18 Min. read

ผมเชื่อว่าไม่มีใครในยุคนี้ที่ไม่รู้จักซูเปอร์สตาร์นักบู๊อันดับหนึ่งตลอดกาลแห่งเอเชีย Jackie Chan หรือที่เราๆ ท่านๆ ถนัดเรียกว่า เฉินหลง ยิ่งคนในยุค 80s-90s อย่างผมที่เติบโตโดยมีภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องของเขาเป็นต้นแบบชีวิต เรียกว่า ‘เสพเข้าเส้น’ ด้วยแล้ว ยิ่งเห็นเขาเป็นเทพเจ้าเลยทีเดียว โดยคอนเซ็ปต์ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของพระเอกหน้าตี๋ตัวเตี้ยม่อต้อผู้พิชิตความเจ็บปวดคนนี้คือ ‘เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้สลิง’

http://www.trbimg.com/img-58e4cfff/turbine/la-et-jackie-chan1-birthday-photo/600

… กว่า 6 ทศวรรษ กว่า 150 เรื่องในเครดิตการทำงานที่เป็นทั้งนักแสดง ผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง หรือสตั๊นท์แมน ในวันนี้เมื่อเขามีอายุล่วงเลยแซยิดมาสักพัก เราก็ได้รับทราบข่าวดีที่สมควรแก่เวลาที่สุด เมื่อปูชนียบุคคลของหนังแอคชั่นเอเชียคนนี้ได้รับ รางวัลออสการ์เกียรติยศ (Academy Honorary Award) ที่มอบให้แด่ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จในวิชาชีพและเพื่อยกย่องเชิดชูคนในวงการที่ทุ่มเททำงานเพื่อการกุศล จากสถาบันศิลปะและวิทยาการภาพยนตร์แห่งอเมริกัน นี่นับเป็นรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งโลกเซลลูลอยด์ โดยเฉินหลงคือคนเอเชียรายที่สี่ที่ได้รับรางวัลนี้ ต่อจาก อากิระ คุโรซาวะ (ผกก.ชาวญี่ปุ่น) สัตยาจิต เรย์ (ผกก.ชาวอินเดีย) และ ฮายาโอะ มิยาซากิ (ผกก.ชาวญี่ปุ่น)

ถามว่าทำไมผมถึงยกย่องเฉินหลงว่าคู่ควรแก่รางวัลนี้ที่สุด?

นั่นก็เพราะความสำเร็จของเขาไม่ได้มาด้วยรูปร่างหน้าตา โชคช่วย จับพลัดจับผลู หรือฟลุค แต่ได้มาด้วยความอดทน มุ่งมั่น มุมานะพยายามชนิดเลือดตากระเด็น เจ็บปวดเลือดตกยางออกจนน่วมทั้งตัว ซึ่งนั่นทำไปเพื่อเป้าหมายเพียงอย่างเดียวคือ ‘ความฝัน’ … ในฐานะคนดู เฉินหลงคือสุดยอดพระเอกที่ไล่ตะบันสยบเหล่าร้ายจนราบคาบ ทุกอย่างในหนังดูง่ายดายเหลือเกิน แต่ในชีวิตจริงนั้น ‘พระเอก’ อย่างเฉินหลงต้องล้มลุกคลุกคลานชนิดนับครั้งไม่ถ้วน แต่นั่นก็ไม่เคยบีบให้เขายอมแพ้และล้มเลิกความฝัน เป้าหมายของเขายังคงชัดเจนสุกใสราวกับดาวประจำเมือง

http://assets.fightland.com/content-images/contentimage/53170/drunkenmaster650.jpg

ชีวิตวัยเยาว์ของเฉินหลงเต็มไปด้วยความลำบาก เขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ครั้งหนึ่ง ด้วยความที่ไม่มีค่ารักษาพยาบาล พ่อและแม่ของเขาเคยเกือบจะขายเขาให้กับคุณหมอชาวอังกฤษในราคา 26 เหรียญ แต่โชคดีที่คุณหมอคนนั้นปฏิเสธ … อีก 7 ปีต่อมา เฉินหลงถูกส่งเข้าไปศึกษาที่โรงเรียนอุปรากรจีน หรือ China Drama Academy เขาถูกฝึกฝนกายกรรม ศิลปะการต่อสู้ การแสดง และการร้องเพลงอย่างเข้มงวด ด้วยพรสวรรค์ เขาสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จต่ออาชีพของเขาในเวลาต่อมา

เฉินหลงเรียนจบเมื่ออายุ 17 ปีในขณะที่การแสดงงิ้วเริ่มเสื่อมความนิยม เฉินหลงและนักเรียนจากสถาบันส่วนใหญ่จึงหันไปเอาดีทางด้านการเป็นสตั๊นท์แมนในภาพยนตร์ฮ่องกง … เขาฝันอยากจะเป็น บรู๊ซ ลี คนต่อไป และจากความสามารถอันโดดเด่นตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นนักเรียนก็ช่วยกรุยทางให้อาชีพนักแสดงของเขาฉายแววสดใส

ทว่า ความนิยมหนังกังฟูฮ่องกงกลับตกต่ำลงแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวหลังการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของบรู๊ซ ลี … เฉินหลงเคว้งคว้างอยู่พักใหญ่ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาท้อถอย เขายังหมั่นฝึกฝีมือด้านศิลปะการแสดงและการต่อสู้ เพราะเขาเชื่อมั่นในความฝันและศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ โชคชะตาเป็นใจ เขาถูกปลุกปั้นให้เป็นพระเอกหนังกังฟูฮ่องกง เพียงระยะเวลาแค่ 3 ปี เขาแสดงหนังมากถึง 10 เรื่อง … แต่ผลที่ได้คือ ไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่เรื่องเดียว!

https://mb.web.sapo.io/4/b/2/091132b46500998cacf9e8b4d5445d3950812.jpg

“พอได้แล้ว ฉันทำมามากเกินพอแล้ว” ไม่เคยปรากฏอยู่ในพจนานุกรมของเฉินหลง และ ‘ไอ้หนุ่มหมัดเมา’ ก็คือ ภาพยนตร์ที่นอกจากจะช่วยลบอาถรรพ์ ‘นักแสดงอับโชค’ และช่วยลบคำสบประมาทของทุกคนแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สร้างชื่อเสียงให้เฉินหลงเป็นที่รู้จักทั้งในฮ่องกงและทั่วเอเชีย จังหวะชีวิตของเขาดูจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ชนิดหยุดไม่อยู่ จนสามารถกล่าวได้ว่า ไม่มีภาพยนตร์ของเฉินหลงในยุค 90s ที่ไม่ดัง

ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เฉินหลงกระตุ้นตัวเองให้ก้าวไปไกลกว่านั้นในระดับสากล เขาตัดสินใจเปิดตลาดอเมริกา สยายปีกความฝันที่จะโกอินเตอร์สู่วงการฮอลลีวู้ด แต่ใช่ว่าความฝันของซูเปอร์สตาร์เอเชียจะสำเร็จได้โดยง่าย ภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องไม่ประสบความสำเร็จ ซ้ำยังถูกนักวิจารณ์ต่างแดนสับเละไม่มีชิ้นดี แต่แทนที่จะหดหู่ท้อถอย เขากลับทุ่มเทความคิด จิตใจ และเวลาทั้งหมดไปกับการค้นหา ‘วิธี’ ที่บินไปสู่เป้าหมายอีกครั้ง

https://s-media-cache-ak0.pinimg.com/736x/2e/c9/85/2ec985144fc47d071493d8abb5456d2a.jpg

 

ในที่สุด หลังจากใช้เวลาร่วมสิบปี เฉินหลงก็ทำสำเร็จ ด้วยผลงานเรื่อง Rumble in the Bronx (ใหญ่ฟัดโลก) และ Rush Hour (คู่ใหญ่ ฟัดเต็มสปีด) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำรายได้รวมหลายร้อยล้านเหรียญฯ ทั่วโลก และก้าวขึ้นแท่นซูเปอร์สตาร์ของโลก

เรื่องราวชีวิตของเฉินหลงน่าสนใจ น่าศึกษา และน่าเอาเป็นแบบอย่างครับ แม้จะล้มเหลวไปบ้าง แต่นั่นคือ ‘ขุมทรัพย์มีค่า’ ของความสำเร็จ ที่ทำให้วันนี้ชื่อของเขาคือ ‘ตำนานนักบู๊โลก’ ไม่ใช่เพียง ‘อดีตดาราฮ่องกง’ ที่มีเพียงไม่กี่คนจำได้ลางๆ … ผมชอบที่เขาให้สัมภาษณ์หลังจากทราบประกาศรางวัลออสการ์เกียรติยศอย่างเป็นทางการว่า “อันที่จริงผมพยายามจะตั้ง ‘เป้าหมายเล็กๆ’ ในชีวิตเอาไว้ตลอด และหวังว่ารางวัลนี้คงไม่ได้เป็นเป้าหมายสุดท้ายที่ทำได้ ผมคิดว่าออสการ์คงไม่ได้มีกฎว่าถ้าคุณได้รับรางวัลเกียรติยศไปแล้ว คุณก็หมดสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัลออสการ์สาขาอื่นๆ อีกใช่ไหมครับ”


Writer : หมูกระป๋องละสองบาท

 

Comments

Powered by Facebook Comments