15 Min. read

ชื่อหนัง : The Danish Girl
ปีที่เข้าฉาย : 2016
เข้าฉายที่ไทยวันแรก : 4 กุมภาพันธ์ 2016
ประเภท : ชีวประวัติ / ดราม่า / โรแมนซ์
เวลารวม : 1 ชม. 59 นาที
ผู้กำกับ: Tom Hooper
นักแสดงนำ : Alicia Vikander, Amber Heard, Ben Whishaw, Eddie Redmayne, Matthias Schoenaerts

รักคือการเสียสละ — คำๆ นี้อ่านเบาๆ ก็ยังรู้สึกขมขื่นเหมือนมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ในลำคอ

โดยเฉพาะกับคนที่หมดหนทางไม่มีอะไรเหลือให้เลือกอีก 

ยอมรับว่าช่วงที่หนังออกใหม่ๆ ชาวเราหาดูในโรงยากมากจริงๆ สำหรับหนังเรื่อง The Danish Girl (คอหนังบ้านเราคงต้องยอมรับเสียทีว่าหนังดีมีรางวัลไม่ใช่หนังกระแสทำเงิน โรงหนังทั่วไปก็เลยไม่ค่อยให้รอบฉายเพราะกลัวขาดทุน) แต่ถึงอย่างนั้นผมก็แสวงหาไปดูจนได้ ซึ่งก็คุ้มกับตัวเงิน เวลา และความอุตสาหะ จนต้องหยิบมารีวิวเสียหน่อย

http://images1.laweekly.com/imager/u/original/6314569/the-danish-girl-4-credit-focus-features.jpg

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

The Danish Girl ผลงานการกำกับของ Tom Hooper เล่าถึงความรักซึ่งไม่ได้จำกัดเพศเพียงชายและหญิง ผ่านสองสามีภรรยาผู้ใช้ชีวิตไปกับการแต่งแต้มสีสันในแต่ละวันอย่างช้าๆด้วยอาชีพจิตรกร โดยที่ เกอด้าร์ (Alicia Vikander) พยายามหาแรงบันดาลใจในการวาดภาพจากการจับสามีแต่งตัวเป็นผู้หญิงที่ชื่อ ลิลี่ ซึ่งนั่นเป็นเสมือนแรงกระตุ้นให้ความปรารถนาที่แอบซ่อนอยู่ในใจลึก ๆ ของ ไอนาร์ สามี (Eddie Redmayne) ค่อย ๆ สยายปีกเติบโต จนปรากฎออกมาท้าทายความรักของคนทั้งสอง

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

หน้าตาเหมือนจะเป็นงานที่ว่าด้วยความเป็นไปของพระเอก (?) ไอนาร์ เวเนเกอร์ ผู้ชายคนหนึ่งที่แปรเปลี่ยนจากผู้ชายเต็มตัว ไปสู่การเป็นคนเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศอย่างสมบูรณ์คนแรกของโลก แต่เอาเข้าจริงๆ สิ่งที่หนังนำเสนอให้เห็นเด่นชัดก็คือ ‘เงา’ หรือ ‘คนเบื้องหลัง’ ของไอนาร์ต่างหาก … ความสัมพันธ์ของตัวละครซึ่งความรัก ความเข้าใจ และความเสียสละที่ เกอร์ดา เวเนเกอร์ มีให้กับสามีคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้ไอนาร์สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ

http://assets.vogue.com/photos/58920a06b4a4bd466012c08c/master/pass/eddie-redmayne-alicia-vikander-the-danish-girl.jpg

แน่นอนว่าในมุมหนึ่ง อาจเป็นเรื่องเห็นแก่ตัว ที่ฝ่ายหนึ่งดึงดันจะทำตามที่ใจต้องการโดยที่ไม่รับผิดชอบกับความรู้สึกของอีกฝ่าย แต่มองในอีกแง่ ของบางอย่างมันก็ต้องปล่อยให้เป็นไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทิศทางไหนก็เจ็บปวดใจไม่ต่างกัน … กับชีวิตที่ดำเนินไป จากที่เริ่มด้วยการดำรงชีวิตแบบสามัญ ฝ่ายชายคือจิตรกรมีชื่อที่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ฝ่ายหญิงเป็นศิลปินที่กำลังค้นหาแนวทางของตัวเองและอยากมีชื่อเสียงเหมือนที่สามีเป็น เธอพบแนวทางของตนเองโดยบังเอิญหลังให้ไอนาร์แต่งหญิงเป็นแบบในการวาดรูป และนั่นเท่ากับเป็นการเปิดประตูสู่อีกโลกหรืออีกร่างให้กับสามี ที่กลายเป็นลิลี่ในเวลาต่อมา

ความวิเศษของตัวหนังไม่ได้บอกแค่ว่า นี่คือวินาทีโป๊ะแตก แต่หนังปูไว้ก่อนวินาทีนั้นว่า ลึกๆ แล้วไอนาร์มีตัวตนของลิลี่แฝงอยู่มาตลอด แต่ยังขาดแรงกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้ตัวตนที่แท้ปรากฏออกมา โดยอีกตัวตนเดิมค่อยๆ หายไป เหมือนผีเสื้อกับร่างดักแด้ ผีเสื้อมีชีวิตต่อไป ดักแด้สลายหายไป … ขณะที่ช่วงเวลาในการพัฒนาตัวตนของลิลี่ดำเนินไป คนที่ทุกข์ทนก็ไม่ใช่ใคร จากที่ปฏิเสธ เกอร์ดาผู้ภรรยาค่อยๆ ปรับตัวปรับใจยอมรับสิ่งที่สามีเป็น และกลายมาเป็นกำลังใจสำคัญในการกล้าที่จะเปลี่ยนชีวิตของไอนาร์

นี่คือหนังที่พูดถึงเรื่องของความรักความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี ตัวหนังแม้เรียบเฉยและแอบเนือยในบางจังหวะ แต่ก็เหมือนท้องน้ำที่เรียบสงบ แต่ภายใต้ความเรียบสงบนั้นล่ะ ความซับซ้อนภายในของรังดักแด้ที่ค่อยๆ ถูกฉีกทึ้งจนเผยร่างผีเสื้อปีกงาม ความซับซ้อนทางอารมณ์ของภรรยาที่กำลังมองดูสามีกลายเปลี่ยน อึดอัด เจ็บปวด ทุกข์ทรมาน แต่ก็เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปรที่เป็นไป … หนังชูความสำคัญของการเสียสละเพื่อคนที่รัก ความเข้าใจเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่ร่วมกันหรือแยกจากกัน แต่ที่สุดไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ความรักที่มีให้กันจะไม่มีวันสูญหายไปไหนเลย


Writer : หมูกระป๋องละสองบาท

Comments

Powered by Facebook Comments