6 Min. read

เชื่อแน่ว่า ‘ความรู้สึกนี้’ ล้วนเกิดขึ้นกับทุกผู้คนที่ได้เปิดประตูกว้างๆ เข้ามาทำความรู้จักกับ บ้านไร่ธีระวงศ์ … เพราะเพียงก้าวแรกที่ได้มาเยือน ผมก็สัมผัสได้ถึงความสงบ สุข และร่มเย็นสวยงาม ทั้งจากตัวอาคารรูปแบบปราสาทสไตล์ยุโรปอันโอ่โถงน่าเกรงขาม จากสวนสวยๆ ที่ผสมผสานพืชพันธุ์และแนวคิดทั้งจากโลกตะวันตกและตะวันออกอย่างกลมกลืน จากโปรดักซ์ต่างๆ ที่เรียกได้ว่า ‘เป็นมิตรปลอดพิษกับสุขภาพ’ แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือความรู้ในแบบซึ่งหาได้ยากเต็มทีในยุคปัจจุบัน ความรู้ที่จะสามารถ ‘อยู่’ ได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืนแท้จริง

หลังจากที่ได้พูดคุยกับ คุณเบียร์ – อิศเรศ ธีระวงศ์ ผู้บริหารคนเก่งเจ้าของวิสัยทัศน์เฉียบคมแห่งฟาร์มพืชผักออแกนิกส์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ‘บ้านไร่ธีระวงศ์’ ทำให้ตระหนักรู้ถึงความคิดหนึ่งที่ว่า “ทุกๆ ความสำเร็จไม่ได้มาโดยง่าย แต่หากลงมือทำอย่างตั้งใจก็ไม่มีอะไรยากเกินความพยายาม”

STARTING POINT |

แม้ตัวผมเองจะเรียนจบมาทางด้านวิศวะฯ และเลือกทำงานที่ตรงกับสิ่งที่เรียนมา แต่ด้วยความที่ครอบครัวธีระวงศ์ของเราทำธุรกิจการเกษตรมาโดยตลอด เลยทำให้มีโอกาสคลุกคลีอยู่กับธุรกิจด้านนี้ ตอนเรียนจบก็มีเข้ามาช่วยงานของทางบ้านบ้างเป็นครั้งคราว ประกอบกับมีความชอบเป็นทุนเดิมอยู่ด้วย พอจังหวะชีวิตมันได้ ก็เลยตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่แล้วมาสานต่อธุรกิจของครอบครัวแบบเต็มตัว ซึ่งด้วยความที่ผมเองเป็นคนรุ่นใหม่ และมีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศค่อนข้างนาน ได้ไปเห็นอะไรที่คิดว่าพอจะเพิ่มมูลค่าเข้ามาในธุรกิจการเกษตรได้ ประกอบกับตัวอย่างดีๆ ในธุรกิจใกล้เคียงอย่าง ฟาร์มโชคชัย จิมทอมป์สัน สวนนงนุช เราก็พยายามเรียนรู้จากตัวอย่างเหล่านั้น มองความเป็นไปได้ เอาข้อดีมาปรับใช้ จนเกิดไอเดียในเรื่องของการทำธุรกิจเกษตรที่สามารถเพิ่มมูลค่าและสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง

จุดมุ่งหมายของเราก็คือการเป็นคนกำหนดกลยุทธ์การทำตลาดของสินค้าและโครงสร้างราคาขึ้นมาเอง เพราะโดยทั่วไปแล้ว เวลาเราทำการเกษตรจะต้องมานั่งคิดว่า จะขายให้ใคร จะส่งให้ใคร พ่อค้าคนกลางที่รับไปก็ไปทำกำไรต่อ แต่วันนี้ผมอยากเริ่มต้นธุรกิจจากต้นน้ำไปปลายน้ำ จึงเป็นที่มาของการคิดทำฟาร์ม ‘บ้านไร่ธีระวงศ์’ อย่างที่เห็นทุกวันนี้ ซึ่งการที่ผมเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว ผมพยายามจะรักษาทั้งจุดแข็งเรื่องเกษตรกรรมของไทยและความเป็นท้องถิ่นของเรา เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถเอามาต่อยอดและพัฒนาได้

ส่วนตัวผมมองว่ามันคือโอกาสที่เราจะได้แสดงสิ่งเหล่านี้ออกไปให้โลกภายนอกได้เห็น ซึ่งโจทย์ก็คือการทำให้สินค้าและบริการเข้าสมัย สร้างความต้องการในแบบใหม่ๆ และอีกอย่างเราไม่ได้คิดว่าจะไปแข่งขันกับใคร ไม่ทำสินค้าเพื่อมาตั้งราคาแข่งกับใคร ขายถูกกว่าใคร เรียกว่าออกจากโลกของการแข่งขันไปเลย เพราะหัวใจสำคัญของธุรกิจของเราคือเรื่องคุณภาพ กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นกลุ่มคนที่เขาชื่นชอบในแบบที่เราเป็น นอกจากเรื่องของคุณภาพที่หยิบมาเป็นจุดขายแล้ว การนำเสนอก็ต้องแตกต่างและร่วมสมัย บอกเลยว่าเวลาที่คิดตัวโปรดักซ์ เราคิดไปล่วงหน้าเป็น 10 ปี คิดไปเลยว่าในอนาคตโลกนี้ประเทศนี้ต้องการโปรดักซ์แบบไหน

TURNING POINT |

ที่บ้านไร่ธีระวงศ์เราอยากทำให้ทุกอย่างมันออกมาดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค เพราะผมเชื่อว่าผู้บริโภคจะสามารถรับรู้ได้เองว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นของคุณภาพจริงหรือเป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือเราไม่ใช้สารเคมีเลย ผลผลิตที่ผ่านออกมาจากฟาร์มของเรามีความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้บริโภค ซึ่งต้องยอมรับว่า เมื่อนึกถึงผลิตภัณฑ์จากบ้านไร่ธีระวงศ์ คนทั่วไปจะนึกถึงเมล่อนเป็นอย่างแรก โดยแรงบันดาลใจในการทำฟาร์มเมล่อนมาจากคุณยาย เพราะท่านชอบทานเมล่อนมาก

เรื่องนี้ในครอบครัวก็มาคุยกันว่าจะทดลองปลูกดูก่อน แต่เพราะบ้านเราเป็นประเภทที่ว่าทำอะไรก็จะทำแบบจริงจัง ก็เริ่มต้นที่ 30 โรงเรือนเลย กลายเป็นว่าสถานการณ์บังคับให้ขึ้นหลังเสือจะลงก็ลงไม่ได้ ต้องทำทุกวิถีทางให้มันออกมาเป็นผลผลิตให้ได้ แรกๆ ประสบปัญหาค่อนข้างมาก เรียกว่าเป็นเจ้าแห่งการลองผิดลองถูกเลยก็ว่าได้ ความรู้ในการเลือกสายพันธุ์เมล่อนก็ไม่มี ไม่มีใครมาบอกว่าต้องทำยังไง ก็ทดลองทำกันเองมาเรื่อยๆ ล้มเหลวมาก็เยอะ แต่สุดท้ายเราก็ทำมาจนสำเร็จ คุณแม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิการผลิตเมล่อนของชาติจากกระทรวงเกษตรฯโดยกรมวิชาการเกษตรฯ และฟาร์มของเราก็ได้เป็น 1 ใน 3 ฟาร์มที่มีส่วนกำหนดมาตรฐานเมล่อนของชาติ

อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้เราก็ยังไม่กล้าบอกว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุดนะ แต่เราใช้คำว่าเราเป็นผู้ที่ผ่านความผิดพลาดมาเยอะมาก เราใช้ข้อนั้นเป็นหลักเพราะว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ แต่ว่าก็ต้องขอบคุณความล้มเหลวในตอนนั้น เพราะมันเป็นบทเรียน เป็นสิ่งที่ทำให้เราต่อยอดมาสู่ธุรกิจที่เป็นสาธารณะแล้วได้โปรดักซ์ที่ติดตลาด อย่างไอศกรีมเมล่อนที่ได้รับการยอมรับมาเป็นระยะเวลานานร่วม 2 ปี จากปัญหาตรงนั้นทำให้เกิดทางออกไปสู่ความสำเร็จด้านอื่นๆ

GROWING HAPPINESS |

ทุกอย่างที่เราทำมามันเป็นไปตามสเต็ปนะ โมเดลแรกเริ่มจากการทำฟาร์มซึ่งถือเป็นจุดคิกออฟ ตามมาด้วยธุรกิจท่องเที่ยว และโมเดลต่อไปผมวางแผนไว้ว่าอยากจะรวมกลุ่มฟาร์มมาร์เก็ตที่เกษตรกรเป็นคนทำเองจริงๆ ไม่ใช่นักธุรกิจที่มองเห็นโอกาสแล้วมาทำ เพราะผมอยากให้ตรงนี้เป็นเหมือนตัวแทนธุรกิจดีๆ ของโคราช จากนั้นก็คงเป็นเรื่องของการขยายร้านนี้ (Teerawong Farm Café ) เข้าสู่ตลาดอื่น ซึ่งเราจะยกไปทั้งยูนิตเลย ก็คือมีทั้งอาหาร คาเฟ่ และผลผลิตจากฟาร์ม โมเดลสุดท้ายที่วางไว้ตอนนี้คือธุรกิจโรงแรม อันนี้คือเราต่อยอดมาจากธุรกิจท่องเที่ยว หลายคนถามว่าทำไมไม่ทำโรงแรมก่อน ผมบอกเลยว่าการสร้างตึกมันใช้เวลาไม่นาน แต่การสร้างบรรยากาศต้องใช้เวลาและความละเอียดอ่อน ก็อาศัยว่าพอเราสร้างบรรยากาศให้สมบูรณ์พร้อมอย่างน้อยก็สามารถเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวก่อนได้ แล้วค่อยตามมาด้วยเรื่องที่พัก ซึ่งโรงแรมที่จะทำ เราอยากอัพเกรดโรงแรมในโคราชให้ไปสู่มาตรฐานสากลอีกก้าวหนึ่งและเป็นโรงแรมที่เน้นไปในเรื่องของบรรยากาศการพักผ่อนอย่างแท้จริง เหมือนเช่นที่ เขาใหญ่ พัทยา หรือเชียงใหม่ ก็อย่างที่บอก ทุกอย่างที่ทำ ผมไม่ได้เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ ผมพูดไม่ได้จริงๆ ว่าโมเดลที่วางไว้ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร หรือไปถึงจุดไหน แต่ถ้าได้ทำแล้วผมจริงจังกับมันจริงๆ

LEARN THE RULES |

ในการทำธุรกิจผมว่าอย่างแรกที่ต้องมีคือการรู้จักตัวเอง ว่าชอบอะไร อยากทำอะไร เพราะทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ทำตามกันหมด โดยที่ไม่รู้ตัวว่าเราอาจจะทำได้ดีกว่าหรือมากกว่าคนอื่นๆ ในสิ่งที่ต่างออกไป ที่สำคัญ ต้องมั่นใจว่าความชอบของเรา แตกต่างและสามารถขายได้ แล้วบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้ดีด้วยการวางแผน ที่สำคัญคือคิดแล้วต้องลงมือทำ มากไปกว่านั้น เราต้องรู้ว่าธุรกิจของเราต่างจากคนอื่นตรงไหน มีตลาดสำหรับเราไหม อย่าคิดแค่ว่าทำๆ ไปก่อน ยังไงเขาก็ต้องมาซื้อ มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป ไม่อย่างนั้นคงไม่เห็นธุรกิจที่ล้มเหลวในวันนี้

DO THE BEST |

ตรงนี้ผมอยากให้คนโคราชเข้าใจว่าธุรกิจตรงนี้เป็นความตั้งใจ โดยเฉพาะในแง่ของธรรมชาติที่เราสร้างขึ้นมา ต้องบอกว่าเราใช้เวลากับมันเยอะ ซึ่งเกิดขึ้นได้ด้วยความเอาใจใส่ของทีมงาน เพราะพวกเขาก็ทำงานกันมาอย่างหนักหน่วงตลอดระยะเวลากว่า 5-6 ปีที่ผ่านมา ถ้าสังเกตดูถ่ายภาพจากบนอากาศจะรู้ว่าสภาพมันเป็นยังไง อยากให้มองว่าธีระวงศ์เนี่ยเป็นธุรกิจการเกษตรที่มาตรฐานสูงที่สุดระดับสากล ที่สำคัญคือเรามีการรักษาธรรมชาติอย่างแท้จริงและยั่งยืนที่ไม่ใช่ทำแล้วก็ไถทิ้งไถกลบ เราพยายามสร้างธรรมชาติที่นับวันจะยิ่งขยายออกไป ยิ่งนานวันก็ยิ่งมีคุณค่าต่อๆ ไป


Writer : พลเชษฐ์ พันธ์พิทักษ์

Photo : NaBruce @ 9 Thanwa Photography

Comments

Powered by Facebook Comments