2 Min. read

Talkative วันนี้ขอเล่นของแรงสักหน่อย เมื่อลูกหลานคนใหญ่คนโตมหาเศรษฐีเมืองไทยถูกสื่อนอกตราหน้าว่าเป็นอภิสิทธิ์ชน ไม่ต้องรับบทลงโทษใดๆ ทั้งที่กระทำผิด คุณคิดเห็นอย่างไรบ้าง มาทอล์กกันดูครับ

เรื่องของเรื่องก็เริ่มมาจากสื่อใหญ่ (ต่างประเทศ?) อย่างสำนักข่าวเอพีได้รายงานข่าวพิเศษตีแผ่คดี นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา บุตรชายคนเล็กของตระกูลกระทิงแดงขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ สายตรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดตั้งแต่เดือน ก.ย.2555 ซึ่งจนป่านนี้ความผิดหลายข้อหาค่อยๆ ทยอยหมดอายุความ เหลือเพียงข้อหาขับรถเร็วซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนและทำท่าจะหมดอายุความในวันที่ 4 ก.ย.2560 นี้ ขณะที่เจ้าตัวกลับใช้ชีวิตอย่างหรูหรา บินเที่ยวรอบโลก กินอาหารภัตตาคารระดับ 6 ดาว พักรีสอร์ทหรูคืนละหลายหมื่นบาท โดยตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีหลังเกิดเหตุ การดำเนินคดีทางกฎหมายในไทยไม่คืบหน้า พบว่ากระบวนการยุติธรรมเอาผิด บอส อยู่วิทยา ในคดีชนคนตายแล้วหนีถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดในช่วงเกือบ 5 ปีหลัง

นอกจากนี้เอพียังระบุว่า เมื่อใดก็ตามที่บอสถูกเรียกจากทางเจ้าหน้าที่ของไทย ชายหนุ่มวัย 31 ปีผู้นี้จะไม่ปรากฏตัวตามหมายเรียก แต่กลับใช้บริการจากทนายความเพื่ออ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาป่วย หรือไม่ได้อยู่ในประเทศในขณะนั้น

รายงานข่าวชิ้นนี้ไม่เพียงชำแหละให้เห็นข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งที่ว่า กระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหาสองมาตรฐานหรือไม่ หรือความไม่คืบหน้าของคดีนี้เพียงเพราะอภิสิทธิ์ชนเหนือคนธรรมดาของบรรดาตระกูลดัง และบรรดาลูกเศรษฐี มหาเศรษฐีในเมืองไทย นอกจากประจานกันไปทั่วโลกยังกระแทกใจคนไทยอีกจำนวนไม่น้อย หลายคนมองว่านี่คือความล้มเหลวของระบบการสอบสวนตำรวจไทย ที่มักใช้ดุลยพินิจ ใช้อำนาจเพื่อฉกฉวยผลประโยชน์ให้กับตัวเองอย่างไม่ละอายถึงผลกระทบต่างๆ ที่จะพุ่งมาสู่สังคมโดยรวม?

นอกจากนี้หลายคนยังเชื่อว่าหากคุณมีเงิน ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เมื่อเยียวยาคู่กรณีเป็นที่เรียบร้อย และยอมจ่ายให้กับตำรวจที่มีส่วนรับผิดชอบบางคน บางคดีอาจจะได้มากกว่าคนตายเสียอีก แต่ถ้าตกลงกันได้ข้อเท็จจริงต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะถูกบิดเบือนไปอีกรูปการณ์หนึ่ง อย่างชนิดที่คนวงนอกคาดไม่ถึง

นั่นคือเรื่องแรกที่แสดงให้คนทั่วโลกเห็นว่า อภิสิทธิ์ชนยังมีอยู่จริงในสังคมไทย อีกเรื่องซึ่งก็เรียกกระแสฮือฮาในไทยไม่น้อย เป็นเรื่องที่ถูกเปิดเผยจากแฟนเพจในเฟสบุ๊ก CSI LA ที่มีชื่อเสียงจากการเกาะติดคดีฆาตกรรมชาวต่างชาติบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งได้ขุดเรื่องนี้ขึ้นมาระบุว่า ‘ลูกเทพ ลูกแก้ว ลูกแอ๊ด ได้เป็นร้อยตำรวจโท? รู้หรือยังครับ ลูกแอ๊ด คาราบาว อดีตผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์-ถ่ายคลิปแบล็กเมล์ ตอนนี้กลายเป็นร้อยตำรวจโทไปแล้ว’

จากกระทิงแดงมาสู่คาราบาวแดง แบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังเหมือนกัน หลายคนอาจลืมไปแล้ว แม้กระทั่งผมเองก็ยังลืมไปเลย เป็นเรื่องของ โซโล-วรมันต์ โอภากุล บุตรชายของน้าแอ๊ด คาราบาว ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข่าวอื้อฉาวโดนข้อหาพรากผู้เยาว์พร้อมถ่ายคลิปเด็กหญิงอายุ 13 ปี แต่ตอนนี้เป็นว่าที่ร้อยตำรวจโท หลายคนมองว่าทำไมคนที่ต้องคดีแบบนี้จึงสามารถรับราชการได้ ทั้งที่โดยปกติน่าจะรับราชการไม่ได้  เจ้าตัวแจงอัยการสั่งไม่ฟ้อง ยันมีสิทธิรับราชการทุกประการ หลายคนเลยตามไปขุดคุ้ยว่า ความเป็นลูกน้าแอ๊ดทำให้คดีมันจบง่ายหรือเปล่า

นอกจากสองกรณีที่ว่ามา เรื่องของ ‘ลูกหลานคนใหญ่คนโตมหาเศรษฐีเมืองไทยที่ไม่ต้องรับบทลงโทษใดๆ ทั้งที่กระทำผิด’ คนอื่นๆ ยังถูกสำนักข่าว​ เอเชีย วัน สื่อใหPjจากสิงคโปร์รับลูกจากสำนักข่าวเอพีรวบรวมมาตีแผ่อีกระลอก

นายกันฑ์พิทักษ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ หรือ หมูแฮม ลูกชายของนายกัณฑ์เอนก ปัจฉิมสวัสดิ์ และนางสาวิณี ปะการะนัง อดีตนางสาวไทย

เมื่อปี 2007 นายกัณฑ์พิทักษ์ขับรถเบนซ์เฉี่ยวรถประจำทาง ก่อนหยิบก้อนหินทุบหน้าคนขับรถประจำทาง และขับรถเบนซ์พุ่งชนผู้โดยสารบนทางเท้า มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บอีกหลายคน โดยทนายความของเขาบอกว่า นายกัณฑ์พิทักษ์ ซึ่งมีอายุ 20 ปีในขณะนั้นมีปัญหาด้านสุขภาพจิต จนศาลตัดสินจำคุกเขา 2 ปี และให้เขาจ่ายเงินค่าชดเชยให้กับครอบครัวของเหยื่อ 2 ล้านบาท

นางสาวอรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ลูกสาวอดีตนายทหาร และน้องสาวของนายณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา พระเอกละคร

เมื่อปี 2010 นางสาวอรชร ซึ่งขณะนั้นอายุ 16 ปี อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ทำใบอนุญาตขับขี่ขับรถซีวิคเบียดรถตู้บนโทลเวย์ดอนเมืองจนพลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บอีกหลายคน หลังเกิดเหตุมีคนถ่ายภาพเธอใช้โทรศัพท์อย่างใจเย็น ซึ่งทำให้เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากนั้นเธอถูกตัดสินว่าขับรถยนต์โดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และขับรถโดยประมาทจนทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ และถูกห้ามขับรถจนถึงอายุ 25 ปี นอกจากนี้ เธอต้องจ่ายค่าชดเชยให้เหยื่อจำนวน 27 ล้านบาทด้วย

นายเจนภพ วีรพร ทายาทเลนโซกรุ๊ป

ปี 2016 ที่ผ่านมา นายเจนภพขับรถเบนซ์พุ่งชนรถรถฟอร์ดบนถนนไฮเวย์อยุธยา จนไฟลุกไหม้รถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยที่นายเจนภพบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และปฏิเสธที่จะตรวจระดับแอลกอฮอลและสารเสพติด นอกจากนี้ ยังมีคนเผยแพร่ภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่นายเจนภพขับรถชนไม้กั้นทางอีซี พาส เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนขับรถชนคนเสียชีวิต นายเจนภพถูกตั้งข้อ หา 7 ข้อหาทั้งฆาตกรรมและขับขี่ขณะมึนเมา ส่วนญาติก็เรียกร้องค่าชดเชยเป็นเงิน 100 ล้านบาท แต่ทนายความของเขาโต้แย้งว่า สุขภาพจิตของนายเจนภพไม่เหมาะสมกับการดำเนินคดีตามกระบวนการมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม คำถามคือเรื่องนี้ให้อะไรกับคนทั่วไป ผมไม่สามารถเป็นตัวแทนตอบสังคมได้ว่า อะไรถูกอะไรผิดหรือใครถูกใครผิด เพราะผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ในศาลตุลาการซึ่งสามารถชี้ผิดถูกได้ตามหลักกฎหมาย คุณแต่ละคนต้องใช้วิจารณญาณเอง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถตอบได้คือ มุมมองต่อเรื่องที่เกิดขึ้นในภาพรวมของสังคมไทย ไม่ใช่เฉพาะกรณีที่ผมยกตัวอย่าง มีหลายๆ กรณีที่เกิดขึ้นแล้วชวนเชื่ออย่างปฏิเสธไม่ได้ว่า คนในสังคมส่วนใหญ่ยังมองว่าระบบอภิสิทธิ์ชนและเรื่องของชนชั้นวรรณะยังมีอยู่จริงในสังคมไทย โดยคนในสังคมเกิดการตั้งคำถามและหวาดระแวงว่า ลูกคนใหญ่คนโตคนมีเงินสามารถหาช่องทางในการเอาเปรียบสังคมได้ ที่สุดคือ หากคุณบังเอิญโชคร้ายมีปัญหากับคนที่เอ่ยประโยคที่ว่า “มึงรู้ไหม กูลูกใคร” ควรยอมแพ้ทันทีและก้มหน้ารอรับชะตากรรมดีกว่า หรือไม่จริง?


Writer : คนหลังบ้าน

Comments

Powered by Facebook Comments