2 Min. read

นับเป็นข่าวใหญ่ข่าวใหม่ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นไปทั่วโลก เมื่อองค์การนาซาแถลงผลการค้นพบล่าสุดจากยานสำรวจแคสสินี ซึ่งโคจรผ่านดวงจันทร์บริวาร ‘เอนเซลาดัส’ ของดาวเสาร์ และได้ถ่ายภาพรวมทั้งเก็บตัวอย่างไอน้ำร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากขั้วใต้ของดาว ซึ่งแสดงว่าที่ก้นมหาสมุทรใต้พื้นผิวที่เป็นน้ำแข็งของเอนเซลาดัส นั้นมีกระแสน้ำร้อนหล่อเลี้ยงอยู่ ซึ่งเป็นสภาพที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับบริเวณรอยแยกของแผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรบนโลก

ทั้งนี้ ดร. ฮันเทอร์ เวต นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาข้อมูลจากยานสำรวจแคสสินีบอกว่า ระบบน้ำร้อนที่ก้นมหาสมุทรของเอนเซลาดัสซึ่งทำให้เกิดไอน้ำร้อนพวยพุ่งออกมานั้น น่าจะมีสภาพคล้ายคลึงกับก้นมหาสมุทรบนโลก อันเป็นที่อยู่อาศัยและดำรงชีวิตของจุลชีพจำนวนมาก ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่ก้นมหาสมุทรของเอนเซลาดัสเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้จนกว่าจะส่งยานสำรวจที่มีเครื่องมือเก็บตัวอย่างไอน้ำร้อน เพื่อหาร่องรอยการมีอยู่ของจุลชีพใต้ทะเลโดยเฉพาะไปยังดวงจันทร์เอนเซลาดัสอีกครั้งหนึ่งในอนาคต

โครงสร้างของเอนเซลาดัส ประกอบไปด้วยพื้นผิวน้ำแข็งที่มีมหาสมุทรอยู่ข้างใต้ และมีแกนกลางเป็นหินแข็ง

ผลการค้นพบครั้งนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Science ระบุว่ามหาสมุทรใต้พื้นผิวน้ำแข็งของเอนเซลาดัส ซึ่งมีความกว้างใหญ่และลึกหลายกิโลเมตรได้รับความร้อนจากแกนกลางของดาวที่เป็นหินแข็ง ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นเกลือและซิลิกา โดยแรงดึงดูดมหาศาลจากดาวเสาร์บีบให้แกนกลางของเอนเซลาดัสเกิดความร้อนขึ้น

หากมีจุลชีพอาศัยที่ก้นมหาสมุทรของเอนเซลาดัสจริง นักวิทยาศาสตร์คาดว่าน่าจะมีกลไกการดำรงชีพคล้ายกับที่ก้นมหาสมุทรบนโลก โดยหินร้อนในรอยแยกของแผ่นเปลือกโลกซึ่งอุดมไปด้วยเหล็กและแม็กนีเซียมจะทำปฏิกิริยากับน้ำและปลดปล่อยไฮโดรเจนออกมา ซึ่งไฮโดรเจนเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของจุลชีพก้นทะเลเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจุลชีพกลุ่มที่ผลิตมีเทน

ทั้งนี้ ภารกิจสำรวจดาวเสาร์และดวงจันทร์บริวารของยานสำรวจแคสสินีจะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายนปีนี้ หลังปฏิบัติภารกิจมานาน 12 ปี โดยยานจะถูกบังคับให้พุ่งเข้าสู่บรรยากาศของดาวเสาร์เพื่อเผาไหม้ให้หมดไป

นอกจากนี้ นาซายังได้อนุมัติให้ดำเนินโครงการสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดีในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งคาดว่ามีมหาสมุทร ที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกับเอนเซลาดัสด้วย แต่พื้นผิวน้ำแข็งของยูโรปาหนากว่า และคาดว่าตัวอย่างน้ำที่เก็บมาศึกษาได้จะมีน้อยกว่า

อย่างไรก็ดี ข่าวเช่นนี้ถูกเปิดเผยเป็นระลอกๆ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่าน โดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวพบชั้นบรรยากาศ บนดาวเคราะห์คล้ายโลก

ที่ถูกตั้งชื่อว่า GJ 1132b ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าโลก 1.4 เท่า และอยู่ห่างออกไป 39 ปีแสง โดยนักวิทยาศาสตร์สังเกตพบว่า ดาวดวงนี้ปกคลุมไปด้วยกลุ่มก๊าซเป็นชั้นๆ ซึ่งคาดว่าจะเป็นน้ำหรือก๊าซมีเทนหรือเป็นองค์ประกอบของทั้งสองอย่างรวมกัน โดยการค้นพบชั้นบรรยากาศและการบ่งบอกลักษณะที่พบได้นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเสาะหาดาวเคราะห์ดวงอื่นที่อยู่นอกเหนือระบบสุริยะของโลก แม้สุดท้ายดาวที่ค้นพบนี้ไม่น่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตได้ เนื่องจากมีอุณหภูมิพื้นผิวสูงถึง 370 องศาเซลเซียสก็ตาม

ต้องรอติดตามกันต่อไปว่า จินตนาการของมนุษยชาติในเรื่องของมนุษย์ต่างดาวจะมีจริงหรือไม่ เรื่องนี้ยังมีตอนต่อไป ดูกันได้อีกยาวๆ

Comments

Powered by Facebook Comments