14 Min. read

ไม่รู้มีใครคิดเหมือนผมหรือเปล่าว่าโคราชบ้านเอ็งช่วงนี้คึกคักมากเป็นพิเศษ จนบางครั้งก็ตั้งตัวแทบไม่ทัน ผิดกับเมื่อหลายปีก่อนที่เงียบฉี่จนได้ยินเสียงยุงบิน (อ่ะล้อเล่น) ความเคลื่อนไหวที่ถือได้ว่านำโด่งด้วยกระแสการพูดถึงมากที่สุดก็เห็นจะเป็นการพัฒนาคน-พัฒนาเมืองเพื่อรองรับความเป็นมหานครแห่งอีสาน โดยล่าสุดกับ Korat Startup City โสเหล่ #5 ซึ่งเพิ่งจัดขึ้นที่ Class Cafe’3 (คลาลคาเฟ่ วัดบูรพ์) เมื่อวันพุธ ที่ 19 เมษายน 2560 17.00 – 20.00 แต่เราจะยังไม่พูดถึงเพราะกำลังสรุปวาระที่ได้ไปฟังมา งั้นเรามาสรุปประเด็นของคราวที่แล้วกันก่อนนะ

Korat Startup City โสเหล่ #4 เพื่อโคราชเติบโตอย่างยั่งยืน ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการเสวนางานด้าน Urban Tech ครั้งแรกในภาคอีสาน เป็นการผสมผสานกันระหว่างเรื่องการพัฒนาเมือง และเทคโนโลยีโดยเนื้อหาเน้นเรื่องการเจริญเติบโต การพัฒนาเมือง และการใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาและเพิ่มโอกาสการเติบโตของเมืองโดยมีผู้สนใจเข้าฟังการเสวนากว่า 100 คน

 

งานเสวนาเริ่มต้นด้วย ดร.มัลลิกา สังข์สนิท ผู้อำนวยการสถานพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษา (SEDA) ซึ่งกล่าวถึง Smart City Concept ในจังหวัดนครราชสีมาที่กำลังเติบโต เพื่อให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยชีวิตความเป็นอยู่ของชาวโคราชดีขึ้นจากที่เคยเป็น OEM (Original Equipment Manufacturer) มาเป็นเมือง Design City หรือ Economic City ขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีหรือ (มทส.) ได้พยายามเป็นองค์กรกลางที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการกับรัฐบาล โดยจัดตั้งสถานพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษา หรือเซดาร์ (SEDA)

หลังจากนั้นก็ถึงคราวของ ดร. สฤษดิ์ ติยะวงศ์สุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและพัฒนาเมือ ที่ปรึกษาของ Baania.com ที่ได้ให้มุมมองแจ่มแจ๋วเรื่องการเติบโตของโคราช การออกแบบพัฒนาเมือง และ Smart City โดยกล่าวว่า “แต่ก่อนโคราชยังไม่เป็นเมืองใหญ่อย่างทุกวันนี้ การกระจายตัวเมืองของโคราชในปี 2459 กับปี 2553 นั้น ถือว่าเติบโตอย่างมาก และมีแนวโน้มจะโตขึ้นเรื่อยๆ เป็นมหานครโคราช เพราะในตัวเมืองเริ่มมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง เดอะมอลล์นครราชสีมา เทอมินอล 21 และเซ็นทรัล พลาซ่า ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในขณะนี้” 

“ด้านการกระจายตัวด้านอสังหาริมทรัพย์นั้น ส่วนมากคนโคราชจะชอบซื้อบ้านเดี่ยวเป็นบ้านหลังแรกมากกว่าการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม และจากผังเมืองโคราชนั้นหมู่บ้านจัดส่วนมากเริ่มขยับออกจากตัวเมืองมากขึ้น จากศูนย์กลางเมืองออกไปไม่ต่ำกว่า 10 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าคนโคราชมีวิถีชีวิตที่ต้องใช้รถส่วนตัวกันมากขึ้น การจราจรในตัวเมืองจึงติดขัดมากขึ้น มลภาวะมากขึ้น”

“เมืองพาเราไปโดยที่เราไม่สามารถเลือกได้ แต่ในขณะที่ต่างประเทศนั้นมีขนส่งมวลชนและวิถีชีวิตที่ดี มันคือ Urban Economic ที่มีหัวใจคือ Inovation เพราะนวัตกรรมเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเมือง ทำให้เมืองเจริญอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ GDP หรือ GNP และผู้รับผิดชอบเมืองอย่างเทศบาลนครนครราชสีมาก็ควรมีการประสานงานกับสำนักงานเขตแต่ละพื้นที่อย่างครอบคลุมหากเราจะก้าวไปสู่ Smart City ภาครัฐควรที่จะเป็นผู้นำในการเริ่มต้นเพื่อให้เอกชนได้นำไปปฏิบัติตาม”

ปัจจุบันโคราชกำลังมีผังเครือข่ายขนส่งมวลชนของเมืองที่เรียกว่า LRT (Light Rail Transit System) คือระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นระบบรางเบา ซึ่งเป็นนโยบายของเทศบาลนครราชสีมาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยสุรนารี

ด้านตัวแทนจากเว็บไซต์ Baania.com หนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของโครงการก็ได้ร่วมให้ข้อมูลการเติบโตของโคราชในด้านอสังหาฯ โดย คุณประเสริฐ ใจเพชร Bussiness Unit Director ของ Baania.com ชี้ให้เห็นว่าการลงทุนด้านอสังหาในโคราชนั้นกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลเชิงวิเคราะห์ตามระบบ Big Data ของบาเนียดอทคอมชี้ให้เห็นประเภทของอสังหาฯในโคราช โดยเป็นหมู่บ้านจัดสรรจำนวน 87.68% คอนโด 11.32% (พบมากในอำเภอปากช่อง) ทาวน์โฮม 0.90% และอาคารพาณิชย์อีก 0.10% ซึ่งปัจจุบันยังพบว่าคนโคราชเลือกซื้อบ้านในบริเวณตัวเมืองมากที่สุดกว่า 19% และเริ่มกระจายไปยังโซนจอหอ และหัวทะเลบ้างแล้ว

ต่อด้วย บิลค์เอเชีย สตาร์ทอัพด้าน Contruction ชื่อดังของประเทศ เปิดเผยข้อมูลการลงทุนด้านการก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงการเจริญเติบโตของภาคอีสาน โดย GDP ด้านการก่อสร้างในประเทศไทยนั้นสูงถึง 85% ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างของภาครัฐหรือเอกชน ซึ่งเป็นที่น่าสนใจมากเมื่อผู้รับเหมาฝั่งอีสานตอนล่างอย่างขอนแก่น บุรีรัมย์ รวมถึงโคราช มีการลงทุนด้านอสังหาฯค่อนข้างมาก โดยแนวโน้มการลงทุนปี 2560 ถ้าแบ่งสัดส่วนแล้ว ภาคเอกชนจะมีการเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ส่วนภาครัฐก็ไม่แตกต่างกันมาก เพราะเริ่มมีทุนเกี่ยวกับโครงสร้างมากขึ้น ทำให้ผู้รับเหมาที่เป็น SME มีโอกาสได้ทำงานรูปแบบสัมปทานมากขึ้น ทั้งนี้จากข้อมูลภาพรวมของกสิกรไทย ภาครัฐจะมีการขยายตัวในการลงทุน 8.9-10.9% มีมูลค่าประมาณ 7 แสนล้านบาท ส่วนภาคเอกชนมีการขยายตัวค่อนข้างน้อยเพราะมีการขยายตัวด้านอสังหาฯ มากขึ้น การซื้อจึงเริ่มชะลอตัวไปบ้าง แต่ก็ถือว่าสมดุล

ในช่วงท้ายของการเสวนาได้เชิญผู้ประกอบการและสตาร์ทอัพชื่อดังของโคราชอย่าง Class Cafe’, Korat Startup และ One Stock Home มาร่วมโสเหล่ แลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของชาวโคราช และการมองหาโอกาสทางธุรกิจจากเมืองที่กำลังโตขึ้น นอกจากนี้ยังแลกเปลี่ยนข้อคิดที่อยากให้โคราชนั้นเติบโตอย่างยั่งยืนและมีจิตสำนึกที่ดีในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน พร้อมกันนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเสวนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเมืองโคราช ในสามหัวข้อคือ ข้อดีจากการเจริญเติบโตของโคราช, ข้อเสียจากการเจริญเติบโตของโคราช และ สิ่งที่อยากให้เป็นจากการเจริญเติบโตของโคราช

อื้อหือ! อ่านแล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ งานครั้งที่แล้วยังเสวนากันเข้มข้นและออกรสขนาดนี้ ครั้งที่ผ่านมาก็เข้มข้นไม่แพ้กัน อยากให้เหล่าผู้บริหารเมืองได้มาร่วมรับฟังด้วยจัง น่าจะมีข้อมูลมาพัฒนาเมืองจากหลายๆ ฝ่ายดีนะ อยากเห็นโคราชบ้านเอ็งน่าอยู่ขึ้นครับ ร่วมด้วยช่วยกันจ้า


Source : http://baania.com

Writer : Nerd Man

Comments

Powered by Facebook Comments