18 Min. read

มีเรื่องใหญ่ Talk of the World ไปทั่วโลกให้นำมา Talkative กันอีกแล้วครับท่าน ก็นะ ใครจะคิดว่าแคมเปญโฆษณายักษ์ใหญ่ซึ่งน่าจะเปรี้ยงปังทะลุจักรวาล เพราะเป็นการร่วมงานกันระหว่าง Pepsi แบรนด์เครื่องดื่มน้ำดำสุดฮิตระดับโลกกับสาวน้อยทายาทตระกูลดังที่กำลังขึ้นหม้อสุดๆ ในวงการเซเลบนางแบบอย่าง เคนดัล เจนเนอร์ (Kendall Jenner) ที่สำคัญคือโลเกชั่น โฆษณาตัวที่ว่ามาถ่ายทำที่เมืองไทยด้วยนะเออ เหมือนจะเก๋ไม่หยอก แต่ที่ไหนได้ …

เอาจริงๆ ก็เปรี้ยงทันทีที่โฆษณาเผยโฉมออกมา แต่แทนที่จะได้ตั้งรับกับผลกำไรและเสียงชื่นชมจากผู้บริโภค ดันเป็นโดนสาดกระแสในทางลบเสียอย่างนั้น สาดกันมาทุกทิศทุกทางจนเจ้าของบริษัทและทีมงานผลิตคงมึนไปหยอก ลบแค่ไหนไม่ต้องประเมินให้เสียเวลา เพราะโฆษณาตัวที่ว่าถูกถอดออกจากทุกสื่อ (ทั้งออนไลน์และออฟไลน์) ภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง! โอ้แม่เจ้า!

http://balleralert.com/profiles/blogs/kendall-jenner-devastated-pepsi-ad-backlash-source-says/

สำหรับใครที่พลาดชม ผมขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า โฆษณาตัวใหม่ของ Pepsi ตัวที่ว่ามีเนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของเคนดัลผู้สะบัดวิกผมทิ้งงานถ่ายแบบมาเข้าร่วมขบวนประท้วงที่เต็มไปด้วยป้ายคำว่า ‘รัก’ และ ‘สงบสุข’ จากนั้นเธอก็ได้หยิบกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาและยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งเสมือนหยิบยื่นสัญลักษณ์แห่งสันติให้ท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ ซึ่งทันใดนั้นเองตำรวจก็เผยยิ้ม พร้อมทั้งเสียงกู่ร้องดีใจจากกลุ่มประท้วงก็ดังขึ้นมา

http://balleralert.com/profiles/blogs/kendall-jenner-devastated-pepsi-ad-backlash-source-says/

อ่านดูก็เหมือนไม่มีอะไร แต่เรื่องที่ดูไม่มีอะไรก็ดันมีอะไรเข้า กระทงใบใหญ่สุดก็เห็นจะเป็นเพราะกระแส #whitewashing กำลังมาแรงมากๆ ในตอนนี้ (อธิบายก่อนว่า White Washing นี่คืออะไร สำนวนอังกฤษ whitewash มาจากการทากำแพงด้วยปูนขาว ซึ่งทำให้กำแพงดูขาวสะอาดปราศจากรอยสกปรก เปรียบกับการกระทำของคนที่พยายามจะปิดบังอำพรางหรือกลบเกลื่อนการกระทำที่ไม่ดีของตน เปรียบได้กับสำนวนไทยที่ว่า เต่าใหญ่ไข่กลบ คือการนำเต่ามาเปรียบ ‘เต่าใหญ่’ เช่น เต่าตนุที่อยู่ในทะเลเวลาจะไข่ จะคลานขึ้นมาบนหาดทราย ขุดหลุมแล้วไข่ เมื่อไข่แล้วก็จะเขี่ยทรายกลบไข่ แล้วเอาอกของมันถูไถทรายให้เรียบเหมือนเดิมเป็นการป้องกันไม่ให้ใครทำอันตรายไข่ของมันได้ เมื่อใช้เป็นสำนวนจะหมายถึงคนที่ทำอะไรเป็นพิรุธ แล้วพยายามกลบเกลื่อนไม่ให้คนอื่นรู้)  โดยมูลเหตุก็มีมานานแล้วล่ะ เรียกว่าเป็นปัญหาสะสมหมักหมมมานมนาน แต่มันก็กระพือขึ้นอีกครั้งโดยเริ่มมาจากเวทีประกาศผลรางวัลออสการ์ปีก่อน (2015) ซึ่งมีคนตั้งข้อสังเกตว่ามีดารานักแสดงผิวสีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงน้อยมากเป็นประวัติการณ์ (ทั้งๆ ที่หลายคนก็อยู่ในข่ายสมศักดิ์ศรีถ้าได้เข้าชิง) ที่สำคัญคือหนังหลายต่อหลายเรื่องจากฝั่งฮอลลีวู้ดซึ่งต้นฉบับเป็นงานซึ่งมีตัวละครหลักเป็นคนผิวสีหรือเอเชียกลับถูกเปลี่ยนให้นำแสดงโดยนักแสดงผิวขาว (เรื่องล่าสุดก็หนัง Ghost in the shell ฉบับ Hollywood ที่มีตะละแม่สการ์เล็ต โจแฮนสันนำแสดง เป็นหนังซึ่งสร้างมาจากมังงะญี่ปุ่น แต่แทนที่จะใช้ดาราเอเชีย ดันเปลี่ยนมาใช้สาวผิวขาวซะงั้น) จนคนคิดว่ามันเป็นการล้างสมองให้ชอบคนผิวขาวหรือ (คนที่นั้นเขาอ่อนไหวเรื่องนี้จริงๆ) เกิดการบอยคอตไม่เข้าร่วมงานออสการ์ของนักแสดงและทีมงานเบื้องหลังดังๆ หลายคน เรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตเหมือนกัน จนกระทั่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ มารับลูกต่อ (ไม่ต้องบอกกล่าวว่าเรื่องอะไร หลายคนที่ตามๆ ข่าวต่างประเทศคงรู้ดี) จนปลุกกระแส So White ให้เปรี้ยงขึ้นอีกรอบ ระอุจนปรอทแทบปริ

กระแสวิพากษ์วิจารณ์เริ่มมาตั้งแต่สังคมออนไลน์กันเลย ลามไปจนกระทั่งถึงสื่อใหญ่อย่าง CNN หรือรายการดัง The View ก็เอามาวิเคราะห์

ฉากหนึ่งที่เป็นประเด็นหนักคือฉากตอนท้ายที่เจนเนอร์เดินหยิบกระป๋อง Pepsi ไปให้ตำรวจ ซึ่งดูจะเป็นการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เมื่อครั้งที่ Ieshia Evans ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประท้วงเดินตรงไปยังแนวกั้นของตำรวจในและถูกจับกุมตัวที่ Baton Rouge หลุยส์เซียน่า ในการประท้วง Black lives Matter จากกรณีที่ตำรวจได้วิสามัญฆาตกรรมชายผิวดำอย่างเกินกว่าเหตุ … Pepsi  ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่านำเหตุการณ์อันเป็น ความเสี่ยงที่จำเป็น (Necessary Risk) มาทำเรื่องฝันหวานโลกสวย เพราะช่วงเวลาที่เอวานส์ถูกจับกุมและบันทึกภาพไว้นั้น เต็มไปด้วยความตึงเครียด สุ่มเสี่ยง และอันตรายถึงที่สุดสำหรับเธอและผู้ประท้วง

ถ้าสาวผิวดำพยายามจะยื่น Pepsi ให้ตำรวจในการประท้วง ชั้นแน่ใจอย่างมากว่าเขาจะเอาสเปรย์พริกไทยฉีดใส่เธอเป็นการตอบแทน


นี่มันแย่มาก ชั้นไม่คิดว่าพวกเค้าจะเลียนแบบภาพของ โจนาธาน แบชแมน หรือ ไออิชา อีแวนส์ หรอกนะ มันใกล้เคียงของภาพบุปผาชนมากกว่า ชั้นเก็ทล่ะว่า Pepsi กำลังทำอะไร แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันและประวัติความเป็นมาของการประท้วงแบบสันติแล้ว ต้องขอบอกว่ามันเป็นการชักจูงใจที่ไม่เอาไหน และชั้นคิดว่าผู้คนน่าจะโกรธ Pepsi มากกว่าเคนดัลนะ ชั้นน่ะไม่ชอบครอบครัวคาร์แดชเชียน/เจนเนอร์ทั้งหมดน่ะแหละ แต่เธอก็แค่ทำหน้าที่นางแบบ เธอไม่ได้เป็นต้นคิดโฆษณานี้นี่นา (แต่ความจริงเธอก็สามารถเลือกที่จะปฏิเสธได้นะ เธอโด่งดังมากพอที่จะไม่ต้องทำอะไรให้กระทบต่อชื่อเสียงการงาน)

เราเอาน้ำให้ตำรวจแบบนี้ในบัลติมอร์ ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

ในตอนแรก Pepsi ได้ออกมาชี้แจงผ่านคำแถลงการณ์สั้นๆ ว่า “โฆษณาชิ้นนี้สะท้อนถึงการรวมกลุ่มคนที่มีความแตกต่างหลากหลายด้วยจิตวิญญาณที่มีร่วมกัน และนั่นคือสิ่งที่เราต้องการจะถ่ายทอดออกไป” แต่ก็ทนกระแสถกเถียงไม่ไหว จนทำให้ Pepsi ตัดสินใจงดออกอากาศโฆษณาตัวนี้ในทุกสื่อในที่สุด โดยทางแบรนด์ได้ออกแถลงการณ์ว่า

 •••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

Pepsi พยายามนำเสนอภาพของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สันติภาพ และความเข้าใจที่เป็นสากล น่าเสียใจที่เราผิดประเด็นไปอย่างชัดเจน และเราต้องขอโทษทุกๆ คน เราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ประเด็นการต่อสู้ใดๆ เป็นเรื่องเบาสมอง และเราขอถือโอกาสนี้ถอดและหยุดการเผยแพร่คอนเท้นต์ทุกอย่าง และเราต้องขอโทษ Kendall ด้วย”

 •••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

แม้ Pepsi จะยืนยันถึงเจตนาดี แต่ยังไม่ทันที่คนอีกครึ่งโลกจะได้เห็นโฆษณาชิ้นนี้ ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์แทบจะในทันทีที่คลิปถูกเผยแพร่ออกไป ทั้งความคิดเห็นในแง่ลบ ข้อความล้อเลียน และแสดงความไม่เห็นด้วยกับการหยิบเนื้อหาที่มีความละเอียดอ่อนและมีผลโดยตรงต่อจิตใจอย่างการประท้วงและเคลื่อนไหวทางการเมืองมาเพื่อใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ บ้างก็เชื่อว่า Pepsi ตั้งใจให้แคมเปญนี้เกิดดราม่าจนดังอยู่แล้ว และอาจจะเตรียมร่างคำขอโทษไว้ล่วงหน้าแล้วก็ได้ด้วยซ้ำ

โดยส่วนตัวผมมองว่า Pepsi เองเป็นฝ่ายเสียหายอย่างที่สุดทุกกรณีในเรื่องนี้ เสียทั้งยอดขาย ชื่อเสียง แบรนดิ้ง ไหนจะงบประมาณการถ่ายทำ ก็ใครล่ะจะยอมเสียเวลาและเงินทองเพื่อให้ถูกคนวิพากษฺวิจารณ์ในทางลบไม่มีชิ้นดี ผมไม่คิดว่า Pepsi จะต้องการสร้างเรื่องให้มีคนวิจารณ์มากๆ เพื่อให้กระแสพุ่ง เพราะกลายเป็นว่ามีคนขู่ที่จะบอยคอตสินค้าจากบริษัทนี้

โดยเนื้อแท้ผมเข้าใจว่า Pepsi กำลังแสดงเสียงสนับสนุนสันติภาพให้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากความแตกต่างในสังคม แต่ผู้ที่รับสารนั้นกลับไม่ได้โอนอ่อนผ่อนตาม แม้จะมีคนจำนวนมากบอกว่าจะคิดมากไปทำไม มันก็แค่โฆษณา คิดบวกซะบ้างสิ  แต่มันก็มีเสียงโต้แย้งตอบกลับมาอยู่ดี โธ่ถังกะละมังหม้อ!

หลายคนมองว่า สาเหตุไม่ใช่เนื้อหาในโฆษณาเท่านั้นหรอก แต่เป็นเพราะตัวเคนดัล เจนเนอร์นั่นเองที่มีส่วนให้โฆษณาถูกวิจารณ์ยับ ใช่แล้วล่ะ เคนดัล เจนเนอร์คือนางแบบที่มีแฟนๆ ชื่นชอบสนับสนุนหลายล้านคน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็คือหนึ่งในครอบครัว Kardashians ที่มี hater มากไม่แพ้กัน ท่ามกลางเสียงชื่นชมว่าพวกเธอสวยรวยมากแค่ไหน ก็ยังมีเสียงติฉินนินทาว่าครอบครัวนี้คือสัญลักษณ์แห่งความตื้นเขินของอภิสิทธิ์ชนที่สร้างอาณาจักรอันแข็งแกร่งขึ้นมาจาก sex tape กลายเป็นว่าบางคนเย้ยหยัน Pepsi ที่กำหนดให้เคนดัลเป็นตัวแทนของการเคลื่อนไหวเพื่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและกล่าวหาว่าเธอเป็นแค่เด็กสปอยล์มีเงินเป็นล้านๆ ที่ไม่เคยออกมาเป็นปากเป็นเสียงให้กับผู้ที่ประสบปัญหา

ช่างเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวเสียจริง อย่างว่าล่ะนะ ประเด็นแบบนี้มันละเอียดอ่อนต่อความรู้สึก


Source : www.jeban.com / bazaar-th.com / www.engisfun.com

Writer : คนหลังบ้าน

Comments

Powered by Facebook Comments