2 Min. read

สำหรับพนักงานกินเงินเดือนที่ต้องจ่ายเงินสมทบประกันสังคมในทุกเดือน (โดยหัก 5% จากเงินเดือน แต่สูงสุดไม่เกิน 750 บาท) เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าเงินที่หักของเราไปนั้นเข้าไปหมุนเวียนอยู่ในระบบประกันสังคมได้อย่างไร รูปแบบไหน และมีประโยชน์อย่างไร เรามีคำตอบมาฝาก

ช่วยออมเงินส่วนบุคคล |

ข้อดีข้อแรกคือเป็นระบบที่บังคับให้เราออมเงินส่วนหนึ่งคือ 5 % เงินเพื่อเป็นเงินออมส่วนบุคคล และเราๆ ท่านๆในฐานะลูกจ้างจะจ่ายเพียงแค่ 1 ใน 3 ของเงินสมทบทั้งหมด โดยผู้ที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมจะประกอบด้วย 3 ฝ่าย คือ 1. รัฐบาล 2. นายจ้าง และ 3. ลูกจ้าง

ระบบแบ่งสันปันส่วนที่ได้มาตรฐาน |

อันดับต่อไปคือเงินจำนวน 750 บาทที่จ่ายสมทบในแต่ละเดือนนั้น มีการแบ่งสันปันส่วนที่เป็นประโยชน์อย่างไรบ้าง

ส่วนที่ 1. จำนวน 225 บาทสำหรับดูแลเรื่องเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต ถ้าไม่ใช้สิทธิ์ เงินส่วนนี้ก็จะหายไป ไม่ได้รับคืน

ส่วนที่ 2. จำนวน 75 บาทใช้ประกันการว่างงาน หากผู้ประกันว่างงานถูกเลิกจ้างหรือลาออก สามารถเอาเงินส่วนนี้มาใช้ในระหว่างตกงานหรือรอหางานใหม่ แต่ถ้าในกรณีที่ไม่ว่างงานเลยเงินส่วนนี้ก็จะหายไป ไม่ได้รับคืน

ส่วนที่ 3. จำนวน 450 บาท เป็นส่วนของเงินออม และจะได้รับคืนเมื่ออายุครบ 55 ปี สำหรับเงื่อนไขของเงินออมนี้จะได้รับคืนเมื่ออายุครบ 55 ปีและมีเงื่อนไขอื่นๆ ด้วย เช่น 1) ประกันสังคมไม่ครบ 1 ปี ได้คืนส่วนที่จ่ายเป็นเงินก้อนเรียกว่าบำเหน็จชราภาพ เช่นจ่ายเดือนละ 750 บาทมาโดยตลอด 10 เดือน (750 บาท จะถูกหักเป็นเงินออม 450 บาท) เมื่ออายุครบ 55 ปี จะได้คืน 450 บาท x 10 เดือน = 4,500 บาท 2) จ่ายครบ 1 ปีแต่ไม่ถึง 15 ปีจะได้เป็นเงินก้อนที่เรียกว่าบำเหน็จเช่นกัน แต่จะมากกว่าคือ ได้ส่วนที่นายจ้างสมทบไว้ด้วย เช่นจ่าย 750 บาท ตลอด 7 ปี (84 เดือน) ที่จะได้รับคืนเมื่ออายุครบ 55 ปี คือ 450 บาท (ส่วนที่ตนเองจ่าย) + 450 บาท (ส่วนที่นายจ้างจ่าย) x 84 เดือน = 75,600 บาท 3) จ่ายประกันสังคมตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปจะได้รับเป็นเงินรายเดือน เรียกว่า บำนาญ-ชราภาพ โดยคำนวณ 2 กรณีคือ กรณีจ่ายครบ 15 ปีพอดี จะได้รับรายเดือน คือ 20% ของเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย เช่น 60 เดือนสุดท้าย เฉลี่ยแล้วเท่ากับ 15,000 บาท จะได้รับ 20% คือ เดือนละ 3,000 บาทไปจนเสียชีวิต อีกกรณีคือสมทบมากกว่า 15 ปี จะได้รับโบนัสเพิ่ม 1.5% ของเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย เช่น จ่ายครบ 20 ปี รายเดือนที่จะได้รับ คือ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน + 1.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน x 5 ปี(จ่าย 20 ปี เกินจากที่กำหนดขั้นต่ำมา 5 ปี) เช่น เฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย เท่ากับ 15,000 บาท จะได้รายเดือน คือ(20% x 15,000 บาท) = 3,000 บาท + (1.5% x 15,000 บาท x 5 ปี) = 3,375 บาท รวมเป็น 6,375 บาท ต่อเดือนไปจนเสียชีวิต

ขณะเดียวกันในกรณีที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพแล้ว แต่ยังไม่ครบ 5 ปีเลย แล้วเสียชีวิตก่อน จะได้รับบำเหน็จ 10 เท่า ของเดือนสุดท้ายของเงินบำนาญที่ได้รับ เช่น รับเงินรายเดือนๆ ล่าสุด 6,375 บาท เมื่อเสียชีวิตจะได้ รับ 63,750 บาท

ถึงบรรทัดนี้หลายคนคงสงสัยกันอีกล่ะสิ แล้วเงินประกันสังคมที่เราจ่ายกันทุกเดือนๆ นั้นมีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างไร สิ่งที่สำคัญคือช่วยให้เรามีเงินออมสะสมตลอดระยะเวลาการทำงานของเรา นอกจากนี้ยังช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องค่ารักษาพยาบาล หากมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น และช่วยให้เรามีเงินประกันการว่างงาน หากถูกบริษัทเลิกจ้าง หรือระหว่างรองานใหม่อีกด้วย


Source : thaiquote.org

Writer : Nerd Mabn

Comments

Powered by Facebook Comments