดถ้ำเสือที่ดูเหมือนจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดและเป็นที่นิยมชื่นชอบของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

วัดถ้ำเสือ อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ ประมาณ 9 กม. ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ บ้านถ้ำเสือ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ พื้นที่บริเวณวัด ประมาณ 200 ไร่ ประกอบไปด้วยพื้นที่ราบ หุบเขาและยอดเขา การเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ เลี้ยวซ้ายที่สามแยกถ้ำเสือตลาดเก่า ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) เส้นทางอำเภอเหนือคลอง เลี้ยวซ้ายที่สามแยกถ้ำเสือ ไปตามถนนราษฎรพัฒนา (ทางหลวงหมายเลข 4037) ไปประมาณ 2 กม. จะมีป้ายบอกทางอย่างชัดเจน

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ |

[Photo : amuletacademy.com]

เป็นวัดที่มีความโดดเด่นอลังการไม่เหมือนใคร นอกจากทิวทัศน์สวยๆ ของทะเลภูเขารายรอบและทะเลหมอกสีขาวแล้วก็คือสีสันอันสดใสที่เกิดจากการนำกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์มุกลูกปัดแก้วแหวนเงินทอง สิ่งมีค่าต่างๆ ตลอดดจนเซรามิคหลากสีสันมาประดับประดาตกแต่งเป็นลวดลายที่สวยงาม เมื่อยามที่ต้องแสงแดดทั่วทั้งอาณาบริเวณจะสะท้อนประกายงดงามรวมกับวัดบนสรวงสวรรค์ เป็นสถานที่อันสวยงามและศักดิ์สิทธิ์ควรค่าแก่การไปเยือน

การเดินทางจากกรุงเทพฯ บิเวณแยกอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ขับตรงไปเรื่อยๆ ทางที่จะไปแยกแคมป์สน มีจุดสังเกต คือ อบต.แคมป์สนอยู่ขวามือ ขับตรงไปกลับรถทางเข้าวัดจะอยู่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านทางแดงข้างๆ อบต.แคมป์สน

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ จ.ลำปาง | 

[Photo : i.ytimg.com]

แหล่งท่องเที่ยวอันซีนของจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่อำเภอแจ้ห้ม กับจุดชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศา ณ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสวยอลังการของอำเภอแจ้ห่ม เห็นลำน้ำแม่สอย แม่มอญ และแม่วัง ขนานไปกับท้องนาเขียวขจี โดยมีภูเขาดอยปู่ยักษ์ทอดแนวยาวสุดสายตา ซึ่งจากบริเวณวัดต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อแล่นขึ้นไปที่จอดรถ ที่เรียกว่า ดอยภูผาหมอก จากนั้นเดินต่อขึ้นไปบนจุดทิวทัศน์สูงสุดคือ ยอดดอยภูผาโชค รวมระยะทางประมาณ 1 กม. แม้หนทางอาจจะลำบากสักนิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับคุ้มค่าเกินคำบรรยาย

วัดเจติยาศีรีวิหาร จ.บึงกาฬ |

[Photo : i.ytimg.com]

สถานที่อันแสนเงียบสงบ วัดภูทอก หรือวัดเจติยาศีรีวิหารนี้คือสถานที่ปฏิบัติบำเพ็ญธรรมท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงามที่แวดล้อมอยู่ แฝงไว้ซึ่งเสน่ห์ทางธรรม สะพานไม้ และบันไดขึ้นชมทัศนียภาพรอบๆ ภูทอกแบบ 360 องศา คือมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนธรรมอันเงียบสงบแห่งนี้ที่สะกดให้นักท่องเที่ยวหลงใหลในความงดงาม มีทั้งหมด 7 ชั้น จากชั้น 1 ถึงชั้นที่ 7 จะมีบันไดไม่ให้เดินแบบตรงทอดยาวถึงจุดสูงสุดของยอดภูทอก และตั้งแต่ขั้นที่ 3 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแบบสะพานเวียนรอบเขา ซึ่งได้เห็นมุมมองที่แตกต่างไปเรื่อยๆ

การเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 222 ไปทางอำเภอศรีวไล มีป้ายบอกทางเป็นระยะอยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 50 กม. วัดภูทอกอยู่ในอาณาเขตบ้านคำแคน ต.นาแสน อ.ศรีวิไล ภูทอกมี 2 ลูก คือ ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย ส่วนที่นักแสวงบุญและนักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย ส่วนภูทอกใหญ่อยู่ห่างออกไปยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวชม

วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี |

[Photo : thai.tourismthailand.org]

เดิมเป็นสถานปฏิบัติธรรมบนเขา ซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่า เขาอีกิม ต่อมาในปี พ.ศ.2507 ชาวบ้านได้นิมนต์พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย และภิกษุสามเณร จากสำนักสงฆ์เนินดินแดงซึ่งอยู่ไม่ไกลมาจำพรรษาบนเขาอีกิม พระอาจารย์สมชายได้พัฒนาวัดจนเป็นวัดใหญ่ เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และเปลี่ยนชื่อเป็นเขาสุกิม นอกจากนี้ยังได้สร้างโรงเรียนมัธยมวัดเขาสุกิมและโรงพยาบาลวัดเขาสุกิม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะด้วย พิพิธภัณฑ์วัดสุกิมอยู่บนชั้น 3 ของตึก 60 ปี เฉลิมพระเกียรติเป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูปปางต่างๆ ทั้งที่ด้วยศิลา และสำริด เครื่องถ้วยกระเบื้องจีนทั้งขนาดเล็กและใหญ่ นอกจากนี้ก็มีขวานหิน ฆ้อง หม้อ ไห มีด ดาบ เครื่องประดับสำริด กระต่ายขูดมะพร้าว เป็นต้น

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จ.นครราชสีมา |

ตั้งอยู่บริเวณเขาสีเสียดอ้า หมู่บ้านกลางดง เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธสกลสีมามงคล เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอยดุลยเดช ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกว่า หลวงพ่อขาว หรือหลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปในพระอิริยาบทนั่งปางประทานพรสีขาวขนาดใหญ่ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โดดเด่นอยู่บนยอดเขาสูง มีบันไดทางขึ้น 1,250 ขั้น หมายถึง จำนวนพระอรหันต์ที่ไปชุมนุมกันโดยมินัดหมายในวันมาฆบูชา ถือว่ามีความหมายในการสร้างสุดๆ

วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี |

[Photo : i.ytimg.com]

เกิดขึ้นจากพุทธบริษัทที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธารซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำ ลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อนจึงเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน ภายในวัดมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในพระเกศพระร่วงโรจน์ศรีบูรพาซึ่งเป็นประธานประดิษฐานหน้าองค์พระปฐมรัตนบูรพาจารย์มหาเจดีย์ มีพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนีเป็นพระพุทธรูปปางปรินิพพาน ทำด้วยหินอ่อนขาวจากเมืองคาร์ราร่า ประเทศอิตาลี

วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง และน้ำโสมท้องที่บ้านนาคำใหญ่ ต.บ้านก้อง เป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด อุดรธานี เลย และหนองคาย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดอุดรธานี 124 กม. ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-หนองคาย) ถึงกิโลเมตรที่ 13 เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2021 (อุดรธานี-บ้านเผือ) ไปยังบ้านนาคำใหญ่ อำเภอนายูง

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ |

[Photo : ท้าเที่ยวข้ามภาค.com]

เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ความสวยงามแปลกตาของวัดแห่งนี้คือการสร้างวัดเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา ซึ่งสือความหมายถึงพาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส ภายในวัดประดิษฐานเจดีย์ศรีพุทธคยาซึ่งจำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยาจากประเทศอินเดีย เป็นรูปสี่เหลี่ยมทรงกรวย ส่วนยอดเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำ ประดับด้วยลวดลายปูนปั้นซึ่งมีความสวยงามแปลกตา บริเวณรอบๆ เจดีย์จะมีพระพุทธรูปปางประทับยืนและประทับนั่งอยู่ทั่วไป บริเวณขั้นบนสุดยังเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย

การเดินทาง จากกรุงเทพฯ เดินทางมุ่งหน้า อ.ตาคลี นครสวรรค์ ถึงกองบินสี่ เจอแยกไปหัวหวาย (ทางหลวงแผ่นดิน 3329) เลี้ยวซ้าย ขับรถไปเรื่อยๆ จะเจอสี่แยกตัดกันกับเส้นตากฟ้า-ท่าตะโก ให้ตรงเข้าไป ขับรถผ่านหมู่บ้านทาง รพช. มีป้ายบอกทางจะเห็นภูเขาอยู่ด้านหน้า ประมาณ 5 กม. จากแยกก็จะถึงวัด

วัดถ้ำเขาวง จ.อุทัยธานี |

[Photo : upic.me]

หากมองจากภาพถ่ายเชื่อว่าหลายคนคงคิดว่าเป็นรีสอร์ทสวยๆ ที่ไหนสักแห่ง แต่ความจริงแล้วที่นี่คือวัด โดยวัดแห่งนี้เป็นอาคาร 4 ชั้น ออกแบบลักษณะเรือนไทย ยกใต้ถุน แบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็น 4 ส่วนคือ ใต้ถุนเป็นลานเอนกประสงค์และร้านขายของ ชั้นที่ 2 เป็นวิหาร ชั้นที่ 3 เป็นกุฏิ และชั้นที่ 4 จะเป็นโบสถ์ สร้างด้วยไม้สักและไม้มะค่ามีความงดงามมาก บริเวณโดยรอบก็มีการจัดภูมิทัศน์ให้สวยงาม ร่มรื่น มีฉากหลังเขาหินปูนสูงตระหง่าน บริเวณด้านหน้ามีสวนมีสวนไม้ดัดและบ่อน้ำซึ่งมีปลาอาศัยอยู่จำนวนมาก ห่างจากตัววัดไปทางด้านหลังจะมีถ้ำอยู่ประมาณ 7-8 ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว และบางถ้ำก็มีหินงอกย้อยให้ชมกัน

การเดินทางจากตัวเมืองอุทัยธานี มุ่งหน้าสู่ตำบลบ้านไร่ ห่างจากอำเภอไปราม 12 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 3011 ผ่านทางโค้งศาลเจ้าพ่อเขารัก แล้วมาตัดกับสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กม. จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กม. ถึงทางแยกเข้าไปอีก 300 ม. ทางค่อนข้างลาดชันขึ้นละน้อย เส้นทางอ้อมโค้งเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา

วัดทางสาย จ.ประจวบศีรีขันธ์ |

[Photo : attboutiquehotel.com]

วัดทางสาย หรือวัดเขาธงชัย เป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ เจดีย์ที่มีความสวยงามอลังการด้วยการไล่ระดับ 5 ชั้น เจดีย์สีทองอร่ามอีก 9 ยอด อีกทั้งยังสามารถชมทิวทัศน์ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยสุดงามได้อีกด้วย วัดนี้สร้างขึ้นในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เป็นอีกความหมายว่าทำไมเจดีย์ถึงมี 9 ยอด ส่วน 5 ชั้น หมายถึง ขันธ์ 5 ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา

วัดทางสาย ตั้งอยู่ ม.9 ต.ธงชัย อบางสะพาน จ.ประจวบศีรีขันธ์ มีลักษณะคล้ายเต่ายื่นลงไปในทะเล อยู่กึ่งกลางระหว่าง 2 อ่าว คือ อ่าวบ้านกรูด และอ่าวบ้านทางสาย มีความสูงจากน้ำทะเลถึงยอดเขา 110 ฟุต มีถนนขั้นสู่ยอดเขาโดยสะดวก ระยะทาง 1 กม. ห่างจากสถานีรถไฟบ้านกรูด 4 กม. ห่างจากถนนเพชรเกษม 12 กม.


Source : mthai.com

Comments

Powered by Facebook Comments