12 Min. read

คิดๆ ไปก็อยากจะกรี๊ดให้สุดเสียง … เบื่อแสนเบื่อ เกลียดแสนเกลียด กับคนบางจำพวกที่เราไม่ชอบ ใจก็อยากพาร่างหนีไปให้ไกลจากคนที่ไม่ชอบขี้หน้า แต่ก็นะ โลกมันใช่ว่าจะกว้าง คนแบบที่ไม่ชอบก็ใช่ว่าจะมีคนเดียว หนีเสือปะจระเข้ป่ะไรล่ะไปอีก คิดแล้วก็ให้เจ็บใจ ธุระอะไรให้เราเป็นสัตว์สังคม อยู่ไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว

ปลง! จะว่าไปก็เป็นธรรมดาที่ในสังคมที่เราอยู่จะต้องมีทั้งคนที่ชอบและคนที่ถ้าขอเลี่ยงได้ก็ขออย่าให้เจอกันเลย แต่รู้มั้ยว่า คนฉลาดที่แท้จริงเค้าจะไม่พยายามเลี่ยงคนที่ไม่ชอบกันหรอกนะ แต่จะพยายามใช้ประโยชน์จากพวกนั้นในการพัฒนาตนเอง งานนี้เป็นวิธีเก๋ๆ จากบทความของฝรั่งที่ชื่อว่า How Smart People Deal With People They Don’t Like ถ้าอยากรู้ว่าพวกเค้าทำตัวยังไงก็ไปดูกันเลยจ้า เผื่อจะนำไปปรับใช้ในชีวิต คราวนี้ล่ะ ต่อให้ไม่ชอบแค่ไหนก็สบายบรื๋อ

ยอมรับว่า ไม่มีทางที่เราจะชอบทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต |

พูดก็พูดไป การยอมรับนั้นพูดง่ายแต่สำหรับบางคนก็แสนยาก เพราะเหมือนเรายอมรับว่าเราไม่มีทางสู้ มันขัดกับความรู้สึกมากๆ แต่ก็นั่นล่ะ มองในอีกมุมการยอมรับความจริงให้ได้ก็เป็นวิถีของคนชนะที่แท้จริง เพราะนั่นเท่ากับว่าเรามองเห็นปัญหา ยอมรับว่ามันคือปัญหา เพื่อสุดท้ายจะได้ลงมือแก้ปัญหา ในกรณีนี้ สิ่งที่เราต้องยอมรับตามวิถีของคนฉลาดก็คือ เราต้องตระหนักรู้อยู่เสมอว่าแต่ละคนย่อมมีค่านิยม หรือความเห็นต่อสิ่งๆ หนึ่งแตกต่างกันไป และความแตกต่างนั้นๆ ก็ไม่ได้หมายถึงการเป็นคนไม่ดี ดังนั้นเมื่อยอมรับในความแตกต่างได้ ความรู้สึกแย่ๆ ที่มีต่อกันก็ย่อมเบาลง

เผชิญหน้ากับคนที่ไม่ชอบ |

การหลบๆ เลี่ยงๆ ไม่ใช่วิธีของคนกล้าและคนฉลาด การที่มัวแต่เดินหนี เขามาซ้าย ฉันไปขวา มันดูลำบากเหมือนกันนะ จะใช้ชีวิตกันยังไง ยิ่งโดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานแผนกเดียวกันหรืออยู่ด้วยกันทั้งวัน แค่คิดก็ปวดหมองละ เอาแบบนี้สิ แทนที่จะหลบหน้า คนฉลาดมักเลือกที่จะเจอกันซึ่งๆ หน้ามากกว่า ถ้าหากมีความเห็นอะไรที่ขัดแย้งกันก็สามารถถกกันได้ในทันที ซึ่งในหลายๆ ครั้งคนที่พยายามขัดขาเรานี่แหละที่ชี้ให้เราเห็นในสิ่งที่ไม่เคยมองเห็นได้ และอย่าลืมว่า Nobody is Perfect ไม่มีใคร (รวมทั้งตัวเรา) เพอร์เฟ็กต์เสมอไปหรอกนะจ๊ะ

https://blogs-images.forbes.com/amymorin/files/2015/01/negativepeople.jpg?width=960

ปฏิบัติต่อคนที่ไม่ชอบด้วยความสุภาพ |

แม้ในใจจะไม่ชอบ แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำกิริยาห่ามๆ ใส่กันด้วยใช่ไหมล่ะ ลองคิดดูสิ สมมติมีคนไม่ชอบเรา พอเราเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วเค้ามองบน กลอกตา เบ้ปาก หรือเดินหนีซะงั้น คุณจะรู้สึกอย่างไร โนวๆๆ มันไม่โอเคใช่ไหม เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ถึงไม่ชอบก็ต้องพยายามอยู่ด้วยกันให้สมูธที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น วิถีของคนฉลาดคือ เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความรู้สึกบางอย่างต่อใครสักคน คนๆ นั้นมักจะมีแนวโน้มที่รับรู้ได้ และแสดงออกสิ่งเดียวกันกลับมา ถ้าเราทำตัวหยาบคายไป พวกเขาก็จะทำกลับมาบ้าง ดังนั้นจึงควรปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความสุภาพอย่างชาญฉลาดนะจ๊ะ

 

พิจารณา ‘ความคาดหวัง’ ของตัวเอง |

อย่ามัวแต่จ้องมองจับผิดคนอื่นอยู่ร่ำไป คนผิดของเขาเท่าภูเขา ความผิดของเราเท่าเส้นผม แบบนี้ไม่ควรอย่างยิ่ง! เอาสายตามามองตนเองบ้างอะไรบ้าง พิจารณาตัวเองด้วยสายตาที่เที่ยงตรง เพราะอะไรเราถึงไม่ชอบเขา เพราะเราเองหรือเปล่าที่ ‘คาดหวัง’ อะไรจนเกินไป โดยเฉพาะการคาดหวังให้คนอื่นคิด พูด หรือทำในแบบที่เราต้องการ ศูนย์กลางจักรวาลไปอีก! จริงอยู่ที่ว่าคนเราก็ชอบหวังให้คนอื่นคิด พูด ทำ เหมือนตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนฉลาดจะไม่ทำเด็ดขาด! เพราะคนเราย่อมมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการไม่ตั้งความคาดหวังให้คนอื่นเป็นแบบเราจะทำให้เรายอมรับคนอื่นได้ง่ายขึ้น

 

ปรับทัศนคติตัวเอง |

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว แทนที่จะมัวนั่งคิดว่า “ทำไมคนนั้นถึงได้น่ารำคาญอย่างนี้นะ!” คนฉลาดมักเลือกหันกลับมามองตัวเองมากกว่าว่าทำไมถึงมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อต่อคนนั้นๆ แบบที่กำลังทำอยู่ เพราะการปรับทัศนคติของตนเอง ยอมง่ายกว่าการเปลี่ยนคนอื่นเสมอ ลองทำดูสิ ชีวิตคุณจะได้อยู่ง่ายขึ้น

https://pbs.twimg.com/media/B_K91MDW4AAIIsF.jpg

ทำใจร่มๆ สงบอารมณ์ให้เย็น |

มันต้องมีสิน่า อดรนทนไม่ไหวจนอยากจะปรี๊ดแตก หยุด! STOP!! แล้วหายใจเข้าลึกๆ นับหนึ่งให้ถึงร้อยแล้วจะดีขึ้น แนะนำให้เดินห่างออกมาจากปัญหา นี่ไม่ได้แนะนำให้หนีนะ ขอบอกเอาไว้ก่อน แค่อยากให้คุณออกมาจากปัญหาสักพักก็พอ เพราะการยืนอั้นหายใจอยู่ท่ามกลางกองขยะเปียกเหม็นฉึ่งก็ไม่ช่วยให้คุณหายเหม็นหรอกจริงไหม มีแต่จะหมดลมตายไปเสียก่อนเท่านั้นเอง การทำแบบนี้มักใช้ได้ผลเสมอเมื่อมีใครมาทำกิริยาที่เราไม่ชอบใส่ เพราะนอกจากจะช่วยให้ใจเย็นลง และป้องกันการตอบโต้ฉับพลันแล้ว ยังช่วยให้มีจังหวะในการคิดหาวิธีรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ ด้วย

 

บอกให้อีกฝ่ายทราบถึงปัญหาของเรา |

เอาล่ะ ได้เวลาเผชิญหน้าอย่างลูกผู้ชาย อย่างนักเลง นี่ไม่ได้บอกให้คุณเปลี่ยนเพศ (สมมติว่าคุณเป็นผู้หญิงน่ะนะ) หรือให้คุณควักมีดพร้าไม้หน้าสามเข้าโรมรันฟันตูกับคู่กรณี แต่บางครั้งเมื่อถึงเวลาต้องพูด ก็ควรพูดออกไปให้อีกฝ่ายรู้ว่าที่เธอทำแบบนี้เราไม่โอเคนะ! แต่คนฉลาดมักพยายามหาวิธีพูดที่ดีที่สุดในการเลี่ยงความร้าวฉานเสมอ ไม่แน่ว่า สิ่งที่เจ้าตัวทำอาจเป็นแค่การเผลอไผลไปก็ได้ อย่าแรง แค่พูดกันตรงๆ แบบสุภาพ เข้าใจป่ะ!

 

เว้นที่ให้มีช่องว่างระหว่างกัน |

ถ้าพยายามทำทั้ง 7 ข้อที่ผ่านมาแล้วไม่เห็นผล ก็ได้เวลาสงบศึก ปล่อยวาง คนฉลาดมักเลือกที่จะเว้นระยะห่างออกมาจากคนที่ไม่ชอบสักนิด (แต่ไม่ใช่หนีหน้านะ) เพราะด้วยระยะห่างที่มีและเวลาที่ผ่านไป รับรองว่าข้อบาดหมางในใจย่อมถูกเยียวยาไปได้เยอะแน่นอน

 

เป็นอย่างไรบ้าง กับขั้นตอน 8 ข้อที่นำมาฝาก ลองนำไปปรับใช้ได้นะเออ โปรดอย่าลืมว่าไม่ใช่แค่เราหรอกนะที่ไม่ชอบคนอื่นได้ คนอื่นๆ ก็อาจรู้สึกไม่ชอบเราได้เช่นกัน


Source : Lifehack / scholarship.in.th

Writer : Nerd Man

Comments

Powered by Facebook Comments