5 Min. read

๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐ | ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Tongthong Chandransu ระบุว่า “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม กำหนดวันสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๐ โดยวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งเป็นวันที่สำคัญที่สุดของการพระราชพิธี กำหนดวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐”

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ได้โพสต์ภาพหนังสือสำนักราชเลขาธิการ ที่ รล ๐๐๒.๕ / ๘๐๗๘ ลงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๐ เรื่อง การประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีใจความว่า

“… กราบเรียน นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

อ้างถึง หนังสือสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร ๐๑๐๙/๕๖๘ ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๐

ตามหนังสือที่อ้างถึง ขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เรื่อง การประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ ๑/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๐ และขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยร่างหมายกำหนดการ การเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และภาพพระบรมโกศ ไปจัดทำซุ้มถวายดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชน กับการจัดนิทรรศการภายหลังงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ความแจ้งอยู่แล้ว นั้น

ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นไปตามมติที่ประชุม ฯ และพระราชทานตามที่ขอรับพระมหากรุณา …”

อย่างไรก็ตาม พระเมรุมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) เป็นพระเมรุทรงบุษบก ๙ ยอด วางผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง ๖๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร สูง ๕๐.๔๙ เมตร การจัดสร้างพระเมรุฯ ดำเนินการโดยกรมศิลปากร รายละเอียดมีดังนี้

การวางผังอาคารพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เชื่อมโยงสัมพันธ์กับศาสนสถานที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ โดยแกนแนวทิศเหนือและทิศใต้เป็นแนวแกนเดียวกับรัตนเจดีย์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) แนวแกนทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นแนวแกนเดียวกับพระอุโบสถ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

บนฐานชาลา ๓ ชั้น ตรงกลางบุษบกประธานประดิษฐานพระจิตกาธาน พระเมรุมาศประดับด้วยเทวดาและสัตว์หิมพานต์ นำจากแนวความคิดในการตีความเชิงสัญลักษณ์ตามผังภูมิจักรวาล ตามปรัชญาและคติความเชื่อของไทย

ภูมิทัศน์บริเวณด้านหน้าทางเข้ามณฑลพิธีด้านทิศเหนือและทิศใต้ แนวคิดในการจัดสะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจรัชกาลที่ ๙ นำพืชพันธุ์ และเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่เนื่องมาจากพระราชดำริ พรรณไม้ภายนอกรั้วราชวัตรนำมาจากพรรณไม้ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการพระราชดำริต่างๆ เช่น พันธุ์ข้าวพระราชทาน หญ้าแฝก ต้นยางนา มะม่วงมหาชนก ภายในรั้วราชวัตรวางแนวคิดในการเลือกพรรณไม้ที่สะท้อนถึงสรวงสวรรค์ตามคติโบราณและพรรณไม้สีเหลือง ขาว เพื่อสื่อถึงวันพระราชสมภพ

ในด้านการจัดสร้างเทวดาประกอบพระเมรุมาศ โดยกลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ ประดับด้วย เทวดายืนรอบพระเมรุฯ จำนวน ๑๒ องค์ (เชิญพุ่มโลหะ ๔ องค์ เชิญฉัตร ๘ องค์) เทวดานั่งรอบพระเมรุฯ จำนวน ๕๖ องค์ (เชิญฉัตร/บังแทรก) พระศิวะ พระนารายณ์ พระอินทร์ พระพรหม อย่างละ ๑ องค์ รวมจำนวน ๔ องค์ ครุฑยืนรอบพระเมรุมาศ (ชั้นที่ ๓) จำนวน ๔ คู่ (๘ ตัว) ๔ ทิศ ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ (ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์ ท้าววิรุฬหก) สัตว์มงคลประจำทิศ (ช้าง ม้า วัว สิงห์) ประดับทางขึ้นบันได (ชั้นที่ ๑) ประจำทิศ ทิศละ ๑ คู่ จำนวน ๘ ตัว ซึ่งขั้นตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการปั้นรูปแบบเท่าจริง จากนั้นใส่เครื่องประกอบ เก็บรายละเอียด ทำพิมพ์ หล่อชิ้นงาน ตกแต่งชิ้นงาน ลงพื้นและเขียนสี ลงสีทอง/ปิดทองคำเปลว ประดับแวว และติดตั้งประกอบพระเมรุมาศ

นอกจากนี้ ยังได้จัดสร้างประติมากรรม ปั้นรูป “คุณทองแดง” สุนัขทรงเลี้ยงเป็นพิเศษด้วย

อนึ่ง เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคมที่ผ่านมา กรมศิลปากรได้เปิดให้สื่อมวลชนติดตามความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณสนามหลวงด้านทิศใต้ โดยความคืบหน้าในส่วนงานโครงสร้างพระเมรุมาศนั้นได้ดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ ๕๕%


Source : www.finearts.go.th / www.khaosod.co.th / www.siamrath.co.th

Writer : Jitra K.

Comments

Powered by Facebook Comments