9 Min. read

https://i.ytimg.com/vi/-FSihyFP2I0/maxresdefault.jpg

เป็นปัญหาโลกแตกที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยหรือทั่วโลก เมื่อลูกค้าร้านอาหารขอเพลงที่ไม่ตรงกับรูปแบบเพลงที่ดีเจเตรียมไว้ หรือไม่เข้ากับบุคลิกของร้าน

เรื่องมันมีอยู่ว่า … เมื่อใครคิดจะเปิดร้านอาหารสักแห่งแล้วมีดนตรีบริการ จะในรูปแบบวงดนตรีหรือจัดบูธดีเจให้มาเข้าเวรเล่นเพลงก็ตาม ทีนี้ก็ต้องมีการวางแผนจัดรูปแบบกันว่า ต้องการดนตรีประเภทใดมาขับกล่อม

 

… ถ้าเป็นร้านลาบ กลุ่มเป้าหมายน่าจะชอบฟังหมอลำซิ่งหรือเพลงลูกทุ่ง ก็จัดวงดนตรีที่ถนัดลูกทุ่งมาประจำการ หรือไหว้วาน (และจ่ายตังค์) ให้ดีเจที่เก่งเพลงลูกทุ่งมายืนขยี้แผ่นให้ลูกค้าประทับใจ ในขณะที่ร้านอาหารทั่วไปประเภทที่มาใช้บริการกันทุกเพศทุกวัย มาทั้งครอบครัวช่วงหัวค่ำ มานั่งจีบกันเป็นคู่ มาสังสรรค์เป็นหมู่คณะ มานั่งคุยงานสีหน้าเคร่งเครียด (อันนี้งง จะคุยอย่างไรให้รู้เรื่อง แต่มันก็พอเข้าใจได้เพราะบางร้านเขามีพื้นที่กว้าง มีโซนเงียบๆ ไม่หนวกหูไว้คอยให้บริการ) เพลงที่ทางร้านต้องเตรียมไว้อาจจะต้องเหวี่ยงแหให้กว้าง กินอาณาเขตเพลงหลากหลายแนว เมื่อลูกค้านึกอยากจะฟังเพลงอะไร จะได้คว้าออกมาเล่นได้ทันที

แต่ท่านทั้งหลายครับ เรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่ท่านคิด เพลงไม่ใช่ปลาทูแม่กลองที่เราจะซื้อมาทอดเมื่อไรก็ได้ตราบเท่าที่เราไม่ขี้เกียจ สิ่งที่ซ่อนไว้ในเพลงคือลิขสิทธิ์ ค่าใช้จ่ายที่งอกมาตรงนี้คือต้นทุนที่เพิ่มพูนขึ้นของร้านอาหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัญหาที่หลายร้านไม่อาจเหวี่งแหคว้าทุกเพลงที่มีในดาวนพเคราะห์ดวงนี้มาไว้ในครอบครองได้ก็คือ ตัวแทนผู้จัดเก็บลิขสิทธิ์บ้านเราซึ่งมีมากกว่าครึ่งร้อยบริษัท เป็นไปไม่ได้ที่ทุกร้านจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ทุกตัวแทนจัดเก็บ แต่ละร้านจึงต้องเลือกกลุ่มเพลงที่ต้องการ จากนั้นพุ่งเป้าจ่ายสตางค์ให้ตรงกับบริษัทจัดเก็บที่ดูแลกลุ่มเพลงนั้นๆ นี่เป็นมุมที่ลูกค้าอาจจะยังไม่ทราบ เวลาขอเพลงกับดีเจแล้วทำไมเขาไม่เล่นตามที่ขอ

แต่เหตุผลที่ดีเจไม่เล่นเพลงตามที่จดใส่กระดาษฝากบริกรยื่นให้ ยังมีเหตุอื่นอีก …

http://www.stunningmesh.com/2011/12/awesome-guitar-wallpapers/

ถ้าคุณเชื่อว่าแต่ละอาชีพมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกัน ช่างตัดเสื้อต้องวัดตัวลูกค้า พิจารณาเนื้อผ้าที่เหมาะกับแบบของชุดก่อนจะลงมือตัด คนขายน้ำเต้าหู้ย่อมรู้ดีว่าควรใช้เวลานานเท่าใดในการต้มถั่วเหลืองกว่าจะออกมาเป็นน้ำเต้าหู้ที่อร่อย แม้แต่พนักงานล้างจานย่อมต้องพิจารณากองจานชามท่วมกาละมัง ก่อนจะแยกแยะเป็นหมวดหมู่เพื่อล้างให้สะอาดเป็นขั้นตอนก่อนจะจัดเรียงให้เป็นระเบียบเพื่อการใช้งานในครั้งต่อไป ดีเจก็เช่นกัน กว่าดีเจจะเล่นเพลงให้คุณฟังในแต่ละวัน ต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

อย่างแรกเลยก็คือ การอัพเดทเพลงใหม่ๆ ในแต่ละวันที่มีออกมาให้ฟังมากมาย เลือกเฟ้นว่าเพลงไหนเหมาะกับบรรยากาศร้าน อย่างที่สองคือ ถ้าลูกค้าแจ้งขอเพลงส่งมาทาง ‘จดหมายน้อย’ หากยังไม่ขยำทิ้งหรือเปียกน้ำจนตัวอักษรเลอะเลือนไปเสียก่อน นำกระดาษที่ลูกค้าเคยขอเพลงไว้มาพิจารณาว่าควรเล่นหรือไม่ ถ้าเหมาะสม ควรวางคิวเล่นไว้ช่วงเวลาใดขณะที่สปินเพลงที่ร้าน

https://needhammusicanddance.com/wp-content/uploads/2016/02/jazz-drum-loops-swing2.jpg?quality=100.3016013118360

อย่างต่อมา จัดเพลย์ลิสต์เพลงที่จะเล่น เรียงเพลงให้ไหลลื่นรับกับช่วงเวลาเย็น หัวค่ำ ดึกดื่น หรือเทศกาล แต่ก็ต้องเปลี่ยนเพลงที่จะเล่นได้บ้างตามสถานการณ์ เช่น เพลงที่ลูกค้าขอ หรือว่าบังเอิญฝนตกระหว่างทำหน้าที่ เพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับฝน ควรถูกงัดขึ้นมาเล่นล้อไปกับดินฟ้าอากาศ

อย่างไรก็ดี นี่ยังไม่นับต้นทุนทางวิชาชีพที่พี่ๆ ดีเจเขาสะสมมาทั้งชีวิต เราอย่าคิดว่าการเป็นดีเจ แค่มายืนทำท่าหล่อๆ เล่นเพลงแล้วจบ ถ้ามันง่ายขนาดนั้น อาซิ้มร้านขายของชำที่วันแล้ววันเล่าเปิดเพลงจากเครื่องเล่นวิทยุเทปฟังแต่ Chinese Musical จากคณะอุปรากรจีนระหว่างเฝ้าร้าน  เราก็คงเรียกอาซิ้มว่าดีเจได้เช่นกัน


Writer : เมธี เตชะชัยวงศ์

Comments

Powered by Facebook Comments